แจ้งปัญหาการเข้าใช้กระดานสนทนาที่ mail Watcharet.kun@stou.ac.th

       การแก้ไขเรื่องโพสต์ข้อความไม่ได้สำหรับผู้ที่ใช้ IE10 <วิธีแก้เบื้องต้น>
      เพิ่มระบบเรียงลำดับกระทู้ที่ตอบล่าสุดไว้บนสุด
      ค้นหาข้อมูลจาก google credit by lukeAtMe

พรบ คอมพิวเตอร์ คลิ๊ก เพื่ออ่าน

 
  ค้นหาด้วย google       
สวัสดีคุณกำลังอยู่ใน Webboard Stou     ค้นหาข้อมูลกระดานสนทนา
หน้ากระทู้รวม
กลับหน้ากระดานสนทนา .::นิติศาสตร์ ::.
แนวข้อสอบแพ่ง 1
  ผู้ตั้งคำถาม : momoto วันที่ Post : 01-08-2013 22:43  จำนวน Post: 8 ครั้ง

User: momoto
โพสต์: 8  ครั้ง
id Post 1038868
วันที่ Post : 01-08-2013 22:43


ขอความกรุณารุ่นพี่มสธทุกคนบอกแนวข้อสอบแพ่ง1 หน่อยคับ
  


User: คนล่าฝัน
โพสต์: 2421  ครั้ง
id Post 1038892
วันที่ Post : 02-08-2013 07:41


พรุ่งนี้แล้วสินะครับ

ดูท่าจะเอาเรื่องอยู่ทีเดียว

ลองๆดู........ความสามารถของบุคคล / นิติกรรมอำพราง (เจตนาลวง-ซ่อนเร้น) / สัญญา(คำเสนอ-สนอง)    ไว้บ้างก็ไม่น่าจะเสียหายอะไรนะครับ

User: 1000
โพสต์: 226  ครั้ง
id Post 1039036
วันที่ Post : 02-08-2013 16:07


เฉลยกฎหมายแพ่ง 1ภาค 2/2552

(ข้อ 1)  กรณีตามปัญหามีหลักกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องและมีใจความสำคัญดังนี้ คื                                                                                                                    

มาตรา ๒๑  ผู้เยาว์จะทำนิติกรรมใดๆ ต้องได้รับความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน การใดๆ ที่ผู้เยาว์ได้ทำลงปราศจากความยินยอมเช่นว่านั้นเป็นโมฆียะ เว้นแต่จะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ๑๗๕  โมฆียะกรรมนั้น บุคคลต่อไปนี้จะบอกล้างเสียก็ได้                                                  

                  (๑)  ผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้เยาว์ซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว แต่ผู้เยาว์จะบอกล้างก่อนที่ตนบรรลุนิติภาวะก็ได้ถ้าได้รับความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรม

 จากข้อเท็จพิเคราะห์แล้วเห็นว่าการที่เด็กชายหล่อซึ่งอยู่ในฐานะเป็นผู้เยาว์ซื้อสร้อยทองคำน้ำหนัก 15 กรัม ราคา 12,000 บาท โดยผู้แทนโดยชอบธรรมไม่รู้ ถือว่าผู้เยาว์ทำนิติกรรมใดๆ ต้องได้รับความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน ตาม มาตรา 21

แต่ปัญหาข้อเท็จจริงปรากฎว่าเมื่อผู้แทนโดยชอบธรรมได้รู้ถึงการกระทำของเด็กชายหล่อ ขณะเดียวกันพอดีราคาทองคำที่น้ำหนัก 15 กรัม ขึ้นเป็น 15,000 บาท ผู้แทนโดยชอบธรรมเลยชมเด็กชายหล่อว่าเก่ง รู้จักซื้อทองแล้วได้กำไรถือได้ว่าผู้แทนโดยชอบธรรมได้ให้ความยินยอมโดยปริยายแก่เด็กชายหล่อแต่การให้ความยินยอมดังกล่าวได้ให้ความยินยอมหลังจากที่เด็กชายหล่อทำนิติกรรมไปแล้วซึ่งการให้ความยินยอมจะต้องให้ความยินยอมก่อนหรือขณะกระทำนิติกรรมของผู้เยาว์ ดังนั้นจึงถือได้ว่าผู้เยาว์ได้ทำนิติกรรมลงไปปราศจากความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมผู้แทนโดยชอบธรรมจึงเป็นบุคคลที่บอกล้างโมฆียะกรรมได้ตามมาตรา 175

ต่อมาอีกหนึ่งเดือนราคาทองคำลดลงเหลือที่ ราคาต่อน้ำหนัก 15 กรัม คือ 10,000 บาทเมื่อนิติกรรมเป็นโมฆียะกรรมแล้วดังนั้นผู้แทนโดยชอบธรรมจึงมีสิทธิ์ที่จะบอกล้างสัญญาซื้อขายทองคำของเด็กชายหล่อได้

             สรุปผู้แทนโดยชอบธรรมมีสิทธิ์บอกล้างสัญญาซื้อขายทองคำของเด็กชายหล่อได้โดยผลของมาตรา 21 และมาตรา 175แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

 (ข้อ 2)  กรณีตามปัญหามีหลักกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องและมีใจความสำคัญดังนี้ คื                                                                                                                    

มาตรา ๑๔๙  นิติกรรม หมายความว่า การใดๆ อันทำลงโดยชอบด้วยกฎหมายและด้วยใจสมัคร มุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคล เพื่อจะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ

ตรา ๑๕๖  การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมเป็นโมฆะ

ความสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมตามวรรคหนึ่ง ได้แก่ ความสำคัญผิดในลักษณะของนิติกรรม  ความสำคัญผิดในตัวบุคคลซึ่งเป็นคู่กรณีแห่งนิติกรรมและความสำคัญผิดในทรัพย์สินซึ่งเป็นวัตถุแห่งนิติกรรม เป็นต้น

จากข้อเท็จพิเคราะห์แล้เห็นว่าการที่นายเอกตั้งใจซื้อรถยนต์จากนายโทในราคา 1,200,000 บาท เลยเขียนจดหมายไปบอกนายโทถือได้ว่าทำนิติกรรมโดยการเสนอไปโดยชอบด้วยกฎหมายและด้วยใจสมัครเพราะนายเอกตั้งใจจะซื้อรถยนต์จากนายโทในราคา 1,200,000  โดยมุ่งตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคล เพื่อจะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ ตามมาตรา 149

แต่ปัญหาข้อเท็จจริงปรากฎว่านายเอกเกิดความผิดพลาดเขียนตัวเลขผิด เป็น 1,500,000 บาท เมื่อนายโทได้รับจดหมายเลยตอบตกลงที่ราคา 1,500,000 บาท ซึ่งนายโทเห็นว่าเป็นราคาที่เหมาะสมแล้ว นายเอกอ้างว่าตนไม่มีเจตนาจะซื้อในราคา 1,500,000 บาท แต่ตั้งใจจะซื้อที่ราคา 1,200,000 บาทถือว่านายเอกแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมซึ่งเป็นเนื้อหาแห่งนิติกรรม ในเรื่องของราคารถยนต์ เมื่อนิติกรรมดังกล่าวเป็นการแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแล้วนิติกรรมนั้นย่อมตกเป็นโมฆะ ดังนั้นนิติกรรมดังกล่าวย่อมไม่มีผลผูกพันกับนายเอก

สรุป ข้าพเจ้าเห็นด้วยกับนายเอกที่นายเอกไม่ผูกพันจดหมายดังกล่าวเพราะไม่มีเจตนาจะซื้อในราคาดังกล่าวโดยผลของมาตรา 156

(ข้อ3) นาย ก. ทำสัญญาปลดหนี้ให้กับ นาย จ. โดยมีเงื่อนไขให้นาย จ. ต้องยกรถยนต์ให้ น้องของตน คือนาย ข. เมื่อนาย ข. ทราบเรื่อง ก็เลยส่งจดหมายไปหานาย จ. เพื่อให้นาย จ.ยกรถให้ตน แต่นาย จ. ไปต่างจังหวัดไม่อยู่บ้านระหว่างนั้น นาย ก. และนาย ข. มีเรื่องทะเลาะกัน ทำให้นาย ก. ไม่พอใจ จึงต้องการ ยกรถให้นาย ค. แทนถามว่านาย ข. มีสิทธิได้รับรถหรือไม่ (โจทย์ประมาณนี้ครับ)
แนวคำตอบ
ม.374 ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งทำสัญญาตกลงว่าจะชำระหนี้แก่บุคคลภายนอกบุคคลภายนอกมีสิทธิจะเรียกชำระหนี้จากลูกหนี้โดยตรง สิทธิของบุคคลภายนอกย่อมเกิดขึ้นตั้งแต่เวลาที่แสดงเจตนาแก่ลูกหนี้ว่าจะถือเอาประโยชน์จากสัญญานั้น
ม.375 เมื่อสิทธิของบุคคลภายนอกได้เกิดขึ้นแล้ว คู่สัญญาจะระงับหรือเปลี่ยนแปลงสัญญานั้นภายหลังไม่ได้
ม.169 การแสดงเจตนาที่กระทำต่อบุคคลซึ่งมิได้อยู่เฉพาะหน้า ให้ถือว่ามีผลนับแต่เวลาที่การแสดงเจตนานั้นไปถึงผู้รับการแสดงเจตนา ....

