มุมสบายๆ โดย รศ.ดร.พรทิพย์ เกยุรานนท์
 

การตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ

โดย  อาจารย์ ดร.อารยา ประเสริฐชัย

        ในฉบับนี้จะไขข้อข้องใจที่นักศึกษาถามกันบ่อยของนักศึกษาปริญญาโท แผน ก. วิชาเอกบริหารสาธารณสุขและวิชาเอกบริหารโรงพยาบาล ที่มักมีคำถามมากมายถึงวิธีการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ ซึ่งได้คัดเฉพาะประเด็นคำถามที่สำคัญมาตอบ ดังนี้

ถาม:  ทำไมต้องตีพิมพ์?
ตอบ: “ตามประกาศมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เรื่องการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยจากวิทยานิพนธ์ลงวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ.2553 กำหนดให้นักศึกษาหลักสูตรปริญญาโท แผน ก ที่เข้าศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา2551 ต้องตีพิมพ์เผยแพร่วิทยานิพนธ์หรือส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์ทางวิชาการหรือเสนอต่อที่ประชุมวิชาการที่มีรายงานการประชุม (Proceedings) เป็นเกณฑ์การสำเร็จการศึกษา”

        ดังนั้น จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่นักศึกษาที่มีรหัสเข้าศึกษาตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 จะต้องตีพิมพ์และส่งหลักฐานให้ครบก่อน จึงสามารถจบการศึกษาในระดับปริญญาโทได้

ถาม:  รูปแบบการเขียนบทความทางวิชาการเพื่อตีพิมพ์ในวารสารวิชาการควรเป็นอย่างไร ?
ตอบ: โครงสร้างของต้นฉบับบทความที่มาตรฐานและใช้ทั่วไป มีดังนี้
1. ชื่อ เรื่อง (Title)
2.  ชื่อ ผู้เขียน (Authors)
3. บทนำ (ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา) (Introduction) ควรเขียนประมาณ 2 หน้า
4.  แนวคิด ทฤษฏีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (Theoretical background) ควรเขียนประมาณ 2 หน้า
5. พื้นที่ศึกษา ข้อมูลและระเบียบวิธีการวิจัย (Study site, data and research methodology: Data and Method) ควรเขียนประมาณ 2หน้า
6. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลและอภิปรายผล (Results and discussion) ควรเขียนประมาณ 10-13หน้า
7. สรุปและข้อเสนอแนะ (Conclusion) ควรเขียนประมาณ 1.5 หน้า
8. จำนวนหน้าทั้งหมดประมาณ 15 – 25 หน้า แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละวารสารจะกำหนด

ถาม:  หลักสำคัญในการเลือกเรื่องและประเด็นที่จะเขียน ?
ตอบ: 1. ทุกวารสารจะกำหนดกรอบประเด็นเรื่อง (Theme) เอาไว้ เราควรใช้หลักการนี้เป็นพื้นฐานในการกำหนดประเด็นวิจัย และคำถามวิจัย “ก่อนเขียนต้องกำหนดวารสารไว้ล่วงหน้า”

2. ควรกำหนดวารสารที่จะส่งบทความไปตีพิมพ์ไว้ล่วงหน้าก่อนทำวิจัย เราต้องเตรียมไว้แล้วว่าจะส่งประเด็นอะไร มีคำถามวิจัยอย่างไร ไปตีพิมพ์ที่ไหน และภายในช่วงเวลาใด

ถาม: การเลือกวารสารวิชาการ ?
ตอบ: 1. วารสารต้องเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานวารสารที่สานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) กำหนด

2. ชื่อวารสารปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลของวารสารทางวิชาการที่เป็นไปตามเกณฑ์ สกอ. และ สกว. อาทิ ฐานข้อมูลของสานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ฐานข้อมูลศูนย์ดัชนีอ้างอิงวารสารไทย และฐานข้อมูลวารสารทางวิชาการของสานักบัณฑิตศึกษา

ถาม: การส่งหลักฐานแสดงการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานจากวิทยานิพนธ์ เพื่อการสำเร็จการศึกษา?
ตอบ: 1. ส่งบทความจากวิทยานิพนธ์ที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ โดยกรอกแบบฟอร์ม วพ.๐๐๑ และส่งพร้อมหลักฐานแสดงการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานจากวิทยานิพนธ์มาที่ฝ่ายส่งเสริมมาตรฐานบัณฑิตศึกษา สานักบัณฑิตศึกษา

2. หลักฐานแสดงการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานจากวิทยานิพนธ์ แยกได้ 2 ประเภท ดังนี้

(1) การเผยแพร่ในที่ประชุมวิชาการ ให้นักศึกษาส่งหลักฐาน ดังนี้

ก. Proceedings ฉบับเต็มในรูปแบบเอกสารหรือ CD ซึ่งปรากฏบทความจากวิทยานิพนธ์ระบุชื่อนักศึกษาเป็นชื่อแรก

ข. หลักฐานแสดงการเผยแพร่ผลงานจากหน่วยงาน/ สถาบันที่จัดการประชุม

(2) การเผยแพร่ในวารสารทางวิชาการ ดังนี้

ก. กรณีที่วารสารทางวิชาการจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มแล้ว ให้นักศึกษาส่งเล่มวารสารทางวิชาการซึ่งปรากฏบทความจากวิทยานิพนธ์ระบุชื่อนักศึกษาเป็นชื่อแรก

ข. กรณีที่วารสารทางวิชาการยังอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดพิมพ์ ให้นักศึกษาส่งสำเนาบทความจากวิทยานิพนธ์ที่ระบุชื่อนักศึกษาเป็นชื่อแรก พร้อมกับใบตอบรับการตีพิมพ์ที่ลงนามโดยบรรณาธิการ ระบุชื่อวารสาร ปี และเล่มที่ ที่จะตีพิมพ์ โดยนักศึกษาต้องส่งวารสารทางวิชาการฉบับจริงตามที่ระบุไว้ในใบตอบรับ ภายในระยะเวลาไม่เกินหกเดือนหลังจากครบกำหนดเวลาตามเล่มวารสารที่ระบุในใบตอบรับการตีพิมพ์

        หากนักศึกษาเกิดเหตุสุดวิสัยไม่สามารถส่งวารสารทางวิชาการฉบับจริงภายในระยะเวลาหกเดือนหลังจากครบกำหนดเวลาตามเล่มวารสารที่ระบุไว้ นักศึกษาจะต้องกรอกแบบฟอร์ม วพ.๐๐๒ ส่งที่สาขาวิชาที่ศึกษาเพื่อขออนุมัติขยายเวลาการส่งหลักฐานการเผยแพร่ผลงานจากวิทยานิพนธ์ ทั้งนี้คณะกรรมการบัณฑิตศึกษาประจาสาขาวิชาฯ มีอำนาจขยายเวลาการส่งเล่มวารสารทางวิชาการได้ครั้งละไม่เกินหกเดือนนับจากเดือนและปีที่ครบกำหนดเวลาการออกวารสารทางวิชาการ

        สุดท้ายนี้ คิดว่านักศึกษาคงได้ความกระจ่างเกี่ยวกับการตีพิมพ์ และจบได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ และคอยติดตามในฉบับหน้า ว่าจะไขข้อข้องใจในประเด็นอะไร

......................................