| |
|
| |
|
| |
|
| |
|
Thai Health-Risk
Transition: A National Cohort Study |
|
การติดตามผล
Cohort หลังจาก 4 ปี |
|
ผลที่คาดว่าจะได้รับ/ประโยชน์ด้านสุขภาพ/การดำเนินการด้านนโยบาย |
|
ความมุ่งหวังของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชต่อการร่วมมือของนักศึกษา
มสธ. |
|
| |
|
| |
|
|
|
Thai Health-Risk
Transition: A National Cohort Study
โครงการวิจัยสุขภาพคนไทย Thai Health-Risk Transition: A National Cohort
Study ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจาก Wellcome-Trust (UK), National Health
and Medical Research Council (Australia) and Health Research Council (NZ)
ดำเนินการศึกษาโดยมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยสาขาวิชามนุษยนิเวศศาสตร์
และ ศูนย์ระบาดวิทยาแห่งชาติออสเตรเลีย มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (Australian
National University, ANU) โดยมีนักวิจัยร่วมจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์
ประเทศออสเตรเลีย ทั้งนี้ โครงการฯ
มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับความซับซ้อนของการเปลี่ยนผ่านปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชน
เพื่อกำหนดเป็นแนวนโยบายการป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ
การศึกษาครั้งนี้จะศึกษาโดยการติดตามจากกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ประมาณ
100,000 คนที่เป็นนักศึกษาในระบบเปิดของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
เนื่องจากนักศึกษามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชมีอยู่ทั่วประเทศ
และมีความหลากหลายทั้งทางด้านความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ สังคม
สิ่งแวดล้อมและพฤติกรรม ซึ่งจะถือเป็นกลุ่มตัวแทนของประชากรไทยโดยทั่วไป
โดยทางโครงการฯ จะจัดส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์
หลังจากนักศึกษาได้ให้ข้อมูลกลับมาแล้ว
ทางโครงการจะรวบรวมข้อมูลและดำเนินการวิเคราะห์
เพื่อศึกษาถึงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่มีผลต่อสุขภาพ
ในระหว่างนี้จะรายงานผลข้อค้นพบให้นักศึกษาทราบเป็นระยะ ๆ เมื่อครบปีที่ 5
จะขอความร่วมมือจากนักศึกษาที่เคยทำแบบสอบถามในครั้งแรก
ตอบแบบสอบถามในครั้งที่ 2 อีกครั้ง
ประเด็นที่สอบถาม จะครอบคลุมการกระจายและการเปลี่ยนแปลง (เช่น
การเปลี่ยนผ่านทางความเสี่ยง) ของปัจจัยใกล้ตัว (downstream)
ปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ เช่นสภาพความเป็นอยู่ในการทำงาน
รูปแบบการดำรงชีวิตและพฤติกรรม และการใช้บริการด้านสาธารณสุข ในวงกว้าง
และติดตามอีก 4 ปี ต่อมา ในระหว่างการติดตามในช่วง 4
ปีนั้นจะมีการศึกษาเชิงลึกในกลุ่มย่อยเพื่อศึกษาอิทธิพลของปัจจัยในภาพกว้างที่ไกลตัว
(upstream) ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านทางความเสี่ยง เช่น
ปัจจัยด้านโครงสร้าง (ระดับชั้นทางสังคม อาชีพ ฐานะทางเศรษฐกิจ
และการกระจายทรัพยากร) และปัจจัยระบบ (เช่น อิทธิพลของสภาพแวดล้อมไทย
มนุษย์นิเวศ ระบบสังคม วัฒนธรรมเฉพาะ)
เพื่อศึกษาว่าการกระจายปัจจัยเสี่ยงในปัจจุบันและในอนาคตและการเปลี่ยนผ่านมีความแตกต่างอย่างไรในระหว่างกลุ่ม
(เช่นวัย พื้นที่อาศัย ฐานะทางเศรษฐกิจ)
และสัมพันธ์อย่างไรกับรูปแบบความเจ็บป่วย
และจากศึกษาจะสามารถหาแนวทางการดำเนินการเพื่อป้องกันการเกิดโรคในอนาคต
การศึกษากลุ่มย่อยจะช่วยให้เข้าใจปัจจัยเชิงระบบของปัจจัยเสี่ยง
ทัศนคติด้านความเสี่ยงและการเปลี่ยนผ่าน ตัวอย่างเช่น
การตรวจสอบการเปลี่ยนผ่านจากสภาวะแวดล้อมทางเกษตรกรที่ยากจน (น้ำไม่สะอาด
สุขภาพอนามัยไม่ดี) จนถึงสภาพอุตสาหกรรม (อันตรายจากอาชีพ สารพิษ
หรือสภาพแวดล้อมที่รบกวน) และปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นอย่างมากมาย (เช่น
สภาพแวดล้อมที่ก่อให้เกิดโรคอ้วน
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับประทานอาหารเช่นฟาสต์ฟู๊ด การสูบบุหรี่
