แจ้งปัญหาการเข้าใช้กระดานสนทนาที่ mail Watcharet.kun@stou.ac.th

       การแก้ไขเรื่องโพสต์ข้อความไม่ได้สำหรับผู้ที่ใช้ IE10 <วิธีแก้เบื้องต้น>
      เพิ่มระบบเรียงลำดับกระทู้ที่ตอบล่าสุดไว้บนสุด
      ค้นหาข้อมูลจาก google credit by lukeAtMe

พรบ คอมพิวเตอร์ คลิ๊ก เพื่ออ่าน

 
  ค้นหาด้วย google       
สวัสดีคุณกำลังอยู่ใน Webboard Stou     ค้นหาข้อมูลกระดานสนทนา
หน้ากระทู้รวม
กลับหน้ากระดานสนทนา .::รัฐศาสตร์ ::.
81311 อ่านจบแล้ว ไม่เข้าใจเลย ช่วยด้วยค่ะ รุ่นพี่
  ผู้ตั้งคำถาม : ซูซี่ วันที่ Post : 09-06-2013 19:58  จำนวน Post: 172 ครั้ง

User: ซูซี่
โพสต์: 172  ครั้ง
id Post 1022626
วันที่ Post : 09-06-2013 19:58


81311 หลักและวิธีการศึกษาทางรัฐศาสตร์
อ่านจบแล้ว  คิดว่าเข้าใจแค่ 20%
รบกวนรุ่นพี่ ช่วยด้วยนะคะ 
มีสรุปย่อที่อ่านแล้วเข้าใจง่ายขึ่้นใหมคะ
รึ..อะไรก็ได้
ขอคุณล่วงหน้าค่ะ

User: ซูซี่
โพสต์: 172  ครั้ง
id Post 1022627
วันที่ Post : 09-06-2013 20:00


ดิฉันลง ภาคพิเศษ มีผู้ใด..ลงบ้างคะ
ได้ข่าวรุ่นพี่เคยบอกว่าเป็นวิชา..ปราบเซียน..
...ย่านสอบตก...

User: ชัยวัฒน์
โพสต์: 35  ครั้ง
id Post 1022690
วันที่ Post : 10-06-2013 03:44


เอกสารโสตทัศน์ หน่วยที่ 1-7 ครับ
http://www.stou.ac.th/Offices/Oes/upload/a-w%2081311-1.pdf

ส่วนหน่วยที่ 8-15 หาลิงค์ไม่เจอครับ ใครมีไฟล์ช่วยโพสให้ด้วยแล้วกันครับ

User: ซูซี่
โพสต์: 172  ครั้ง
id Post 1022704
วันที่ Post : 10-06-2013 08:04


เอกสารโสตทัศน์ หน่วยที่ 1-7 ครับ
http://www.stou.ac.th/Offices/Oes/upload/a-w%2081311-1.pdf
....เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้ว่ามีแบบนี้ด้วย...
....ไปอยู่ไหนมาน่ะเรา...

User: เมือง
โพสต์: 713  ครั้ง
id Post 1022727
วันที่ Post : 10-06-2013 09:17


อ่านเล่นๆ..อาจจะช่วยได้บ้าง..ไม่มากก็น้อย.

                ขออนุญาตหลบออกจากเรื่องของการเมือง  มาพูดเรื่องของควันหลงจากการตรวจข้อสอบอัตนัยบ้าง

นะคะ  เป็นควันหลงที่เก็บมาจากการได้ตรวจข้อสอบอัตนัยบางชุดวิชา  รวมทั้งการเก็บข้อมูลจากเพื่อนอาจารย์ที่มีโอกาสตรวจข้อสอบ  และได้มีโอกาสคุยกันค่ะ