จากข้อเท็จจริง กรณีนี้นาย ก. และนาย จ. ตกลงทำสัญญาเพื่อประโยชน์แก่บุคคลภายนอก คือนาย ข. ดังนั้นนาย ข. จึงมีสิทธิในการเรียกให้นาย จ. ชำระหนี้คือยกรถยนต์ให้แก่ตน โดยนาย ข.ได้แสดงเจตนาด้วยวิธีการส่งจดหมาย การแสดงเจตนาที่ส่งไปจะมีผลเมื่อการแสดงเจตนานั้นไปถึงผู้รับเจตนาอีกฝ่ายหนึ่ง คำว่าไปถึงนั้นหมายความว่าได้ไปถึงที่หมายปลายทางคือไปถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง เช่นในการส่งไปรษณีย์ ทางราชการ คือเพียงบุรุษไปรษณีย์ไปส่งที่ตู้จดหมายของบ้านนั้นๆ ก็ถือว่าได้ส่งแล้ว ไม่จำเป็นที่คู่กรณีหรือผู้รับเจตนาต้องอ่านหรือรู้ข้อความที่ได้ส่งไป เพราะฉะนั้นการแสดงเจตนาของนาย ข. จึงถือว่าเป็นผลถึงแม้ว่านาย จ.จะไปต่างจังหวัดก็ตาม
ดังนั้นเมื่อนาย ข.แสดงเจตนาแล้ว สิทธิของนาย ข.ได้เกิดขึ้นแล้ว   นาย ก.หรือ นาย จ. ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อตกลงในสัญญาได้อีก
ตอบ นาย ข.จึงมีสิทธิเรียกให้นาย จ. ยกรถยนต์ให้แก่ตนได้
 

เฉลยกฎหมาย 41212 กฎหมายแพ่ง 2 ภาค2/2552

นาย ก จ้างนาย ข ขึ้นมะพร้าว โดยใช้ลิงของนาย ข เอง พอนาย ข เก็บมะพร้าวนาย ก เสร็จเรียบร้อยแล้ว
นาย ข มองเห็นมะพร้าวในสวนเพื่อนบ้านนาย ก ยังมีมะพร้าวเหลืออยู่ นาย ข เลยใช้ลิงของตัวเองขึ้นไปเก็บมะพร้าวเพื่อนบ้านของนาย กซึ่งต่อมา เพื่อนบ้านของนาย ก ได้มาพบเข้า เพื่อนบ้านนาย ก จึงได้เรียกร้องให้ นาย ก รับผิด ใช้ค่าเสียหาย ในฐานะนายจ้าง ได้หรือไม่อย่างไร

ตอบ     มาตรา ๔๒๐  ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
            มาตรา ๔๒๘  ผู้ว่าจ้างทำของไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันผู้รับจ้างได้ก่อให้เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกในระหว่างทำ การงานที่ว่าจ้าง เว้นแต่ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ หรือในคำสั่งที่ตนให้ไว้ หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง
    กรณีตามโจทย์ เป็นการที่ ข ทำละเมิดโดยตรงต่อเพื่อนบ้านนาย ก  โดยใช้ลิงเป็นเครื่องมือในการทำละเมิด ไม่เกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดจากสัตว์ที่เจ้าของ ผู้เลี้ยงผู้รับรักษาจะต้องรับผิดชอบตาม ม.433 แต่อย่างใด
   ส่วนความสัมพันธ์ ของนาย ก กับนาย ข ไม่ใช่นายจ้างกับลูกจ้าง แต่เป็นผู้ว่าจ้างทำของ กับ ผู้รับจ้างทำของ ซึ่งนาย ก จะต้องรับผิดก็ต่อเมื่อ เป็นคนสั่งให้ไปเก็บมะพร้าวของเพื่อนบ้าน  แต่นาย ก ไม่ได้สั่ง นาย ข เห็นว่าสวนเพื่อนบ้านนาย ก มีมะพร้าวเหลืออยู่ จึงใช้ลิงขึ้นไปเก็บเอง นาย ก จึงไม่ต้องรับผิดต่อเพื่อนบ้าน ในฐานะผู้ว่าจ้างแต่อย่างใด


User: คนล่าฝัน
โพสต์: 2421  ครั้ง
id Post 1039083
วันที่ Post : 02-08-2013 18:59



User: momoto
โพสต์: 8  ครั้ง
id Post 1039084
วันที่ Post : 02-08-2013 19:00


ขอบคุณพระคุณอย่างสูงครับ

User: คนล่าฝัน
โพสต์: 2421  ครั้ง
id Post 1039281
วันที่ Post : 03-08-2013 19:11


ท้ายที่สุดเเล้ว

ก็มาอย่างเต็มๆ

User: ปีใหม่-
โพสต์: 157  ครั้ง
id Post 1039921
วันที่ Post : 05-08-2013 14:50


แนวข้อสอบเลย ถ้าทำได้ผ่าน แน่ค่ะ

 

 

 

 



จัดทำโดย
สำนักคอมพิวเตอร์
 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช