Iinfinite

     Organic Argriculture Development Thailand

 
  ความเป็นมา  
ศูนย์พัฒนาเกษตรอินทรีย์
(The Organic Agriculture Development Center)

หลักการและเหตุผล


ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพหรือดำรงอยู่ได้โดยมีความเกี่ยวพันกับการเกษตร ในอดีตเกษตรกรไทยทำการผลิตแบบดั้งเดิมที่อาศัยภูมิปัญญาพื้นบ้านและเชื่อมโยงกับทรัพยากรธรรมชาติ ต่อมาการพัฒนาประเทศไทยตามแนวทางของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 5 ปี ตั้งแต่ฉบับที่ 1 ถึง 9 ในช่วงกว่า 40 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการพัฒนาตามแนวคิด “การพัฒนากระแสหลัก” (mainstream development) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อการตลาดและการส่งออก (market & export-oriented economy) ได้ก่อให้เกิดผลการพัฒนาทั้งทางบวกและลบ ซึ่งรัฐบาลโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้สรุปยอมรับผลของการพัฒนาในช่วงดังกล่าวไว้ว่า “เศรษฐกิจดี สังคมมีปัญหา สิ่งแวดล้อมไม่ยั่งยืน” (สศช., 2540) และทำให้ คนไทยจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาคราชการและภาคประชาชน ได้พยายามผนึกกำลังกันแก้ปัญหา เพื่อวิเคราะห์สาเหตุและสังเคราะห์ทางออกของปัญหา เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินการอย่างบูรณาการ

เกษตรกรไทยเกิดการปรับเปลี่ยนระบบการผลิตจากรูปแบบเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม ซึ่งมีการพึ่งพาธรรมชาติ ในการทำการเกษตรแบบผสมผสาน กลายเป็นการทำการเกษตรเชิงเดี่ยวที่ต้องพึ่งปัจจัยภายนอก เช่นปุ๋ยเคมี สารเคมี เป็นต้น หรือกลายเป็นเกษตรเคมีที่มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้สูงขึ้น โดยมุ่งการสร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม การทำการเกษตรในรูปแบบใหม่ ได้ก่อให้เกิดผลกระทบที่ทำลายสภาพแวดล้อมธรรมชาติ โดยเฉพาะความอุดมสมบูรณ์ของดินที่ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลงในช่วงต่อมาเป็นลำดับ และจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณการใช้ปัจจัยการผลิตสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อรักษาปริมาณการผลิตให้ได้เท่าเดิม ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เกษตรกรต้องประสบปัญหาภาวะหนี้สินสูงขึ้น นอกจากนั้น สารพิษตกค้างจากการใช้สารเคมีในการทำการเกษตร ได้ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพกับเกษตรกรอีกด้วย

จากผลกระทบที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ประกอบกับทิศทางการพัฒนาทั้งของโลกและในประเทศได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นตามกระแสความห่วงใยในเรื่องสุขภาพ การบริโภคอาหารปลอดภัย การมุ่งเน้นไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนมากขึ้น จึงทำให้เกษตรกรบางส่วนที่ตระหนักถึงปัญหาและผลกระทบต่างๆ จากการทำเกษตรเคมี ได้มีการรวมกลุ่มและตัดสินใจทำเกษตรกรรมทางเลือก รวมทั้งมีการศึกษาและพยายามหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเป็นการทำการเกษตรที่ไม่ใช้สารเคมี ลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอก รวมทั้งสามารถพัฒนาแนวคิดจากระดับปัจเจกบุคคลและครอบครัว ไปสู่การรวมกลุ่มและสร้างเครือข่าย เพื่อช่วยกันพัฒนาระบบการผลิตในรูปแบบเกษตรกรรมยั่งยืนทั้งกระบวนการ เพื่อสร้างการพึ่งพาตนเองและยกระดับการพัฒนาตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

จากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป การทำเกษตรอินทรีย์จึงถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีศักยภาพเพื่อการพัฒนาการเกษตรของไทยอย่างยั่งยืน ที่ทำให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความมั่นคงและความปลอดภัยในสุขภาพ โดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีความสอดคล้องกับการขยายตัวของกระแสความต้องการผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้พัฒนาไปสู่การทำเกษตรอินทรีย์ในเชิงพาณิชย์เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความยากจนและการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป

แขนงวิชาการจัดการการเกษตร สาขาวิชาส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการให้การศึกษาด้านการเกษตรรวมทั้งการวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอน และการพัฒนาการเกษตรของไทย จึงได้สนับสนุนให้มีการจัดตั้ง “ศูนย์พัฒนาเกษตรอินทรีย์” (The Organic Agriculture Development Center: OADC) เพื่อเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างความร่วมมือด้านการเกษตรของไทยให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย นำไปสู่การพึ่งพาตนเองและการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงตลอดจนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

ด้วยพันธกิจดังกล่าว “ศูนย์พัฒนาเกษตรอินทรีย์” จึงนับเป็นอีกหน่วยงานสำคัญของ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ที่ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยและการพัฒนาเพื่อมุ่งตอบสนองพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการให้บริการทางวิชาการเพื่อการพัฒนาคุณภาพของคน และหน่วยงานต่างๆในสังคมอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตและเป็นรูปธรรม โดยที่ “ศูนย์พัฒนาเกษตรอินทรีย์” จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการจัดการความรู้ทั้งในรูปแบบของการพัฒนาองค์ความรู้ การบริหารจัดการ และการเผยแพร่ รวมทั้งสร้างความร่วมมือของเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ต่าง ๆ เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาการเกษตรของไทยอย่างยั่งยืน ที่ทำให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ และยกระดับการพัฒนาตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งนี้ “ศูนย์พัฒนาเกษตรอินทรีย์” ที่ขอเสนอจัดตั้งจะเป็นศูนย์เฉพาะทางที่เน้นการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ สร้างเครือข่ายและบริการทางวิชาการด้านเกษตรอินทรีย์อันเกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างบุคลากรทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยของหน่วยงานต่างๆ ในการผลักดันความรู้ด้านการพัฒนาเกษตรอินทรีย์สู่การสร้างประโยชน์ให้กับสังคมภายนอกได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม อันเป็นภารกิจที่สำคัญอีกภารกิจหนึ่งของมหาวิทยาลัยคือ การสร้างสรรค์และพัฒนาคนเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต อีกทั้งยังเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยในการผลิตความรู้ และการให้บริการทางวิชาการแก่สังคมอย่างเป็นระบบร่วมกันอีกด้วย