                ขอเริ่มจากชุดวิชาที่น่าจะเป็นชุดวิชาที่มีปัญหามากที่สุดนะคะ  คือ ชุดวิชา 81311  หลักและวิธีการศึกษาทางรัฐศาสตร์  ชุดวิชานี้น่าเป็นห่วงมากๆค่ะ  เนื่องจากนักศึกษาไม่เข้าใจคำถามทั้งที่คำถามค่อนข้างชัดแจ้งนะคะ  คำถามเขาให้เริ่มจากการใช้หลักการจากเอกสารมาวิเคราะห์อธิบายพฤติกรรมของนักการเมือง  โดยยกตัวอย่างประกอบ  สิ่งที่เกิดขึ้นคือ  นักศึกษาเข้าสอบโดยไม่รู้แม้แต่ว่าตนเองสอบวิชาอะไร  นักศึกษาตอบคำถามแบบเข้าสอบชุดวิชาปัญหาการเมืองไทยปัจจุบัน  ไม่ใช่ชุดวิชาหลักและวิธีการศึกษาทางรัฐศาสตร์ค่ะ  นักศึกษาจึงเล่าได้แต่พฤติกรรมของนักการเมือง  หนักไปกว่านั้น  บางคนไม่เข้าใจว่าเขาให้วิเคราะห์พฤติกรรมของนักการเมือง  หลายคนเล่าสถานการณ์ทางการเมือง  หลายคนพูดถึงเสื้อเหลืองเสื้อแดง  ที่กล่าวมาทั้งหมดไม่มีคะแนนให้หรือถ้าให้ก็จะน้อยมากนะคะ   เนื่องจาก นักศึกษาต้องเข้าใจก่อนว่าชุดวิชานี้เขาต้องการให้นักศึกษาเอาความรู้จากแนวทางต่างๆ ในการศึกษาทางรัฐศาสตร์มาวิเคราะห์พฤติกรรมของนักการเมือง  และโจทย์เขาให้ตั้งด้วยหลักการก่อน  ดังนั้นนักศึกษาต้องอธิบายให้ได้ว่า  ในการที่นักศึกษาจะอธิบายวิเคราะห์พฤติกรรมทางการเมืองของนักการเมือง  นักศึกษาจะใช้แนวทางอะไรในการวิเคราะห์  ใช้ได้หลายแนวทางมากค่ะ  เช่น จิตวิทยา  ก็ต้องอธิบายให้ได้ว่าแนวทางนี้มีรายละเอียดอย่างไรที่เราจะนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมของนักการเมือง   แนวทางปรัชญาการเมือง  แนวทางสื่อสารทางการเมือง  แนวทางนโยบายสาธารณะ  แนวทางโครงสร้างหน้าที่  แนวทางระบบ   แนวทางการตัดสินใจ  เป็นต้น   เช่น  แนวทางนโยบายสาธารณะ  คือการกำหนดนโยบายที่จะต้องตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่  มีความเป็นไปได้  มีการดำเนินนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล  เราก็ต้องวิเคราะห์พฤติกรรมนักการเมืองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบายสาธารณะ  หรือแนวจิตวิทยาการเมือง  เราก็ต้องอธิบายก่อนว่าแนวจิตวิทยาการเมือง  เขาเน้นว่าพฤติกรรมทางการเมืองของบุคคลแต่ละบุคคลจะมีความแตกต่างกัน  ขึ้นกับปัจจัยหลายปัจจัย เช่น  การอบรมกล่อมเกลา  ซึ่งผ่านจากสถาบันต่างๆ  ตั้งแต่ครอบครัว กลุ่มเพื่อน สถาบันการศึกษา  เป็นต้น  แล้วเราก็วิคราะห์พฤติกรรมนักการเมืองโดยใช้กรอบนี้  เป็นต้น  ที่ยกมาอาจารย์เขียนแบบบรวบรัดนะคะ  แต่อยากอธิบายให้เห็นวิธีการเขียนตอบข้อสอบของชุดวิชานี้  ที่ทำข้อสอบกันมาไม่ถูกค่ะ  เรียกว่าไม่มีความเข้าใจว่าวิชานี้วัตถุประสงค์ของการศึกษาอยู่ตรงไหน  หนักไปกว่านั้น  บางคนเล่าสถานการณ์โดยยกตัวอย่างบุคคลจริงที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่นหรือระดับชาติ  มาเล่าว่าเขาทำอะไร  แต่ก็มีบางคนที่เข้าใจและตอบได้ดี  และอาจารย์ก็อยากจะบอกว่า  คนที่ตอบได้ถูก  ได้ดี  กลับเป็นคนที่อยู่ในจังหวัดที่ไกลมาก  ไม่มีการสอนเสริม  ดัชนีตัวนี้บอกว่า  ข้อสอบไม่ได้กำกวมเลยค่ะ  และถ้าอ่านเอกสารอย่างดีอย่างมีคุณภาพ  ก็สามารถตอบโจทย์ได้อย่างดี   บางคนสามารถใช้กรอบแนวคิดถึง5-6 แนวทางมาวิเคราะห์พฤติกรรมนักการเมือง  พร้อมยกตัวอย่างกรณีที่เป็นข้อเท็จจริงได้อย่างแหลมคม  และน่าทึ่งมากค่ะ  สามารถโยงการกำนหดนโยบายและการดำเนินการของนักการเมืองไปสู่แนวทางนิเวศวิทยาได้ด้วย  เรียกว่ายอดจริงค่ะ  เพราะสามารถเลือกแนวทางยากๆ มาตั้งเป็นหลักการและวิเคราะห์ตามกรอบของแนวคิดและหลักการนั้นๆได้  ข้อที่อยากฝากเป็นข้อเตือนสำหรับผู้ที่ยังต้องศึกษาชุดวิชานี้ คือ   อ่านคำถามให้ชัดเจน  ไม่ใช่เล่าว่าอะไรเกิดขึ้น เมื่อ่ไร  อย่างไร  หรือใครทำอะไร อย่างไร  แต่ต้องเริ่มจากกรอบแนวคิดของแนวทางการศึกษาต่างๆ ที่อยู่ในเอกสาการสอน  อธิบายเหตุการณ์หรือพฤติกรรมของคน กลุ่มคน สถาบัน  โดยใช้กรอบแนวคิดตามแนวทางต่างๆ เป็นหลัก  อย่างแรกเมื่ออ่านเอกสารแล้ว  ต้องเข้าใจให้ได้ว่ากรอบแนวคิดของแต่ละแนวทางคืออะไร  ไม่อย่างนั้นก็จะตอบโจทย์ไม่ได้  วิเคราะห์ไม่ได้ค่ะ

