|
_ระบบการศึกษา |
_____ระบบการถ่ายทอดเนื้อหาและประสบการณ์
_____1. มหาวิทยาลัยใช้ระบบการศึกษาทางไกลที่มุ่งเน้นให้นักศึกษาสามารถศึกษา
ค้นคว้าอย่างเป็นอิสระด้วยตนเองตลอดเวลา ภายใต้การให้คำแนะนำ การให้คำปรึกษา
อย่างเป็นระบบที่ชัดเจน
_____2. มหาวิทยาลัยถ่ายทอดเนื้อหาสาระและประสบการณ์ทางวิชาการโดยผ่านระบบ
สื่อทางไกลและสื่อประเภทต่างๆอันได้แก่ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อระบบอิเล็กทรอนิกส์ประเภท
ต่างๆ ตามความเหมาะสม เช่น สื่ออินเทอร์เน็ต เพื่อเอื้อต่อการเรียนการสอนทางไกลใน
ระบบเปิด (Open Distance Learning) อันได้แก่ Web-base/Online base ที่ใช้ระบบ
การจัดการทรัพยากรความรู้ผ่านระบบ Web ของโครงการปริญญาเอกของสาขาวิชาฯ
และสื่อประเภท Off-line ต่างๆ เช่น DVD, VCD ต่างๆ
_____ 3. มหาวิทยาลัยจัดระบบและวิธีการศึกษาการให้ความรู้และการให้คำแนะนำ คำ
ปรึกษา ด้วยวิธีการนัดหมายระหว่างอาจารย์กับนักศึกษาตามแต่ละช่วงเวลาที่เหมาะสม
รวมทั้งการเข้ารับการปฐมนิเทศ การปรับพื้นฐานหรือการลงวิชาเลือกต่างๆ การสัมมนา
เสริม การสัมมนาเข้ม การนำเสนอผลงานทางวิชาการและกิจกรรมปฎิสัมพันธ์ต่างๆ ตาม
ความเหมาะสมทั้งในระบบชั้นเรียน และระบบทางไกลทั้งภายในและต่างประเทศ เช่น
ระบบ
VDO Conference ระบบ Online Consultation ระบบ Cross/Joint Learning
ระบบ e-Learning/e-Publication ระบบ Online Sharing & Learning ในรูปแบบของ
e-Communities/e-Forum เป็นต้น
_____ 4. มหาวิทยาลัยจัดการศึกษาเป็นระบบหน่วยกิตทวิภาค โดยแบ่งปีการศึกษา
ออกเป็น 2 ภาคการศึกษาคือ ภาคต้น และภาคปลาย ภาคการศึกษาแต่ละภาคมีระยะ
เวลาเรียนไม่น้อยกว่า 15 สัปดาห์
_____ 5. มหาวิทยาลัยจัดเนื้อหาสาระและประสบการณ์เป็นชุดวิชาที่มีลักษณะ
บูรณาการ
และมีค่าไม่น้อยกว่า 5 หน่วยกิต ในแต่ละภาคนักศึกษาจะต้องลงทะเบียน
เรียนไม่น้อยกว่า
5 หน่วยกิต แต่ไม่เกิน 12 หน่วยกิตและนักศึกษาจะต้องลงทะเบียน
ในภาคถัดไปให้ครบตาม
หลักสูตรที่สาขาวิชากำหนด
_____ 6. มหาวิทยาลัยจัดให้มีแหล่งวิชาการบัณฑิตส่วนกลาง คือ สำนักบรรณสาร
สนเทศ และส่วนภูมิภาค ณ ศูนย์วิทยพัฒนา ศูนย์บริการการศึกษาเฉพาะกิจ และศูนย์
บริการการศึกษาอื่นๆ ทั่วประเทศ |
| |
| _โครงสร้างหลักสูตรปริญญาเอก |
_____หลักสูตรปริญญาเอกจัดเป็น 2 แบบ ประกอบด้วย
_____แบบ 1 เป็นแผนการศึกษาที่เน้นการวิจัย ผู้เข้าศึกษาที่สำเร็จการศึกษาระดับ
ปริญญาโท ต้องทำดุษฎีนิพนธ์ที่ก่อให้เกิดความรู้ใหม่ ไม่น้อยกว่า 48 หน่วยกิต และ
ศึกษาชุดวิชาที่เพิ่มเติม โดยไม่นับหน่วยกิต แต่ต้องผ่านเกณฑ์ตามที่มหาวิทยาลัย
กำหนด สอบผ่านภาษาอังกฤษตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด และสอบผ่านการสอบวัด
คุณสมบัติ (Qualifying Examination) เพื่อเป็นผู้มีสิทธิขอทำดุษฎีนิพนธ์ ทั้งนี้ผลงาน
ดุษฎีนิพนธ์ต้องได้รับการตีพิมพ์ หรืออย่างน้อยดำเนินการให้ผลงานหรือส่วนหนึ่งของ
ผลงานได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์ทางวิชาการที่เป็นที่ยอมรับใน
สาขาวิชานิเทศศาสตร์หรือที่เกี่ยวข้องและมีกรรมการภายนอกร่วมกลั่นกรอง (Peer
Review) รวมทั้งต้องเข้ารับการสัมมนาเข้มเสริมประสบการณ์ดุษฎีบัณฑิต
_____แบบ 2 เป็นแผนการศึกษาที่เน้นการวิจัย โดยมีการทำดุษฎีนิพนธ์ที่มีคุณภาพสูง
และก่อให้เกิดความก้าวหน้าทางวิชาการและวิชาชีพ ผู้เข้าศึกษาต้องศึกษาชุดวิชาตาม
ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรสอบผ่านภาษาอังกฤษตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด และสอบผ่าน
การสอบวัดคุณสมบัติ (Qualifying Examination) เพื่อเป็นผู้มีสิทธิขอทำดุษฎีนิพนธ์
ทั้งนี้ผลงานดุษฎีนิพนธ์ต้องได้รับการตีพิมพ์ หรืออย่างน้อยดำเนินการให้ผลงานหรือส่วน
หนึ่งของผลงานได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์ทางวิชาการที่เป็นที่
ยอมรับในสาขาวิชานิเทศศาสตร์หรือที่เกี่ยวข้อง และมีกรรมการภายนอกร่วมกลั่นกรอง
(Peer review) รวมทั้งต้องเข้ารับการสัมมนาเข้มเสริมประสบการณ์ดุษฎีบัณฑิต
_________แบบ 2.1 ผู้เข้าศึกษาที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทต้องทำดุษฎีนิพนธ์
ไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต และศึกษาชุดวิชา 3 ชุดวิชาไม่น้อยกว่า 18 หน่วยกิต
_________แบบ 2.2 ผู้เข้าศึกษาที่สำเร็จปริญญาตรีต้องทำดุษฎีนิพนธ์ไม่น้อยกว่า 48
หน่วยกิต และศึกษาชุดวิชา 7 ชุดวิชา ไม่น้อยกว่า 38 หน่วยกิต |
| |
| _ขั้นตอนการศึกษาและการควบคุมมาตรฐานการศึกษา |
_____ การศึกษาทั้งแผนการศึกษาแบบ 1 และแบบ 2 นี้จะดำเนินไปโดยมีมาตรฐาน การศึกษาและการประเมิน เพื่อสำเร็จการศึกษาในระบบเดียวกัน ประกอบด้วย _____ 1. การสอบประจำชุดวิชา _____ นักศึกษาที่ศึกษาในแผนการศึกษาแบบ 2.1 จะต้องศึกษาชุดวิชา 3 ชุดวิชาที่ มหาวิทยาลัยกำหนดคือ _____ ___(1) ชุดวิชาวิทยปรัชญาและทฤษฎีการสื่อสาร _____ ___(2) ชุดวิชาการวิจัยและการประเมินผลทางนิเทศศาสตร์ และ _____ ___(3) ชุดวิชาสัมมนาประเด็นและปัญหาเพื่อการวิจัยทางนิเทศศาสตร์ _____ ส่วนนักศึกษาในแผนการศึกษาแบบ 2.2 จะต้องศึกษาชุดวิชา 7 ชุดวิชาคือ ชุดวิชา 3 ชุดวิชาดังกล่าวข้างต้น รวมทั้งต้องศึกษาชุดวิชาเพิ่มเติมอีก 4 ชุดวิชาได้แก่ _____ ___(1) ปรัชญานิเทศศาสตร์และทฤษฎีการสื่อสาร _____ ___(2) การวิจัยและสถิติประยุกต์ทางนิเทศศาสตร์ _____ ___(3) เทคโนโลยีการจัดการการสื่อสาร และ _____ ___(4) นิเทศศาสตร์ศึกษา _____ โดยนักศึกษาจะต้องศึกษาชุดวิชาจากสื่อการศึกษาที่มหาวิทยาลัยกำหนดให้ ทำการปฏิบัติกิจกรรมและเข้าสอบไล่โดยผ่านการประเมินในระดับ 3.00 จากระบบ 4.00 แต้ม การประเมินผลชุดวิชาประเมินจาก _____ ___1. รายงานที่กำหนดให้ทำ _____ ___2. การเข้าร่วมกิจกรรมปฏิสัมพันธ์ _____ ___3. การสอบข้อเขียนในการสอบไล่ประจำภาคการศึกษา
_____ 2. การสอบวัดคุณสมบัติ (Qualifying Examination) _____ ___แผนการศึกษาแบบ 1 และแบบ 2.1 เป็นการสอบเพื่อการวัดศักยภาพ ทางวิชาการของนักศึกษาว่ามีความพร้อมที่จะทำดุษฎีนิพนธ์ในระดับปริญญาเอก นักศึกษาจะต้องสอบผ่านข้อสอบวัดคุณสมบัติก่อนจึงจะมีสิทธิเสนอขออนุมัติสอบ โครงการดุษฎีนิพนธ์ (Dissertation Proposal) _____ ___แผนการศึกษาแบบ 2.2 การสอบวัดคุณสมบัติแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงแรก ภาคปลายของปีที่ 1 เป็นการสอบเพื่อวัดศักยภาพทางวิชาการของ นักศึกษาว่ามีความพร้อมที่จะศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก และในช่วงที่ 2 เป็นการ สอบเพื่อวัดศักยภาพทางวิชาการของนักศึกษาว่ามีความพร้อมที่จะทำดุษฎีนิพนธ์ใน ระดับปริญญาเอก นักศึกษาจะต้องสอบผ่านข้อสอบวัดคุณสมบัติก่อน จึงจะมีสิทธิขอ อนุมัติสอบโครงการดุษฎีนิพนธ์ _____ 3. การสอบโครงการดุษฎีนิพนธ์ (Dissertation Proposal Defense) _____ เมื่อนักศึกษาได้รับอนุมัติหัวข้อและเค้าโครงดุษฎีนิพนธ์ (Dissertation Outline) และสอบผ่านข้อสอบวัดคุณสมบัติแล้ว ซึ่งอาจจะผ่านในภาคการศึกษาแรก หรือภาคการศึกษาที่สอง แล้วแต่กรณี นักศึกษาจึงมีสิทธิขอสอบโครงการดุษฎีนิพนธ์ _____ 4. การสอบดุษฎีนิพนธ์ (Dissertation Defense) _____ นักศึกษาจะขอสอบดุษฎีนิพนธ์ได้เมื่อได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์
|
__________________________________________________ |
|