จุลสารสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ฉบับที่ 4 ปี 2552
 
 

น้ำดื่มในสถานประกอบการ/โรงงานอุตสาหกรรม
ตอนที่ 4 – คุณภาพน้ำทางชีวภาพ

 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปราโมช  เชี่ยวชาญ

ความเดิมจากตอนที่ 3 ได้กล่างถึงคุณภาพน้ำทางทางด้านกายภาพและทางด้านเคมี ในตอนนี้จะกล่าวถึงคุณภาพน้ำทางด้านชีวภาพ มีรายละเอียดพอสังเขป ดังนี้

คุณภาพน้ำทางชีวภาพ

เนื่องจากน้ำเป็นสื่อนำโรคได้ (Water Borne Disease) ดังนั้น คุณภาพน้ำทางด้านชีวภาพจึงมีความสำคัญมากเช่นกัน เพราะเชื้อโรคต่างๆ สามารถดำรงชีพอยู่ในน้ำได้ ความจริงแล้วคุณภาพน้ำทางด้านชีวภาพหมายถึงการที่น้ำมีสิ่งมีชีวิตต่างๆ อยู่ในน้ำ เช่น พืชน้ำ สัตว์น้ำ และจุลินทรีย์ ซึ่งมีทั้งประโยชน์และโทษต่อมนุษย์ แต่ในที่นี้จะกล่าวถึงคุณภาพน้ำทางด้านชีวภาพที่สำคัญเกี่ยวข้องกับการนำน้ำมาใช้ประโยชน์ต่อการอุปโภคบริโภค ซึ่งได้แก่ พวกจุลินทรีย์ ตำราบางเล่มจึงจัดไว้เป็นคุณภาพน้ำทางด้านจุลินทรีย์ (Microorganism) เราสามารถแบ่งจุลินทรีย์โดยใช้การทำให้เกิดโรคเป็นเกณฑ์ได้ 2 ชนิด คือ

1) จุลินทรีย์ที่ไม่ทำให้เกิดโรค (Nonpathogenic Microorganism) ซึ่งอยู่ในน้ำที่สำคัญ ได้แก่ แบคทีเรีย โปรโตซัว สาหร่ายหรือราบางชนิด ซึ่งนอกจากจะไม่ทำให้เกิดโรคแล้ว ยังมีส่วนช่วยในการย่อยสลายสิ่งสกปรกที่เป็นสารอินทรีย์ในน้ำด้วย อย่างไรก็ตาม การจัดหาน้ำสะอาดเพื่อการบริโภค มักไม่ต้องการให้มีจุลินทรีย์อยู่เลยหรือให้มีจำนวนน้อยมากเท่าไรได้ยิ่งดี

2) จุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค (Pathogenic Microorganism) มีอยู่หลายชนิด มีทั้งชนิดที่ก่อให้เกิดอาการของโรคอย่างรุนแรงถึงตายได้ ไปจนถึงเพียงแค่มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยแล้วจะต้องไม่มีจุลินทรีย์ประเภทนี้ในน้ำที่ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคเลย จุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคโดยมีน้ำเป็นสื่อนำโรคที่สำคัญ มีดังนี้

-ไวรัส (Virus) เป็นจุลินทรีย์ที่มีขนาดเล็ก มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าและกล้องจุลทรรศน์ทั่วไปต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายพิเศษที่เรียกว่า กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน (Electron Microscope) ไวรัสที่อาจพบการแพร่กระจายในน้ำแล้วทำให้เกิดโรคในมนุษย์ เช่น ไวรัสที่ทำให้เกิดโรคตับอักเสบชนิดเอ (Infectious Hepatitis type A) ไวรัสที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วงอย่างรุนแรงในเด็ก (Gastroenteritis Viral) เป็นต้น

-แบคทีเรีย ( Bacteria) เป็นจุลินทรีย์ที่มีขนาดโตกว่าไวรัส สามารถมองเห็นได้โดยใช้กล้องจุลทรรศน์ธรรมดา โรคที่เกิดจากแบคทีเรียที่มีน้ำเป็นสื่อที่สำคัญมีหลายโรค เช่น อหิวาตกโรค (Cholera) ซึ่งเกิดจาก Vibrio cholera โรคบิด (Bacillary Dysentery) ซึ่งเกิดจากแบคทีเรีย พวก Shigella flexneri หรือ Shigella dysenteriae โรคไข้รากสาดหรือไข้ไทฟอยด์ (Typhoid Fever) ซึ่งเกิดจาก Samonella paratyphoid A B หรือ C เป็นต้น

-โปรโตซัว (Protozoa) โปรโตซัวที่ทำให้เกิดโรค เช่น โรคบิดอะมีบา (Amoebic Dysentery) ซึ่งเกิดจากโปรโตซัวชนิด Entamoeba histolytica โรคจิอาร์เดีย (Giardiasis) ซึ่งเกิดจากโปรโตซัวชนิด Giardia lambia เป็นต้น 

-หนอนพยาธิ (Helminth) เป็นจุลินทรีย์ที่มีขนาดใหญ่กว่าจุลินทรีย์ชนิดอื่นๆ จัดเป็นพวกปรสิต (Parasite) เพราะต้องอาศัยอยู่บนหรือในร่างกายสิ่งมีชีวิตอื่น พยาธิที่ทำให้เกิดโรค มีดังนี้ เช่น โรคพยาธิไส้เดือนกลม (Ascariasis) ซึ่งเกิดจากพยาธิตัวกลมชนิด Ascaris lambricoides เป็นต้น

จากที่กล่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่า คุณภาพน้ำทางด้านชีวภาพ หรือทางด้านจุลินทรีย์ประกอบไปด้วยจุลินทรีย์มากมายหลายชนิดทั้งที่ทำให้เกิดโรคและไม่ทำให้เกิดโรค ในการตรวจวิเคราะห์จุลินทรีย์แต่ละชนิดจะต้องสิ้นเปลืองทั้งเวลา แรงงาน และค่าใช้จ่ายที่สูง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องกำหนดตัวชี้วัดหรือพารามิเตอร์ที่สำคัญ ซึ่งสามารถชี้บ่งถึงคุณภาพของน้ำทางด้านชีวภาพได้ ซึ่งในปัจจุบันมีพารามิเตอร์ของคุณภาพน้ำทางด้านชีวภาพที่สำคัญและนิยมใช้อยู่ 3 พารามิเตอร์ ดังนี้

1. การตรวจจำนวนแบคทีเรียทั้งหมด (Total Bacteria or Standard Plate Count) ซึ่งเป็นการตรวจวัดจำนวนแบคทีเรียทั้งหมดโดยการเพาะเลี้ยงบนอาหารวุ้น (Agar) แล้วนับจำนวนกลุ่มหรือจุดเล็กๆ (Colony) ของแบคทีเรียที่เกิดขึ้น

2. การตรวจหาโคลิฟอร์มแบคทีเรีย (Total Coliform Index) ซึ่งเป็นการตรวจวัดจำนวนของแบคทีเรียในกลุ่มโคลิฟอร์ม ซึ่งมีอยู่ 2 ชนิดที่สำคัญ คือ Escherichia coli (E.coli) และ Aerobacter aerogenes (A.aerogenes) โดยที่ E.coli เป็นแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของคนและสัตว์เลือดอุ่น ส่วน A.aerogenes นั้นมักอาศัยอยู่ในดินและพืช ดังนั้น การตรวจพบโคลิฟอร์มแบคทีเรียในน้ำจึงไม่ได้เป็นการยืนยันได้อย่างแน่นอนว่าน้ำนั้นได้รับการปนเปื้อนจากของเสียของคนหรือสัตว์ การจะรู้ให้แน่ชัดลงไป ควรทำการตรวจวิเคราะห์ fecal coliform หรือตรวจหา E.Coli โดยเฉพาะ

3. การตรวจหา ฟีคัล โคลิฟอร์ม หรือ อีโคไล E.coli อาศัยอยู่ในลำไส้ของสัตว์เลือดอุ่น ดังนั้น ถ้าตรวจพบ E.coli ในน้ำแสดงว่าน้ำนั้นมีอุจจาระปนเปื้อนอยู่อย่างแน่นอน ซึ่งอาจมีโอกาสที่จะมีจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคชนิดอื่นเจือปนอยู่ด้วยเช่นกัน จึงไม่ปลอดภัยต่อการนำมาอุปโภคบริโภค

จะเห็นได้ว่าทั้ง 3 พารามิเตอร์ล้วนเป็นการตรวจวิเคราะห์ทางด้านแบคทีเรียเป็นหลัก ดังนั้น ตำราบางเล่มจึงเรียกคุณภาพน้ำทางด้านชีวภาพนี้ว่าเป็นคุณภาพน้ำทางด้านแบคทีเรีย หรือทางด้านบักเตรี

--------------------------------------------