ผมได้รวบรวม ข้อมูลของท่าน อาจารย์รสลิน ไว้ นะครับ ลองศึกษาดู ครับ ..

 

 

ชุดวิชา 81311 ชุดวิชาหลักและวิธีการศึกษาทางรัฐศาสตร์  (แนวอัตนัย)

ชื่อชุดก็บอกอยู่แล้วว่า หลักและวิธีการ  ขั้นตอนการตอบ

ย่อหน้าแรก  ท่านต้องหาประเด็นที่เป็นหลักการ และวิธีการ ในการศึกษาและวิเคราะห์ปรากฏการณ์ทางการเมืองการปรกครอง เนื้อหาส่วนนี้จะอยู่ในเอกสารการสอน การทำข้อสอบอัตนัยเราต้องตอบส่วนนี้ก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ใช่ว่าตอบไปเลยโดยใช้ความคิดของเราอันนี้จะไม่ได้คะแนนหรือได้ก็ไม่ดี พอท่านตอบหลักการวิธีการแล้ว

ย่อหน้าที่2  ท่านก็เชื่อมหลักและวิธีการเข้ากับโจทย์ที่ถาม ท่านก็บรรยายตามความเข้าใจโดยอิงหลักและวิธีการที่ท่านยกมา

ย่อหน้าที่3  ก็สรุปความทั้งหมด

สิ่งที่มันยากอยู่ที่ว่าเราหาประเด็นหลักและวิธีการไม่เจอว่ามันอยู่ตรงไหน                                               ตัวอย่างการเขียนตอบอัตนัย   

                                             หลักและวิธีการศึกษาแนวกลุ่ม

      การศึกษารัฐศาสตร์แนวกลุ่มเริ่มขึ้นเมื่อ Arthur Bentley ซึ่งเป็นบิดาของการศึกษารัฐศาสตร์แนวกลุ่มเห็นว่า ปรากฏการกลุ่มคือ ปรากฏการณ์สำคัญทางการเมือง การเข้าใจกลุ่มเป็นหัวใจของการเข้าใจการเมือง นักรัฐศาสตร์กลุ่มนี้ เชื่อว่า  การเข้าใจและวิเคราะห์การเมืองไปที่ กลุ่ม หรือ ระบบย่อย จะช่วยให้เข้าใจเกี่ยวกับ กระบวนการทางการเมือง หรือ กิจกรรมทางการเมืองได้ชัดเจนกว่าการมองไปที่ ระบบใหญ่ โดยให้เหตุผลว่า กระบวนการหรือกิจกรรมทางการเมือง ก็มักจะเป็นกระบวนกิจกรรมที่เกิดจากปฏิสัมพันธ์ ระหว่างกลุ่มและองค์กรด้วยกันทั้งสิ้น นักรัฐศาสตร์กลุ่มนี้เชื่อว่า ในระบอบประชาธิปไตยแบบพหุนิยม อำนาจจะกระจ่ายอยู่ทั่วไปในสังคมและจะมักอยู่ในมือของกลุ่มที่หลากหลาย ที่ขัดแย้งและต่อสู้ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของกลุ่ม คือการได้มาซึ่งผลประโยชน์ที่ต้องการ ดั้งนั้น การศึกษารัฐศาสตร์แนวกลุ่ม จึงมีความสัมพันธ์และสอดคล้องกับ ลัทธิพหุนิยมทางการเมือง ที่มองว่า ระบบการเมืองระบอบประชาธิปไตยแบบพหุนิยม จะประกอบด้วยกลุ่มต่างๆที่แข่งขันกันและผลของการตัดสินใจทางการเมืองดังที่ปรากฏในรูปของนโยบายนั้น เกิดจากการประนีประนอมผลประโยชน์ ตามแนวคิด ลัทธิพหุนิยม ได้ลดความสำคัญของรัฐ ลง และให้ความสำคัญกับ ปัจเจกบุคคล และกลุ่มบุคคล ในลักษณะที่ สังคม อยู่เหนือ รัฐ จุดเน้นของสำนักพหุนิยมเห็นว่า รัฐเป็นเพียงรัฐบาลที่มีหน้าที่เอื้ออำนวยความสะดวกสำหรับการแข่งขันระหว่างกลุ่มมากกว่า ที่จะเป็นตัวการกระทำทางการเมือง กลุ่มทั้งหลายนั้นต่างหากที่เป็นพลังขับดันที่สำคัญที่จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง  ความสำคัญของการศึกษารัฐศาสตร์แนวกลุ่ม คือช่วยให้เราเข้าใจการเมืองและปรากฏการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ทำให้การศึกษารัฐศาสตร์หันมาสนใจเรื่อง กลุ่มต่างๆ และทำให้ตะหนักว่า แก่นแท้ของการเมืองคือ การต่อสู้ระหว่างกลุ่มต่าง เพื่อเข้ามามีอิทธิพลเหนือนโยบายด้านต่างๆของรัฐบาล นอกจากนี้กลุ่มต่างๆยังมีบทบาทและหน้าที่อื่น คือ การแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ช่วยทำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น ช่วยทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้รัฐบาลมีอำนาจมากเกินไป และทำหน้าที่รวบรวมลั่นกรองผลประโยชน์ วิธการดำเนินการทางการเมืองของกลุ่มต่าง ได้แก่ การ Lobby มีทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรงได้แก่ การพบปะเป็นการส่วนตัว ทำการค้นคว้าหาข้อมูลประกอบการยกร่างกฎหมาย พยายามพูดจาจูงใจ หรือจ่ายเงินหรือผลประโยชน์ ส่วนทางอ้อม ได้แก่ การระดมมวลชน การสร้างหรือก่อมติมหาชน การสร้างพันธมิตรหรือแนวร่วม

        ประเทศไทยใช้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย จึงได้รับอิทธิพลจากแนวคิดดังกล่าว จึงทำให้เกิดมีกลุ่มต่างๆออกมาเรียกร้อง หรือดำเนินกิจกรรมเพื่อให้เกิดผลตามที่กลุ่มต้องการ.......................

.............................ท่านมีจินตนากาเรื่องใดก็จัดไปตามนั้น...........................................................

        สังคมประชาธิปไตยเป็นสังคมที่หลีกเลี้ยงการเกิดกลุ่มต่างๆ ไม่ได้ ดังนั้นจึงได้มีกลุ่มต่างๆออกมาเรียกร้องกดดันรัฐบาล ให้กระทำการหรือไม่ให้กระทำการใดตามที่กลุ่มต้องการ.......................................................................................................................................


