|
ถอดบทเรียนการจัดการความรู้ระดับสำนัก : ประสบการณ์จากการบริหารงาน สำนักบรรณสารสนเทศ โดย รศ.ดร.สมพร พุทธาพิทักษ์ผล 25 ตุลาคม 2555 ณ ห้อง 1608 – 1608/1 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ******************************** การจัดการความรู้ของสำนักบรรณสารสนเทศ (สบ.) จุดสำคัญของการจัดการความรู้ในระดับสำนัก ต้องมีกระบวนการจัดการความรู้และมีความรู้ในการปฏิบัติงาน ตัวแบบกระบวนการจัดการความรู้ ในการประสานงานด้วยการจัดการความรู้ มีกระบวนการจัดการความรู้ดังนี้ 1. ระบุความต้องการด้านความรู้ 2. สร้างความรู้ออกเผยแพร่ภายนอก 3. แบ่งปันความรู้ของบุคคลากรภายในสำนัก มีการสัมภาษณ์ บรรยาย 4. มีการมอบหมายผู้ดำเนินการ 5. มีการปรับปรุงความรู้ให้ทันสมัย โดยมีการนำหัวข้อที่เคยจัดการความรู้ไว้แล้วในปีที่ผ่านมานำมาปรับปรุง 6. รวบรวมและจัดเก็บความรู้ การจัดการความรู้ สำหรับสำนักบรรณสารสนเทศ คือ คน เป็นปัจจัยสำคัญเพราะ คน : เป็นแหล่งความรู้ คน : ต้องมีความรู้ในการทำงาน และ คน : จะนำความรู้ไปทำงานให้ดีขึ้น จุดเริ่มต้นของการจัดการความรู้ของสำนักบรรณสารสนเทศ ได้ดำเนินการดังนี้ 1. เริ่มที่ปัญหาในการทำงาน ปัญหาเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการแก้ไขจึงเป็นเรื่องปกติ มีการแก้ไขโดยใช้ การบริหารความเสี่ยงในระบบควบคุมภายใน 2. นำคำรับรองการปฏิบัติราชการของสำนักบรรณสารสนเทศ มาพิจารณาทำให้สำนัก ฯ ต้องคำนึงถึงเวลาความเข้าใจ มีการนำเงื่อนไขเวลา มีการวางแผนกระจายงานในปีงบประมาณนั้น ๆ ส่วนใหญ่ในช่วงเดือนตุลาคม จะเป็นช่วงเวลาของการติดตามเก็บงาน และในช่วงเดือนพฤศจิกายน จะมีการเตรียมประชุมคณะกรรมการจัดการความรู้ในการวางแผนการทำงานสำนักบรรณสารสนเทศจะ กำหนดเวลาทำงานไว้เพียง 9 เดือน 3. มีการใช้ผลประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการให้บริการต่าง ๆ ของผู้ใช้บริการ เช่น การใช้บริการห้องสมุด ในระบบปกติ หรือในระบบอิเล็กทรอนิกส์ เจตนาของการจัดการความรู้ของสำนักบรรณสารสนเทศ ในการจัดการความรู้สำนักบรรณสารสนเทศได้มีการจัดการความรู้แทรกเป็นเนื้อเดียวกับภาระงาน ประจำและคำรับรองการปฏิบัติราชการของสำนัก และมีการเน้นให้มีการนำความรู้ไปสู่ภาคปฏิบัติการดำเนิน การดังกล่าว ได้เริ่มที่การทำความเข้าใจในระดับหัวหน้าฝ่ายให้มีความเข้าใจ และทำหน้าที่ช่วยผลักดันงาน สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเป็นรูปธรรม ลักษณะของกระบวนงานทั่วไปของสำนักบรรณสารสนเทศ 1. มีความต่อเนื่อง 2. มีความแตกต่าง 3. เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ โดยลักษณะงานของสำนักบรรณสารสนเทศจะมีลักษณะดังนี้ 1. ไม่เสร็จสิ้นภายในฝ่าย / หน่วย Input ของฝ่ายจะไปเป็น output ของอีกฝ่าย 2. กระบวนงานของสำนักบรรณสารสนเทศเดิมจะมีการจำแนกตามประเภทของสื่อดั่งเดิม 3. กระบวนงานจะมีการปรับปรุงในระดับขั้นตอนย่อย ภาพงานของสำนักบรรณสารสนเทศ จะเห็นภาพที่ชัดเจนใน job Description ของสำนัก