ยาเสพติด รถมอเตอร์ไซด์ การใช้หมวกนิรภัย การเมาแล้วขับ) ในระดับครอบครัว
สามารถสำรวจการเปลี่ยนผ่านของการเจริญพันธ์
และแรงขับดันของปัจจัยต้นน้ำในการสร้างครอบครัว
ความขัดแย้งระหว่างคนแต่ละรุ่น (ถ้าเด็กอาศัยอยู่กับพ่อแม่)
การใช้บริการสาธารณะ ความเชื่อเกี่ยวกับโรค การรักษาตนเอง
และการตัดสินใจรักษาสุขภาพ
|
|
|
Back to top >> |
|
|
|
|
การติดตามผล Cohort
หลังจาก 4 ปี
การประเมินหลักของความเสี่ยงและสุขภาพที่เกิดขึ้นจะถูกประเมินเป็นครั้งที่
2 หลังจากการติดตามมา 4 ปี สิ่งนี้จะช่วยให้คำนวณอัตราการเปลี่ยนแปลง
(และการฉายภาพอนาคต)
ของรูปแบบหรือกรอบความเสี่ยงและผลทางสุขภาพสำหรับประชาชนไทย
ภายใต้กลุ่มสังคมประชากรที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งจะชี้ให้เห็นประเด็นที่เป็นความเสี่ยงหลักของการเปลี่ยนผ่านในสถานภาพทางสุขภาพ
(การวิเคราะห์ในช่วงการติดตาม cohort)
ปัจจัยเสี่ยงต่างๆและผลที่ตามมาจะมีค่อนข้างมาก ซึ่งคาดว่าจะเป็นกลุ่ม
cohort ที่ใหญ่
ในช่วงของการติดตามผลจะมีการเปิดรับนักศึกษาที่เข้ามาศึกษาร่วมโครงการของการศึกษานี้หลังจากที่เปิดการเรียน
ในการนี้เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบนักศึกษาที่ลงทะเบียนกลุ่มใหม่กับกลุ่มเดิม
|
|
|
Back to top >> |
|
|
|
ผลที่คาดว่าจะได้รับ/ประโยชน์ด้านสุขภาพ/การดำเนินการด้านนโยบาย
1) ก่อตั้งการศึกษาขนาดใหญ่ระยะเวลาศึกษา 4-5 ปี
ในกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช อายุระหว่าง 20-50 ปี
ที่อาศัยอยู่ทั่วประเทศ โดยเน้นที่การเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อุบัติเหตุ
และการสัมผัสกับปัจจัยเสี่ยง และปัจจัยด้านสังคมนิเวศ
2) ศึกษาความเป็นมาในบริบทของการกระจายด้านประชากร
และปัจจัยระดับต่างๆที่เชื่อมโยงกับโรคที่ศึกษา (เช่น สิ่งแวดล้อม ยานพาหนะ
วัฒนธรรมด้านอาหาร โครงสร้างครอบครัว การออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ การใช้ยา
การใช้บริการด้านสุขภาพ)
3)
ข้อมูลของกลุ่มย่อยเกี่ยวกับปัจจัยทางสังคมนิเวศที่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ
การประเมินปัจจัยต้นน้ำ การจัดหาแนวทางป้องกันโรคอย่างมีประสิทธิภาพ
4) อัตราการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยเสี่ยงจากการวิเคราะห์ cohort
อิทธิพลระหว่างคนต่างรุ่นที่รวมถึงพ่อแม่ บุตรหลานของสมาชิกในโครงการ
5) สร้างเสริมความสามารถในการหาแนวทางป้องกันด้านสาธารณสุข
และแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น
6) กระตุ้นความสามารถของการวิจัยด้านสาธารณสุขของไทยและออสเตรเลีย
7) ความร่วมมือระหว่างไทยและออสเตรเลียเพื่อประโยชน์ของภูมิภาค
8) การศึกษาโดยวิธี cohort ที่มีขนาดใหญ่ในภูมิภาคเอเฃียอาคเนย์
ซึ่งสามารถดำรงอยู่ได้นับกว่าทศวรรษหากได้รับการสนับสนุนซึ่งขึ้นกับผลความสำเร็จของการเริ่มใน
5 ปีแรก
|
|
|
Back to top >> |
|
|
|
ความมุ่งหวังของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชต่อการร่วมมือของนักศึกษา มสธ.
การมีส่วนร่วมในการตอบแบบสอบถามที่ส่งออกไปพร้อมกับเอกสารการลงทะเบียนเรียน
ภาคการศึกษาพิเศษ/2547 และภาคการศึกษา 1/2548
ซึ่งในช่วงนี้นักศึกษาคงได้รับแล้ว มสธ. จึงใคร่ขอให้
นักศึกษากรอกข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ตามความเป็นจริงและส่งกลับมาที่
โครงการวิจัยสุขภาพ มสธ.
ในซองที่แนบไปพร้อมแบบสอบถามโดยไม่ต้องติดแสตมป์อย่างพร้อมเพรียงกัน
เพื่อเป็นการแสดงพลัง ศักดิ์ศรี
ความสามัคคีและความมีส่วนร่วมในกิจกรรมของสถาบัน ของนักศึกษา มสธ.
ในการเป็นตัวแทนประชากรไทยทั้งประเทศ
ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจในความสำเร็จของโครงการนี้ ทั้งนี้
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
มีความมุ่งหวังที่จะได้รับความร่วมมือจากนักศึกษาของเราอย่างเต็มที่
และขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้
|
|
|
Back to top >> |
|
| |
|