สาระน่ารู้

 

สาระสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการไทย

การบริหารจัดการความรู้ (Knowledge Management)

            การบริหารจัดการความรู้ หรือ Knowledge Management เป็นเรื่องค่อนข้างใหม่

ซึ่งเกิดขึ้นจากการค้นพบว่าองค์กรต้องสูญเสียความรู้ไปพร้อม ๆ กับการที่บุคลากรลาออก

หรือเกษียณ อายุราชการ อันส่งผลกระทบต่อการดำเนินการขององค์กรเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น

จากแนวคิดที่มุ่งพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้มากแต่เพียงอย่างเดียวจึงเปลี่ยนไป และมี

ีคำถามต่อไปว่าจะทำอย่างไรให้องค์กรได้เรียนรู้ด้วย ดังนั้น การบริหารจัดการความรู้จึง

สัมพันธ์กับเรื่ององค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) เป็นอย่างยิ่ง หาก

องค์กรจะพัฒนาตนเองให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ก็จำเป็นจะต้องบริหารจัดการความรู้

ภายในองค์กรให้เป็นระบบเพื่อส่งเสริมให้บุคลากรเรียนรู้ได้จริงและต่อเนื่อง หากองค์กร

ใดมีการจัดการความรู้โดยไม่มีการสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นภายใน

องค์กรก็นับเป็นการลงทุนที่สูญเปล่าได้เช่นกัน

            อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการความรู้ มีความซับซ้อนมากกว่าการพัฒนาบุคลากร

ด้วยการฝึกอบรม เพราะเป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินการต่อภายหลังจากที่บุคลากรมี

ความรู้ความชำนาญแล้ว องค์กรจะทำอย่างไรให้บุคลากรเหล่านั้นยินดีถ่ายทอด และ

แลกเปลี่ยนความรู้กับผู้อื่น และในขั้นตอนสุดท้าย องค์กรจะต้องหาเทคนิคการจัดเก็บ

ความรู้เฉพาะไว้กับองค์กรอย่างมีระบบเพื่อที่จะนำออกมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งในสหรัฐอเมริกายังคงแข่งขันกันหาวิธีบริหารจัดการความรู้

ที่เหมาะสมกับตนเองเพื่อให้อยู่ในโลกของการแข่งขันได้สำหรับประเทศไทยนั้นคง

เป็นเรื่องท้าทายสำหรับผู้บริหารที่จะหายุทธวิธีในการดึงความรู้ออกมาจากตัวบุคคล

และการกระตุ้นให้บุคลากรถ่ายทอดความรู้ นั้น การฝึกอบรมอาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด

อุปสรรคที่มักพบอยู่เสมอของการบริหารจัดการความรู้ก็คือพฤติกรรม"การหวงความรู้"

และวัฒนธรรม "การไม่ยอมรับในตัวบุคคล"หากองค์กรสามารถกำจัดจุดอ่อนทั้ง

สองอย่างนี้ได้ การบริหารจัดการความรู้ ก็มิใช่เรื่องยากจนเกินไป

             สืบเนื่องจากการปฏิรูประบบราชการครั้งสำคัญที่ผ่านมาเมื่อเดือนตุลาคม

พ.ศ. 2545 ได้มีการวางกรอบแนวทางการบริหารราชการแผ่นดินไว้อย่างชัดเจน

ซึ่งรวมถึงการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และิวิธีการบริหารกิจการ

บ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 เป็นเรื่องของการกำหนดขอบเขต แบบแผน วิธีการปฏิบัติ

ิโดยเฉพาะมาตรา 11ได้กำหนดเป็นหลักการว่าส่วนราชการต้องมีหน้าที่ในการพัฒนา

ความรู้เพื่อให้มีลักษณะเป็นองค์กรแห่งการ

เรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งสร้างความมีส่วนร่วมในหมู่ราชการให้เกิดการแลกเปลี่ยน

ความรู้ซึ่งกันและกัน... สำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแล ติดตาม

ประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการต่าง ๆ จึงได้เริ่มดำเนินการค้นหาหน่วยงาน

ที่จะสามารถเป็นต้นแบบในเรื่องการบริหารจัดการความร้นอกจากนั้น ยังมีความมุ่งมั่นที่ให้

การสนับสนุนส่งเสริม และให้ความรู้แก่หน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้สามารถดำเนินการบริหาร

จัดการความรู้ได้ อย่างถูกต้องและเป็นระบบ ดังนั้น ก่อนนำไปปฏิบัติจริง จึงจะขอปูพื้นความ

เข้าใจเรื่องแนวคิดของการบริหารจัดการความรู้ดังนี้

การบริหารจัดการความรู้คืออะไร

            ในปัจจุบันนี้ยังไม่มีคำจำกัดความของคำว่า การบริหารจัดการความรู้ ที่เป็นหนึ่งเดียว

แต่เราสามารถสรุปจุดร่วมของความหลากหลายได้ว่า การบริหารจัดการความรู้ คือกระบวน

การใด ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรวบรวม และจัดเก็บความรู้ภายในองค์กรซึ่งเปรียบเสมือน

สินทรัพย์ (Assets) อย่างเป็นระบบเพื่อที่จะนำมาใช้ หรือถ่ายทอดกันได้ภายในองค์กร อันจะ

เกิดประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน หรือเพื่อสร้างความได้เปรียบด้านการแข่งขันในเชิงธุรกิจ

ความรู้ที่ได้รับการจัดการอย่างเป็นระบบนี้จะคงอยู่เป็นความรู้ขององค์กรตลอดไป

            ประโยชน์ของการบริหารจัดการความรู้

            การลงทุนในเรื่องการบริหารจัดการความรู้อาจจะค่อนข้างสูงและอาจจะต้องใช้เวลา

แต่หลาย ๆ องค์กรก็จะได้รับประโยน์ดังนี้

            * ช่วยลดระยะเวลาการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือการเรียนรู้งานใหม่

            * บุคลากรได้รับความพึงพอใจในการปฏิบัติงาน

            * มีผลกำไรมากขึ้น / ลดต้นทุน

            * ลดการสูญเสียเวลา

            * มีความคงที่ในผลของการเรียนรู้ การปฏิบัติงาน และผลิตภัณฑ์

            * การคงรักษาคุณภาพ หรือภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ไว้

            * การพัฒนาคุณภาพของความรู้ไปสู่นวัตกรรมใหม่ ๆ

การดำเนินการในเรื่องการบริหารจัดการความรู้

            IT จะมีบทบาทต่อการบริหารจัดการความรู้ เป็นอย่างมาก จึงควรต้องระลึกไว้

เสมอว่า ข้อมูลสารสนเทศ (Information) เป็นข้อมูลที่ผ่านกระบวนการเรียบเรียง ตีความ

วิเคราะห์ และให้ความหมายแล้ว ความรู้ (Knowledge) คือสิ่งที่ได้จากกระบวนการที่

มนุษย์รับข้อมูลผ่านกระบวนการการคิด เปรียบเทียบ เชื่อมโยง จนเกิดเป็นความเข้าใจและ

นำไปใช้ ส่วนความรู้ขั้นสูงสุด คือ ปัญญา (Wisdom) เป็นความรู้ที่สะสม หรือฝังอยู่ในตัว

บุคคล การเลื่อกวิธีการบริหารจัดการความรู้ ได้อย่างเหมาะสม ควรรู้ว่าเราไม่สามารถ

ถ่ายทอดความรู้ได้โดยง่ายเสมอไป เนื่องจาก ความรู้มี 2 ประเภท ที่มีลักษณะแตกต่างกัน

โดยสิ้นเชิง คือ

            * Tacit Knowledge เป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ พรสวรรค์ หรือสัญชาติญาณ

              ของแต่ละบุคคลในการทำความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ เป็นความรู้ที่ไม่สามารถถ่ายทอด

              ออกมาเป็นคำพูด หรือลายลักษณ์อักษรได้โดยง่าย เช่น ทักษะในการทำงาน งานฝีมือ

              หรือการคิดเชิงวิเคราะห์ บางคนจึงเรียกว่าเป็นความรู้แบบนามธรรม

            * Explicit Knowledge เป็นความรู้ที่สามารถรวบรวม ถ่ายทอดได้โดยผ่านวิธีการ

              ต่าง ๆ เช่น ลายลักษณ์อักษร ทฤษฎี คู่มือต่าง ๆ และบางครั้งเรียกว่าเป็นความรู้

              แบบรูปธรรม

             ถึงแม้ว่าจะมีมุมมองและแนวคิดที่หลากหลายจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก แต่ขั้นตอนการ

จัดการความรู้นั้นสามารถสรุปได้ คือ

              1) การสำรวจความรู้ภายในองค์กร

              2) การวางแผนความรู้เพื่อการรวบรวมและจัดเก็บ

              3) การพัฒนาความรู้

              4) การถ่ายทอดความรู้ (Knowledge Sharing)

              สิ่งที่ควรคำนึงอย่างยิ่งก็คือ วิธีการที่ใช้กับองค์กรหนึ่ง อาจจะไม่ได้ผลดีกับอีก

องค์กรหนึ่ง เพื่อให้การจัดการมีความประสบผลสำเร็จ องค์กรนั้น ๆ ควรเริ่มทดลอง

ปฏิบัติจริงและปรับเปลี่ยนวิธีการจนกว่าจะได้แนวทางที่เหมาะสมและได้ผลดีที่สุด

 

.......................................เอกสารเผยแพร่ ก.พ.ร.