การปฏิบัติ สำนักบรรณสารสนเทศในระดับหัวหน้าฝ่ายแต่ละฝ่ายจะเข้าใจกันดี แต่ในระดับปฎิบัติก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก เป้าประสงค์ของการจัดการความรู้ของสำนักบรรณสารสนเทศ ยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยและของสำนักบรรณสารสนเทศ (ห้องสมุดดิจิทัล) มีความเชื่อมโยงกับ KM focus ของสำนัก ประกอบด้วย 1. ฐานความรู้ของชาวสำนักบรรณสารสนเทศ 2. ปัญหาจากผู้ใช้ 3. การปรับปรุงให้บริการ เป็นตัวขับเคลื่อนการจัดการความรู้ทำให้บริการของเราดีขึ้น เช่นสำนักบรรณ สารสนเทศมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่จึงมีการเคลียร์พื้นที่ ปัจจุบันคนมาใช้บริการพึงพอใจมากขึ้น การจัดการความรู้ คืออะไร ในการจัดการความรู้ สำนักบรรณสารสนเทศเห็นว่าส่วนที่ต้องสื่อสารกับทีมจัดการความรู้มี 4 ประเด็น ประกอบด้วย 1. การจัดการ "คน" เพราะคนคือแหล่งความรู้ทั้งที่บันทึกไว้ในกระดาษ ไฟล์สมอง และความทรงจำ 2. ในระดับบริหารต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนต้องทำอะไร เมื่อไร ทำไปทำไม 3. เป็นการสร้างคุณค่าให้กับผู้ปฏิบัติงาน เพราะสร้างความชำนาญในงานที่รับผิดชอบ สำนักบรรณ สารสนเทศต้องการผลักดันให้เกิดการทำชำนาญการมาจากการทำการจัดการความรู้นำมาทำคู่มือการทำงาน 4. ไม่หยุดนิ่ง ทำไปเรียนรู้ไป ปรับเปลี่ยนได้ ทำใหม่เป็นวงจรแห่งการก้าวไปข้างหน้า สร้างให้เห็นว่าปัญหา ไม่ตาย มีปัญหาไว้ให้แก้ไขร่วมกันการทำงานราบรื่นอาจจะไม่ดีสร้างความคิดเห็นเชิงบวก สำหรับสำนักบรรณสารสนเทศ มึความเชื่อพื้นฐานในการจัดการความรู้ ดังนี้ 1. ปัญหาการปฏิบัติงานเป็นสิ่งที่เปิดโอกาสให้เราปรับเปลี่ยน พัฒนา 2. ไม่มีใครตายเพราะ "แก้ปัญหา" แต่จะตายหากไม่แก้ปัญหาปล่อยให้ปัญหาสะสมจนเกิดเป็นพิษ 3. ไม่มีใครสามารถแก้ปัญหาได้คนเดียว ต้องร่วมแรงร่วมใจ ตัวอย่างหัวข้อการจัดการความรู้ของสำนักบรรณสารสนเท สำนักสำนักบรรณสารสนเทศ ได้ดำเนินการจัดการความรู้อย่างต่อเนื่องเริ่มจากการจำหน่ายทรัพยากร ฯ ตามกระบวนการพัสดุ การจัดการทรัพยากรฯ อิเล็คทรอนิกส์และจัดทำสถาปัตยกรรมสารสนเทศ (ออกแบบหน้าเวปใหม่) โดยมีการลดจำนวนเมนูหลักลง มีการใช้ Duple มีการประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ใช้มีการประสานงานกับ ผู้รับผิดชอบเนื้อหาในการสื่อสารผ่าน Web การใช้ Web 2.0 จะทำให้เพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ เช่นผ่าน Facebook ผ่านTwitter มีการส่งเสริมให้บุคลากรเขียน Blog เป็นฐานข้อมูลเผยแพร่ ความรู้และมีการทำ Search engine optimization สำนักพิจารณาว่าการค้นงานห้องสมุดอยู่ในระดับ ใดและพยายามทำ URL เพื่อให้ googleมาเยือนลำดับต่อไป สำนักจะต้องจดจำคำศัพท์ที่คน นิยมใช้จะได้ค้นง่าย อันดับการค้นของสำนักจะมีลำดับที่ดีขึ้น ผลจากการจัดการความรู้ของสำนักบรรณสารสนเทศ ผลที่ได้รับจากการจัดการความรู้ 1. ทำให้ได้คู่มือที่มีกระบวนงานใหม่มีการปรับปรุงงาน 2. มีชุมชนนักปฏิบัติ (Cops) ไม่ได้เน้นแต่ละฝ่ายแต่มีการดำเนินงานข้ามสายงาน รวมกลุ่มงาน 3. มีการแบ่งปัน มีการประชุมกลุ่มย่อย มี Blog ใน internet เป็นช่องทางสื่อสารคุยกันได้ทุกเรื่อง ให้บุคลากรมาเขียนมาคุยกัน ******************************************************************************************************* * เอกสารกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ : การ LINK หลักฐานอ้างอิงอิเล็กทรอนิกส์ .******************************************************************************************************* * สรุปการจัดแลกเปลี่ยนเรียนรู้บันทึก Talent People in STOU "ประสบการณ์การสร้างผลงานของบุคลากรสายสนับสนุนผู้มีผลงานดีเด่นของ ปขมท"ที่มาของการจัดการความรู้
| |||||||||||||||
| ที่มาของการจัดการความรู้ | |||||||||||||||
| พระราชกฤษฎีกาว่าด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2549
มาตรา 11 ส่วนราชการมีหน้าที่พัฒนาความรู้ในส่วนราชการ เพื่อให้มีลักษณะเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ โดยต้องรับรู้ ข้อมูลข่าวสาร และสามารถประมวลผลความรู้ในด้านต่างๆ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วและเหมาะสมต่อสถานที่ รวมทั้งต้องส่งเสริมและพัฒนาความรู้ ความสามารถ สร้างวิสัยทัศน์และปรับเปลี่ยนทัศนคติของ | |||||||||||||||
| กรอบการประเมินผลการปฏิบัติราชการ | |||||||||||||||
| หน่วยงานต้องได้รับการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อรับสิ่งจูงใจตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ | |||||||||||||||
| |||||||||||||||
| ความหมาย ของคำว่า "ความรู้ " | |||||||||||||||
| ความรู้ คือ สิ่งที่สะสมมาจากการศึกษาเล่าเรียนการค้นคว้าหรือประสบการณ์ รวมทั้งความสามารถเชิงปฏิบัติ และทักษะ ความเข้าใจหรือสารสนเทศที่ได้รับมาจากประสบการณ์ สิ่งที่ได้รับมาจากการได้ยิน ได้ฟัง การคิด หรือการปฏิบัติ องค์วิชาในแต่ละสาขา | |||||||||||||||
| ความรู้ … ในรูปปิรามิด… | |||||||||||||||
![]() | |||||||||||||||
| ….มุมมอง…ของ Dave Snowden | |||||||||||||||
| ระดับความรู้ | |||||||||||||||
| |||||||||||||||
| ประเภทของความรู้ | |||||||||||||||
| |||||||||||||||
| กระบวนการทำให้เกิดความรู้ใหม่ Knowledge Spiral หรือ SECI Model | |||||||||||||||
| |||||||||||||||
| นิยามของการจัดการความรู้ : ข้อเสนอแนะสำหรับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช | |||||||||||||||
|
การจัดการความรู้ (KM) คือ การจัดการในเรื่องที่สำคัญ จำเป็นต่อการดำเนินงานขององค์กรโดยใช้มิติกระบวนการความรู้ เพื่อให้เกิด | |||||||||||||||
| แนวทางการจัดการความรู้ของมสธ. | |||||||||||||||
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช อาจจัดการความรู้ได้ 2 แนวทาง
| |||||||||||||||
| การพัฒนาความรู้ | |||||||||||||||
| |||||||||||||||
| องค์ประกอบสำคัญในการสร้างระบบ KM | |||||||||||||||
| คน แหล่งความรู้ และเป็นผู้นำความรู้ไปใช้ เทคโนโลยี มีเครื่องมือ ช่วยเก็บ ช่วยในการค้นหา แลกเปลี่ยน นำความรู้ไปใช้ได้โดยง่าย กระบวนการความรู้ เป็นการนำความรู้จากแหล่งความรู้ต่างๆ จากผู้ใช้ เพื่อปรับปรุง เชื่อมโยง ต่อยอดเปลี่ยนแปลง หรือเกิดความรู้ใหม่ | |||||||||||||||
| ความสำเร็จในการทำ KM | |||||||||||||||
| Small Start, Success then Expansion
เริ่มจากเล็กๆ เมื่อประสบความสำเร็จแล้วขยายผล * ที่สุดของที่สุด * ……….. Knowledge is Power …………. | |||||||||||||||
| KM ทำให้เกิด ? | |||||||||||||||
![]() | |||||||||||||||
| แนวทางการกำหนด ขอบเขต และ เป้าหมาย KM | |||||||||||||||
![]() | |||||||||||||||
| ข้อเสนอแนะขั้นตอนของการจัดการความรู้ ( KM ) | |||||||||||||||
| |||||||||||||||
| องค์กรแห่งการเรียนรู้ ( Learning Organization) | |||||||||||||||
| เป็นรูปแบบการบริหารในการพัฒนาองค์กร ให้มีความคิดริเริ่ม (Creative Organization) ความเป็นผู้นำ (Leadership) ความคิดเข้าใจเชิงระบบ (Systems Thinking) การเรียนรู้เป็นทีม (Team Learning) ในการขับเคลื่อนภารกิจให้สำเร็จตามเป้าหมาย การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ องค์กรจะต้องมีการปรับเปลี่ยนและค้นหาวิธีการใหม่ๆ ในการดำเนินกิจการ เพื่อเพิ่ม ประสิทธิผลในการดำเนินงานขององค์กร การที่องค์กรจะสามารถเรียนรู้เพื่อพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิผลนั้น ต้องมีการจัดการความรู้ ควบคู่ไปด้วยเสมอ การจัดการความรู้ที่หน่วยงานต่างๆ ในมหาวิทยาลัย เริ่มทำกันในปี 2549 นี้ ไม่มีผิดมีถูกเพียงแต่ในระยะเริ่มต้นองค์กร ุมุ่งหวังผลทางตรง ตรงกับภารกิจตรงตามเป้าหมายขององค์กร เมื่อได้มีการจัดการความรู้ไปได้ระยะหนึ่ง สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นก็คือ หน่วยงานมีทักษะในการจัดการความรู้เพื่อให้การทำงานมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทุกอย่างถูกกลืนไปในเนื้องานตามปกติ ไม่เป็นการเพิ่มภาระการทำงาน แต่จะเป็นส่วนหนึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งในการทำงาน เมื่อถึงตอนนั้นคงไม่ต้องมาพูดเน้นถึง KM อีกแล้ว KM เป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้นที่สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาการทำงานในองค์กร เพื่อก้าวไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ | |||||||||||||||
| แบบฟอร์มที่ 1 กระบวนงาน แบบฟอร์มที่ 2 การกำหนดขอบเขต แบบฟอร์มที่ 3 แผนการทำ KM | |||||||||||||||
| แนวทางการจัดการความรู้ของหน่วยงาน | |||||||||||||||
| |||||||||||||||
![]() | |||||||||||||||
| ขบวนการจัดการความรู้ของหน่วยงาน | |||||||||||||||
| |||||||||||||||
![]() | |||||||||||||||
| แนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการจัดการความรู้ระดับมหาวิทยาลัย | |||||||||||||||
| |||||||||||||||