User: เมือง
โพสต์: 713  ครั้ง
id Post 1022730
วันที่ Post : 10-06-2013 09:18


...เอามาให้ดูเป็นแนวทางครับ....อย่ายึดติดน่ะครับ...เกิดพลาดมาจะได้ไม่เสียใจ.....

User: ซูซี่
โพสต์: 172  ครั้ง
id Post 1023047
วันที่ Post : 10-06-2013 18:56


ขอบคุณค่ะคุณเมือง  เป็นแนวทาง...ได้ดีทีเดียวค่ะ

User: JATI
โพสต์: 895  ครั้ง
id Post 1023050
วันที่ Post : 10-06-2013 19:02


วิชานี้มีข้อสอบอัตนัย สำคัญที่ข้อสอบอัตนัย ออกยาก ต้องจำแนวคิดแต่และคนที่เป็นแนวของประชาธิปไตยมาตอบ และหาข้อสรุปให้ได้ ส่วนใหญ่เน้นแนวคิดในการตอบของข้อสอบอัตนัย สมัยผมเจอคำถามที่ว่า "หาแนวคิดมาวิเคราะห์เหตุการณ์ทางการเมือง ความแตกต่างของระบบประชาธิปไตย กับระบอบสมบูรณายาสิทธิราชย์" ผมสอบวิชานี้มันนานผ่านมาสัก ๒ ปีแล้ว จำได้แค่นี้ (รู้สึกคำถามจะมีต่ออีกโดยให้แตกเป็นประเด็นและสรุป)

ยังงัยจำแนวคิดของปรัญชญาของนักคิดแนวประชาธิปไตยไว้แบบแน่นๆ นะ


User: Superordinate
โพสต์: 1282  ครั้ง
id Post 1023068
วันที่ Post : 10-06-2013 19:37


คือ ซูซี่ เขาบอกว่า อ่านจบแล้วแต่ไม่เข้าใจ แสดงว่า วาดภาพตามที่ตำราเขียนไม่ได้ มโนนึกไม่ออกนั่นเอง

วิชานี้ คือ วิชาหลักและวิธีการศึกษาทางรัฐศาสตร์ 

มันคือ หลักและวิธีการศึกษา แต่ไม่ได้หมายถึงพื้นฐาน แต่วิธีกับหลักพื้นฐานต้องมาพร้อมกัน แค่นี้ก็ " งง " แล้วครับ บอกไปกับ แนวทางการศึกษาทางรัฐศาสตร์ที่หลากหลายแนวมาก ซึ่งจริงๆแล้ว ก็คือ วิธีิคิด หรือวิธีวาดภาพ ของสังคมให้ออก แต่ที่ตำราไม่ได้เขียนไว้ คือ อันไหนคือการมองอย่างกว้าง อันไหนคือการมองอย่างแคบ ( อันนี้ ก็ งง อีกแล้วเ่่่ช่นกัน ) 

คำศัพท์หลายคำ เป็นศัพท์เฉพาะ และมีความหมายที่ครอบคลุมมากเกินไป และไม่มีการอธิบายความหมายหรือ " ินิยาม " เช่น คำว่า ธรรมชาติ

ธรรมชาติ หมายถึงอะไร ? มันหมายถึงทุกๆสิ่งทุกๆอย่างต้องเป็นไป แบบสมเหตุสมผล งั้นเหรอ

ธรรมชาติ มองจากกรอบที่กว้างแค่ไหน ในประเทศ , ระหว่างประเทศ หรือทั่วทั้งโลก หรือ. ทั้งจักรวาล เพราะจักรวาลก็คือธรรมชาติ เพราะฉนั้น ต้องนิยามคำว่า ธรรมชาติให้ได้ก่อน

คำว่า ธรรมชาติ หมายถึง การคงอยู่อย่างไร้ระเบียบ ธรรมชาติไม่มีอะไรสมเหตุสมผลทั้งนั้น ทุกอย่างไร้ระเบียบ เช่น คนคนหนึ่งเกิดจาก พ่อและแม่ ที่มีพันธุกรรมเป็นคนสูง แต่ลูกอาจเกิดมาเป็นคนเตี้ย ก็ได้ หรือเรียกอีำกอย่างว่า " ทฤษฎีไร้ระเบียบ " 

อย่างแนวทางจิตวิทยา ที่บอกว่า การจำแนกของปัจเจก แล้วคำว่า ปัจเจก แปลว่าอะไร ตำราก็ไม่ได้เขียนไว้เช่นกัน อ่านไปเรื่อย ก็พา งง อีก 

คำว่า ปัจเจก แปลว่า หนึ่งเดียว คนคนหนึ่งจะคิดไม่เหมือนกับอีกคนหนึ่ง แต่ จิตวิทยาสามารถทำให้คนคนหนึ่งคิดเหมือนอีกคนคนหนึ่งได้ เรียกว่า " การทำตามกัน " หรือถ้าไม่เข้าใจ ก็ให้คิดถึง หลักการตลาด ก็ได้ 

ในข้อสอบอัตนัย มักถามว่า ให้ยกตัวอย่างแนวทางการศึกษาทางรัฐศาสตร์ขึ้นมา 1 อย่างแล้วอธิบาย โดยที่คำถาม มักวงเล็บ เล็กๆไว้ว่า เมื่อต้องเป็นอย่างนี้ๆ หรือถ้าต้องการแบบนี้ๆ เช่น แนวทางนี้ๆ ทำอย่างไรจึงเกิดจริยธรรมทางการเมือง เป็นต้น 

ทั้งนี้ทั้งนั้น ข้อสอบ มักออกแบบ " ท่องจำ " เป็นส่วนมาก เช่น ชื่อนักปรัชญา หรือนักปรัชญาคนไหน มีทฤษฎีอย่างไร เพื่อความเข้าใจ ควรจะต้องรู้หลักพื้นฐานทางรัฐศาสตร์ ก่อน ( 80102 ) เพื่อการจิตนาการได้ง่ายขึ้น 

User: weda
โพสต์: 984  ครั้ง
id Post 1023075
วันที่ Post : 10-06-2013 19:54


Superordinate
   เข้าใจเขียนนะเนีย  ให้อ่านแล้ว วาดมโนภาพ  นี่ เข้าใจบอกเพื่อนนะนี่

----------------------------------------------------------------------

  ธรรมชาติ ให้เปรียบเทียบ  คนเราที่เกิดมา  ถ้าไม่มีคนสอนให้พูด  จะพูดได้เหรอ  จะพูดภาษาอะไร

   การมีคนสอนให้พูด  คือหลัก

    ส่วนจะพูดภาษาอะไร ก็เป็นวิธีการศึกษาทางรัฐศาสตร์  จะใช้ภาษาอะไร ในแต่ละภาษาก็มีขั้นตอนแตกต่างกัน

--------------------------------------------------------------

   การอ่านหนังสือ ถ้านึก มโนภาพออก  ก็จะเรียนได้เข้าใจและจำนาน

  และสามารถอ่านหนังสือธรรมะ  และการศึกษาหลักธรรมของพระพุทธองค์ได้ถูกต้อง

   ขอยกนิ้วให้  Superordinate

 

 

 


User: Superordinate
โพสต์: 1282  ครั้ง
id Post 1023093
วันที่ Post : 10-06-2013 20:29


ขอบคุณครับบบบ 

ใช่ครับ แม้แต่หลักพุทธศาสตร์ ก็ต้องใช้มโนภาพทั้งนั้น แต่แก่นของพุทธศาสตร์จริงๆ คือ รู้ความรู้สึกที่ไม่เคยแน่นิ่ง มันมีการเกิดดับ ระดับ เล็กกว่าอะตอม ซึ่งคนธรรมดาไม่สามารถเห็นมันได้ ต้องตามรู้เพียง ความรู้สึกที่อ่อนไหว ไปเท่านั้น 

User: ซูซี่
โพสต์: 172  ครั้ง
id Post 1023166
วันที่ Post : 11-06-2013 08:02


เฮอ เฮอ....(ขอหัวเราะนะ..)
 Superordinate  พูดถูก ซูซี่เป็นอย่างนั้นจริงๆ
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ  คงต้องได้เริ่มทบทวนใหม่
แล้วอีกอย่าง 80102 ยังไม่ได้ลงเลย  เราข้ามขั้นไปหรือเปล่านะ

User: JATI
โพสต์: 895  ครั้ง
id Post 1023515
วันที่ Post : 11-06-2013 19:13


สู้ ๆ ครับน้องซูซี 
ผมไปเปิดย้อน (ยังเก็บตำราไว้) 81311 หลักและวิธีการศึกษาทางรัฐศาสตร์  ในตำรามันก็มีอธิบายแนวคิดไว้เยอะทีเดียว 
ที่สำคัญ มสธ.จะไม่ออกข้อสอบนอกเหนือตำราที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียนในวิชานั้น ๆ
แต่การทำความเข้าใจกับมัน นักศึกษาต้องหาเทคนิคเอาเอง 

วิชานี้มีสอนเสริมนะ ไปเข้าเรียนสอนเสริม ผมว่ามีในเอกสารประกอบการบรรยายสอนเสริมจะช่วยได้มาก
ตอนผมลงเรียนไม่ได้เข้ารับการเรียนสอนเสริม (วิชานี้ผมซ่อมนะ ได้ S*)



User: sakanu
โพสต์: 50  ครั้ง
id Post 1023585
วันที่ Post : 11-06-2013 21:27


 คุณ ซูซี่ ผมเองก็ลงภาคพิเศษเหมือนกัน เคยสอบเทอมที่แล้วตก ซ่อมก็ไม่ผ่าน ยอมรับว่าวิชานี้ยากจริงๆ ข้อสอบออกละเอียดมาก ขอเน้น

ละเอียดจริงๆ ต้องอ่านและทำความเข้าใจมากๆ สู้สู้ครับ


User: Superordinate
โพสต์: 1282  ครั้ง
id Post 1023832
วันที่ Post : 12-06-2013 14:09


อึม คุณซูซี่ ไม่ต้องถึงกับ ต้องเอาวิชา 80102 มาอ่านก่อนหรือมาลงก่อนหรอกครับ ก็ทางวิทยาลัย เขาให้วิชาแนวการศึกษาฯ มาไว้ก่อนนี่นะ

ก็ต้องรู้ความหมายของศัพย์เฉพาะต่างๆ หรือใช้เทคนิค การท่องจำไปก่อน 

แต่ตัว 80102 อันนี้ จะเนื้อมากหน่อย ยังงัยๆ ก็จินตนาการเยอะๆนะครับ เพราะตำราเขียนออกมาแบบกลางๆ ( ค่อนไปทางขวานิดๆด้วย ) ต้องมโนนึกเยอะๆอะครับ แต่ไม่ใช่เรื่องยาก 

User: ซูซี่
โพสต์: 172  ครั้ง
id Post 1024000
วันที่ Post : 12-06-2013 19:07



Superordinate :แต่ ตัว 80102 อันนี้ จะเนื้อมากหน่อย ยังงัยๆ ก็จินตนาการเยอะๆนะครับ เพราะตำราเขียนออกมาแบบกลางๆ ( ค่อนไปทางขวานิดๆด้วย ) ต้องมโนนึกเยอะๆอะครับ แต่ไม่ใช่เรื่องยาก
ซูซี่: อ่าน..แล้วลองจินตนาการ อย่างคุณ  Superordinate  ว่า  มันชอบออกนอกบทเรียนอยู่เรื่อยเลย..อิอิ

User: Superordinate
โพสต์: 1282  ครั้ง
id Post 1024021
วันที่ Post : 12-06-2013 19:41


ใ่่ช่ เมื่อจินตนาการ มันจะเห็นอะไรใหม่ๆ ที่ไกลออกไป ที่ตำราไม่ได้เขียนไว้ หากคนไม่คิด ก็ไม่เห็น หากคนคิด อาจจะล่้วงรู้ว่า ตำราต้องการสื่ออะไรอย่างแท้จริงลงไปเลย นี่แหล่ะ หลักคิด การมองให้เห็นถึงเบื่องหลัง 

เห็นกรอบที่กว้าง สู่รายละเอียดยิบย่อย 


จัดทำโดย
สำนักคอมพิวเตอร์
 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช