กลับหน้าแรก มสธ.
Office of Graduate Studies

| ความเป็นมา | การแบ่งส่วนราชการและบุคลากร   |  แผนยุทธศาสตร์ 5 ปี |  การประกันคุณภาพ  การจัดการความรู้ | ก.พ.ร. | ประกาศ สบฑ. | ข่าวและสาระน่ารู้ | Webboard KM | ภาพกิจกรรม Webboard KM ทดสอบ

Administrator
คำถามถามบ่อย FAQs
Frequently Asked Questions...

 

No.1 ถาม: 

การเปิดรับสมัครระดับบัณฑิตศึกษา เปิดรับช่วงใด

ตอบ:           มหาวิทยาลัยเปิดรับสมัครนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ปีการศึกษาละ 1 ครั้ง ช่วงเดือนตุลาคม - มกราคมของปีถัดไป โดย ระเบียบการสมัคร สามารถซื้อได้ด้วยตนเองที่
          - ศูนย์หนังสือ มสธ.
          - สำนักบัณฑิตศึกษา
          - ศูนย์วิทยพัฒนา มสธ. ทั่วประเทศ 10 แห่ง
          - ศูนย์บริการการศึกษา (โรงเรียนประจำจังหวัด      
            ทุกจังหวัด) หรือ สั่งซื้อทางไปรษณีย์
, Download  
            จาก
www.stou.ac.th   เลือก บัณฑิตศึกษา
การส่งใบสมัคร สามารถส่งได้ด้วยตนเองที่สำนักบัณฑิตศึกษา (ชำระเป็นเงินสด), ศูนย์วิทยพัฒนา มสธ.   ทั่วประเทศ 10 แห่ง และส่งทางไปรษณีย์ (Pay at Post)

No.2 ถาม:  การสมัครและเกณฑ์การคัดเลือกนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา
ตอบ: ในระดับบัณฑิตศึกษา มสธ. ไม่มีการสอบคัดเลือกและการสอบสัมภาษณ์ ซึ่งการคัดเลือกนั้นจะพิจารณาจากใบสมัครเป็นหลักเนื่องจากการคัดเลือกนักศึกษา เป็นกระบวนการที่สำคัญต่อความสำเร็จของนักศึกษา และเป็นหลักในการประเมินคุณภาพการศึกษา ซึ่งมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญ โดยแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครเข้าศึกษาทำหน้าที่ในการคัดเลือกนักศึกษา และกำหนดเกณฑ์ในการคัดเลือกนักศึกษา สำหรับเกณฑ์ที่ใช้ในการคัดเลือกนักศึกษาประกอบด้วย คะแนนเฉลี่ยสะสมระดับปริญญาที่ใช้เป็นวุฒิในการสมัคร ประสบการณ์ในการทำงาน โครงการที่เสนอเพื่อรับการคัดเลือก บางสาขาวิชาได้กำหนดเกณฑ์เพิ่มเติม เช่น ความรู้ด้านภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์ เป็นต้น สำหรับจำนวนที่รับเข้าศึกษาในแต่ละปีการศึกษาอาจไม่เท่ากัน ขึ้นกับจำนวนนักศึกษาที่กำลังศึกษาในปัจจุบัน และจำนวนคณาจารย์ภายในสาขาวิชาประกอบกัน (สำหรับผู้สมัคร ประกาศนียบัตรบัณฑิต ไม่ต้องกมีการเขียนโครงการ และปริญญาเอก มีการสอบสัมภาณ์เพิ่มเติมด้วย) ดูรายละเอียดแต่ละสาขาวิชาเพิ่มเติม หากผู้สมัครมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน คณะกรรมการบัณฑิตศึกษาประจำสาขาวิชา อาจพิจารณารับเข้าศึกษาเป็นรายกรณี

No.3 ถาม:  ค่าใช้จ่ายในการศึกษาระดับบัณฑิต ศึกษา
ตอบ:

-ประกาศนียบัตรบัณฑิต : ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร  ประมาณ 25,500 – 50,000 บาท

-ปริญญาโท : ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร ประมาณ 100,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนชุดวิชาที่ลงทะเบียนในแต่ละภาคการศึกษา

-ปริญญาเอก : ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร ประมาณ 400,000 บาท  เหมาจ่ายภาคการศึกษาละ 65,000 บาท


No.4 ถาม:  ลักษณะการเรียนการสอนระดับบัณฑิตศึกษา
ตอบ: มุ่งเน้นการเรียนรู้ด้วยตนเองจากเอกสารชุดวิชาในรูปสื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์และสื่อต่างๆ มีข้อแตกต่างกับระดับปริญญาตรีตรงที่นักศึกษาจะต้องเข้ารับการการปฐมนิเทศเชิงปฏิบัติการ การสัมมนาเสริม/เข้ม ในทุกชุดวิชา ในช่วงวันเสาร์ -อาทิตย์ ประมาณชุดวิชาละ 2 ครั้ง ๆ ละ2วัน /เทอม ซึ่งการเข้าร่วมกิจกรรมนี้เป็นการเก็บคะแนนระหว่างภาคการศึกษา สำหรับสถานที่สัมมนาอาจจะจัดที่ศูนย์วิทยพัฒนา มสธ. หรือจัดที่ มสธ.  ในส่วนกลาง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาและจำนวนนักศึกษา

No.5 ถาม:  ผู้สมัครทุกคนจะต้องมีหลักฐานแสดงความรู้ภาษาอังกฤษหรือไม่ และสามารถใช้หลักฐานใดได้บ้าง ในกรณีที่ไม่มีจะทำอย่งไร
ตอบ:

- สำหรับสาขาวิชาที่กำหนดให้ผู้สมัครต้องมีหลักฐานความรู้ภาษา อังกฤษ ผู้สมัครจะต้องส่งหลักฐานมาแสดงด้วย แต่ถ้าไม่มีหลักฐานความรู้ภาษาอังกฤษ สาขาวิชาจะพิจารณาคัดเลือก แต่คะแนนในส่วนนี้จะถูกตัดไป หากสาขาวิชาไม่ได้กำหนดว่าต้องมีหลักฐานแสดงความรู้ภาษาอังกฤษ ผู้สมัครจะส่งหรือไม่ส่งหลักฐานแสดงความรู้ภาษาอังกฤษประกอบหรือไม่ก็ได้
-
สามารถใช้ผลทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษจากสถาบันอื่นได้ เช่น
          CU-TEP ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
          RU-TEST
ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง
          TU-GET
ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
          TOEFL
หรือ IELTS
-
สำหรับผู้ที่ไม่มีหลักฐานภาษาอังกฤษ และสนใจที่จะทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษของ มสธ. (STOU-EPT) สามารถดูรายละเอียดได้โดยคลิก รายละเอียดของ STOU-EPT


No.6 ถาม:   สมัครเข้าศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาพร้อมกัน 2 หลักสูตรได้หรือไม่  
ตอบ: การสมัครเพื่อรับการคัดเลือกเข้าศึกษา 2 หลักสูตร สามารถทำได้ โดยต้องใช้ใบสมัคร 2 ชุด ๆ ละ 1 หลักสูตร เพราะต้องกรอกรายละเอียดเกี่ยวกับแผนงาน/โครงการที่คาดว่าจะทำเป็นวิทยานิพนธ์หรือการศึกษาค้นคว้าอิสระแยกกัน ส่วนค่าสมัครต้องชำระหลักสูตรละ 500 บาท รวม 2 หลักสูตร 1,000 บาท แต่เมื่อผลการคัดเลือกประกาศแล้ว หากผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาทั้ง 2 หลักสูตรที่สมัคร ต้องตัดสินใจเลือกเรียนเพียงหลักสูตรเดียวเท่านั้น มหาวิทยาลัยไม่อนุญาตให้เรียนพร้อมกัน 2 หลักสูตร

No.7 ถาม:  การเขียนโครงการวิจัยสำหรับผู้สนใจสมัครคัดเลือกเข้าศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา (ป.โท/ป.เอก)
ตอบ: การเขียนโครงการวิจัยจะมีรูปแบบเหมือนกับการเขียนโครงการทั่วไป คือ
1)
ชื่อเรื่องที่ทำการวิจัย - "อยากทำเรื่องอะไร?"
2)
หลักการและเหตุผลหรือความสำคัญและความเป็นมาของปัญหาการวิจัย -"ทำไมต้องทำ?"
3)
วัตถุประสงค์ในการทำวิจัย -"เพื่ออะไร?"
4)
วิธีการวิจัย - "ทำอย่างไร และมีวิธีการอย่างไร?"
5)
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ - "จะนำไปใช้อะไรได้บ้าง?"
หรือสามารถไปศึกษาเพิ่มเติมในห้องสมุดเกี่ยวกับรวมเล่มบทคัดย่อวิทยานิพนธ์ วารสารทางด้านการวิจัย หรือทาง Internet เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาแนวคิดในการกำหนดหัวข้อโครงการวิจัยและการเขียนโครงการวิจัยในเบื้องต้น

No.8 ถาม:   วิธีการแจ้งผลการคัดเลือก มีวิธีใดบ้าง  
ตอบ: วิธีการแจ้งผลการคัดเลือก มีดังนี้
1.
ตรวจสอบผลการคัดเลือกด้วยตนเอง ตามกำหนดเวลาที่มหาวิทยาลัยแจ้ง ใน Internet
2.
สำนักบัณฑิตศึกษาจะแจ้งผลการคัดเลือกทางไปรษณีย์เป็นรายบุคคลหลังจากประกาศผล 2 สัปดาห์
3.
มหาวิทยาลัยจะประกาศผลการคัดเลือกผู้ที่ผ่านการคัดเลือกที่บอร์ดหน้าลิฟท์ อาคารวิชาการ 3

No.9 ถาม:  กรณีที่ไม่ผ่านการคัดเลือก ผู้สมัครจะขอเอกสารการสมัครคืนได้หรือไม่
ตอบ: มหาวิทยาลัยจะไม่คืนเอกสารการสมัครและค่าธรรมเนียมการสมัครแก่ผู้สมัครไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งได้แจ้งไว้ในระเบียบการสมัครด้วยแล้ว

No.10 ถาม:  การเปลี่ยนแผนการเรียนสำหรับนักศึกษา ป.โท ต้องดำเนินการอย่างไร
ตอบ: นักศึกษา ป.โท สามารถเปลี่ยนแผนการเรียนได้ ในภาคการศึกษาที่ 2 ที่ลงทะเบียน โดยเข้าไป Download แบบฟอร์ม มสธ.    38 "ใบคำร้องขอเปลี่ยนแผนการศึกษา" กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ส่งไปที่สาขาวิชาที่นักศึกษาสังกัด ทางสาขาวิชาจะดำเนินการพิจารณาการเปลี่ยนแผน และแจ้งให้สำนักบัณฑิตศึกษาทราบ จากนั้นสำนักบัณฑิตศึกษาจะทำการแจ้งนักศึกษาชำระค่าเปลี่ยนแผนการศึกษาจำนวน 500 บาท

No.11 ถาม:  แผน ก และ แผน ข มีวิธีการเรียนแตกต่างกันอย่างไร
ตอบ: แผน ก และ แผน ข มีความยากง่ายไม่แตกต่างกัน เนื่องจากมหาวิทยาลัยได้จัดรูปแบบการเรียนการสอนให้มีคุณภาพใกล้เคียงกัน
-
แผน เป็นการทำวิทยานิพนธ์ มุ่งเน้นทักษะการทำวิจัยเต็มรูปบบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนำผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนางานในหน้าที่ และเพื่อเตรียมตัวสำหรับการศึกษาต่อในระดับสูงหรือปริญญาเอกในโอกาสต่อไป ซึ่งเป็นการทำวิจัยภายใต้การกำกับดูแลของอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ เพื่อให้ดำเนินการได้ถูกต้องตามระเบียบวิธีวิจัย เมื่อทำวิทยานิพนธ์เสร็จแล้ว ต้องสอบวิทยานิพนธ์ เมื่อสอบผ่านถือว่าสำเร็จการศึกษา
-
แผน ข ทำการศึกษาค้นคว้าอิสระ เหมาะสำหรับผู้ที่มีความสนใจศึกษางานวิจัยขั้นพื้นฐาน หรือสำหับผู้ที่มีความต้องการศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษตามความสนใจของตนเองซึ่งการศึกษาค้นคว้าอิสระมีรูปแบบการศึกษาหลายวิธี อาจเป็นงานวิจัยชึ้นเล็กๆ หรือเป็นการสังเคราะห์ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์ที่ศึกษา หรือการเขียนตำราหรือผลงานทางวิชาการ เมื่อทำการศึกษาค้นคว้าอิสระเสร็จแล้ว นักศึกษาทุกคนจะต้องสอบการศึกษาค้นคว้าอิสระ ซึ่งจะคล้ายๆ การสอบวิทยานิพนธ์ แต่ความยากน้อยกว่า และต้องสอบประมวลความรู้ในชุดวิชาที่ได้เรียนมา เพื่อให้ค่าน้ำหนักการศึกษามีความเท่าเทียมกับแผน ก

No.12 ถาม:  นักศึกษาทดลองเรียนจะเปลี่ยนสถานภาพเป็นนักศึกษาสามัญได้เมื่อใด
ตอบ: นักศึกษาทดลองเรียนจะเปลี่ยนสถานภาพเป็นนักศึกษาสามัญได้ต่อเมื่อสอบผ่านชุดวิชาในระดับบัณฑิตศึกษาที่สาขาวิชากำหนด ให้เป็นชุดวิชาทดลองเรียน โดยมีผลการสอบไม่ต่ำกว่าระดับคะแนน 3.00 ในภาคการศึกษาแรก

No.13 ถาม:  กรณีที่ไม่ได้รับเอกสารการลงทะเบียนเรียน จะต้องทำอย่างไร  
ตอบ: หากไม่ได้รับเอกสารการลงทะเบียนเรียน สามารถ
1) ถ่ายสำเนาจากคู่มือการใช้เอกสารสำคัญต่างๆ
2) Download จากเว็ปไซต์
3) ขอรับและลงทะเบียนได้ที่สำนักบัณฑิตศึกษา อาคารวิชาการ 3 ชั้น 2

No.14 ถาม:  การลงทะเบียนเรียนเกินโครงสร้างหลักสูตร มีแนวปฏิบัติอย่างไร  
ตอบ: แนวปฏิบัติในการลงทะเบียนเกินโครงสร้างหลักสูตร มีดังนี้
1) เขียนคำร้องแนบมาพร้อมกับการลงทะเบียนเรียน โดยผ่านความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษา
2) ชุดวิชาที่ต้องการเรียนเกินโครงสร้างหลักสูตรเมื่อรวมกับชุดวิชาที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษานั้นแล้วต้องไม่เกิน 15 หน่วยกิต
3) ชุดวิชาที่ลงทะเบียนเรียนเกินโครงสร้างหลักสูตร ไม่สามารถขอเปลี่ยนแปลงให้เป็นชุดวิชาที่นับหน่วยกิตได้ในภายหลัง
4) ผลการสอบชุดวิชาที่เรียนเกินโครงสร้างจะแสดงผลเป็น P และ U เท่านั้น
5) มหาวิทยาลัยจะแสดงผลการศึกษาไว้ในใบรายงานผลการศึกษา แต่จะไม่นำผลการศึกษาไปคำนวณ GPA และ GPAX
6) ชุดวิชาที่เรียนเกินโครงสร้างหลักสูตร นักศึกษาต้องปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ เช่นเดียวกับชุดวิชาที่นับหน่วยกิต

No.15 ถาม:  มีแนวปฏิบัติการลงทะเบียนสอบประมวลความรู้ (สำหรับนักศึกษาแผน ข) อย่างไร
ตอบ:
  • ตรวจสอบคุณสมบัติว่ามีสิทธิสอบประมวลความรู้หรือไม่
       - สอบผ่านชุดวิชาครบตามหลักสูตร หรือกำลังศึกษาชุด
  • วิชาในภาคการศึกษาสุดท้าย
       - มีคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00 (6 ชุดวิชา)
  • การสอบประมวลความรู้ นักศึกษาต้องเตรียมตัวสอบประมวลความรู้ตามวัน เวลา และสถานที่ ที่มหาวิทยาลัยกำหนด โดยการสอบประมวลความรู้ ให้สอบข้อเขียนเป็นหลัก ประกอบด้วย ภาคทฤษฎี และภาคประยุกต์ บางสาขาวิชามีการสอบปากเปล่านักศึกษามีสิทธิลงทะเบียนสอบประมวลความรู้ได้ 2 ครั้ง (โดยชำระค่าลงทะเบียนสอบครั้งละ 1,500 บาท)

No.16 ถาม:  การลงทะเบียนภาคพิเศษ สามารถทำได้ในกรณีใด
ตอบ:

ในภาคพิเศษ เปิดให้เฉพาะนักศึกษาที่ประสงค์จะลงทะเบียนชุดวิชาวิทยานิพนธ์ 3 ครั้งที่ 1, แก้ I วิทยานิพนธ์ 3, การศึกษาค้นคว้าอิสระ (แก้ I เท่านั้น) , ประสบการณ์วิชาชีพมหาบัณฑิต/อบรมเข้ม และสอบประมวลความรู้ เพื่อให้โอกาสแก่ศึกษาที่ใกล้จะจบ และติดค้างเรื่องเล่มวิทยานิพนธ์/การศึกษาค้นคว้าอิสระ สำหรับชุดวิชาปกติไม่มีการเปิดในภาคพิเศษ



TOP  
No.17 ถาม:  นักศึกษาสามารถลงทะเบียนชุดวิชาวิทยานิพนธ์ 2 และวิทยานิพนธ์ 3 พร้อมกันได้หรือไม่
ตอบ: นักศึกษาสามารถลงทะเบียนเรียนชุดวิชาวิทยานิพนธ์ 2 และวิทยานิพนธ์ 3 พร้อมกันได้ในภาคการศึกษาเดียวกัน โดยนักศึกษาจะต้องสอบผ่านชุดวิชาวิทยานิพนธ์ 1 แล้ว และได้รับอนุญาตจากอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ก่อน จึงจะลงทะเบียนเรียนได้


TOP  
No.18 ถาม:  นักศึกษาทุกคนจำเป็นต้องเข้ารับการปฐมนิเทศเชิงปฏิบัติการหรือไม่
ตอบ:           มหาวิทยาลัยกำหนดให้นักศึกษาทุกคนต้องเข้ารับการปฐมนิเทศเชิงปฏิบัติการเพื่อทำความเข้าใจในวิธีการศึกษาทางไกลระดับบัณฑิตศึกษา โดยใช้เวลาในการปฐมนิเทศประมาณ 2 วัน ณ ที่ทำการมหาวิทยาลัย หากนักศึกษาไม่เข้ารับการปฐมนิเทศเชิงปฏิบัติการ จะถือว่านักศึกษาสละสิทธิในการเป็นนักศึกษา หรือประมาณ 1-2 วัน ณ ศูนย์วิทยพัฒนา สำหรับในระดับ            ประกาศนียบัตรบัณฑิต


TOP  
No.19 ถาม:  การลาพักการศึกษาต้องดำเนินการอย่างไร
ตอบ:              นักศึกษาสามารถลาพักการศึกษาได้ด้วยตนเอง 2 ภาคการศึกษาติดต่อกัน โดยไม่ต้องแจ้งการลาพักผ่านสาขาวิชา แต่ถ้านักศึกษาต้องการลาพักการศึกษาต่ออีกเป็นภาคที่ 3 นักศึกษาต้องแจ้งการลาพักผ่านสาขาวิชาเพื่อพิจารณาอนุญาตก่อน โดยใช้แบบ ฟอร์ม มสธ.บ.6 สำหรับค่าธรรมเนียมในการลาพักการศึกษาในชุดวิชาปกติ ภาคการศึกษาละ 500 บาท แต่ถ้าลาพักการศึกษาในระหว่างที่ลงทะเบียนชุดวิชาการศึกษาค้นคว้าอิสระหรือชุดวิชาวิทยานิพนธ์ นักศึกษาจะต้องชำระค่าธรรมเนียมใการลาพักการศึกษา ภาคการศึกษาละ 2,000 บาท แต่ถ้าเป็นชุดวิชาวิทยานิพนธ์ 1และ 2 ที่มีผลการเรียนการเป็น I ห้ามนักศึกษาลาพักโดยเด็ดขาด เนื่องจากนักศึกษาต้องลงทะเบียนแก้ I ในภาคการศึกษาถัดไปทันที มิเช่นนั้นผลการเรียนจะเป็น U ซึ่งนักศึกษาจะต้องลงทะเบียนใหม่ในชุดวิชาวิทยานิพนธ์ 1 และ 2


TOP  
No.20 ถาม:  การขอกลับเข้าศึกษาหลังจากได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษา ต้องดำเนินการอย่างไร
ตอบ: นักศึกษาที่ได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษา เมื่อจะกลับเข้าศึกษาต่อจะต้องยื่นคำร้องขอกลับเข้าศึกษาพร้อมด้วยหลักฐานการอนุมัติให้ลาพักการศึกษาต่อมหาวิทยาลัยไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนวันเปิดภาคการศึกษา


TOP  
No.21 ถาม:  การอบรมเข้มประสบการณ์วิชาชีพ/เสริมประสบการณ์มหาบัณฑิต
ตอบ: นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาทุกคนทั้ง แผน ก และ แผน ข จะต้องเข้ารับการอบรมเข้มเสริมประสบการณมหาบัณฑิตหรือประสบการณ์วิชาชีพมหาบัณฑิต ในภาคการศึกษาสุดท้ายก่อนสำเร็จการศึกษา ตามวัน เวลา ที่มหาวิทยาลัยกำหนด เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้คิดและทำกิจกรรมร่วมกัน ตลอดจนฝึกปฏิบัติทักษะที่จำเป็นของวิชาชีพ


TOP  
No.22 ถาม:  การเปลี่ยนวัน สถานที่ และกลุ่มสัมมนาเสริม/เข้มสามารถทำได้หรือไม่ และต้องดำเนินการอย่างไร  
ตอบ: นักศึกษาสามารถเปลี่ยนวัน/สถานที่/กลุ่มสัมมนาได้ โดยให้นักศึกษาติดต่อสาขาวิชาที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียน โดยแจ้งล่วงหน้า พร้อมทำหนังสือขอเปลี่ยนแปลง และชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงด้วย


TOP  
No.23 ถาม:  การสอบประมวลความรู้ สอบในช่วงใด
ตอบ:

การสอบระมวลความรู้ สำหรับนักศึกษาแผน ข ซึ่งจัดสอบภาคการศึกษาละ 1 ครั้ง พร้อมกับการสอบซ่อมของนักศึกษาปริญญาตรี โดยมีการจัดสอบดังนี้
- ภาคต้น สอบต้นเดือนสิงหาคม จัดสอบทั่วประเทศ
- ภาคปลาย สอบต้นเดือนกุมภาพันธ์ จัดสอบทั่วประเทศ
- ภาคพิเศษ สอบเดือนกรกฎาคม จัดสอบ ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชเท่านั้น



TOP  
No.24 ถาม:  นักศึกษาที่ไม่เข้าสอบตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด สามารถขอสอบทดแทนได้หรือไม่
ตอบ:           กรณีที่นักศึกษามีความจำเป็นไม่สามารถเข้าสอบได้ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด สามารถยื่นคำร้องขอสอบทดแทนได้ที่สาขา วิชาที่นักศึกษาสังกัด พร้อมหลักฐานแสดงความจำเป็นที่แสดงให้เห็นว่าไม่สามารถเข้าสอบตามวัน เวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด เช่น ใบรับรองแพทย์ คำสั่งย้ายราชการด่วน หนังสือรับรองการเดินทางไปต่างประเทศ เป็นต้น ภายใ น 7 วันหลังจากวันสอบประจำภาคการศึกษา และต้องชำระค่าธรรมเนียมในการสอบทดแทน ชุดวิชาละ 3,000 บาท และนักศึกษาต้องเข้าสอบตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด


TOP  
No.25 ถาม:  การเปลี่ยนสนามสอบ ต้องดำเนินการอย่างไร  
ตอบ:           กรณีที่นักศึกษามีความจำเป็นต้องเปลี่ยนสนามสอบเนื่องจากสาเหตุใดๆ ก็ตามที่ให้ไม่สามารถเข้าสอบ ณ สนามสอบที่มหาวิทยาลัยจัดสอบได้ นักศึกษาจะต้องยื่นคำร้องขอเปลี่ยนสนามสอบล่วงหน้าก่อนกำหนดการสอบไม่น้อยกว่า 45 วัน โดยยื่นคำร้องถึงฝ่ายทะเบียนและวัดผลบัณฑิตศึกษา โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น หากนักศึกษายื่นคำร้องล่าช้ากว่าที่กำหนด นักศึกษาไม่มีสิทธิเข้าสอบ ณ สนามสอบใหม่ ต้องเข้าสอบสนามสอบเดิมเท่านั้น


TOP  
No.26 ถาม:  หากจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศตรงกับ วัน เวลา ที่มหาวิทยาลัยกำหนด สามารถสอบ ณ สนามสอบต่างประเทศได้หรือไม่ และต้องดำเนินการอย่างไ
ตอบ: นักศึกษาสามารถยื่นคำร้องขอสอบ ณ สนามสอบต่างประเทศที่เป็นที่ตั้งของสถานฑูตไทย หรือสถานกงสุลของประเทศไทย พร้อมแนบหลักฐานแสดงความจำเป็นที่จะต้องขอสอบ ณ สนามสอบต่างประเทศ ภายใน 60 วันก่อนสอบ และต้องชำระค่าธรรมเนียมในการสอบ ณ สนามสอบต่างประเทศ 6,500 บาท (กรณีโอนเงินค่าธรรมเนียมสอบมาจากต่างประเทศ ต้องชำระค่าธรรมเนียมธนาคารเพิ่มเติมด้วย)


TOP  
No.27 ถาม: 

นักศึกษาสามารถสอบชุดวิชาวิทยานิพนธ์ได้เมื่อใด

ตอบ: 1) นักศึกษามีสิทธิลงทะเบียนสอบชุดวิชาวิทยานิพนธ์ได้หลังจากลงทะเบียนชุดวิชาวิทยานิพนธ์ 3 และได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์แล้ว
2) หากสอบไม่ผ่านในครั้งแรก มีสิทธิสอบใหม่อีกครั้งโดยยื่นคำร้องขอสอบวิทยานิพนธ์ ภายหลังการสอบครั้งแรกไม่น้อยกว่า 45 วัน


TOP  
No.28 ถาม:  การสอบวิทยานิพนธ์ ต้องดำเนินการอย่างไร
ตอบ: การสอบวิทยานิพนธ์ เมื่ออาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ให้ความเห็นชอบ นักศึกษาต้องเสนอรายงานวิทยานิพนธ์ 5 ชุด ให้คณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ล่วงหน้าก่อนวันสอบ 45 วัน พร้อมชำระค่าธรรมเนียมการสอบ ซึ่งการสอบวิทยานิพนธ์จะกระทำในรูปของการสัมมนาเข้มระหว่างนักศึกษากับคณะกรรมการสอบ โดยเปิดโอกาสให้ผู้สนใจทั่วไปเข้าร่วมรับฟังการสอบด้วย ทั้งนี้ คณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์จะต้องเข้าร่วมการสอบและประเมินผลในวันสอบทั้งคณะ มิฉะนั้นถือว่าการสอบเป็นโมฆะ


TOP  
No.29 ถาม: 

หลังจากสอบวิทยานิพนธ์แล้ว ต้องดำเนินการอย่างไร

ตอบ:           หลังจากที่สอบผ่านวิทยานิพนธ์แล้ว จะต้องปรับแก้วิทยานิพนธ์ตามที่คณะกรรมการสอบให้ข้อเสนอแนะ และส่งให้ฝ่ายส่งเสริมมาตรฐานบัณฑิตศึกษา ตรวจรูปแบบจนผ่านก่อนเข้ารับรองวิทยานิพนธ์ พร้อมกับส่งบทคัดย่อฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของภาษาในบทคัดย่อวิทยานิพนธ์ และชำระค่าธรรมเนียมการตรวจบทคัดย่อวิทยานิพนธ์ จำนวน 300 บาท


TOP  
No.30 ถาม:  มหาวิทยาลัยมีการสนับสนุนทุนการศึกษาหรือไม่
ตอบ: มหาวิทยาลัยไม่มีทุนการศึกษาให้ แต่มีทุนอุดหนุนการทำวิทยานิพนธ์ ทุนละ 10,000 บาท โดยนักศึกษาสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.stou.ac.th/Thai/Grad_Stdy/ คลิกเลือกหัวข้อ "สมัครขอทุนวิทยานิพนธ์"


TOP  
No.31 ถาม:  นักศึกษาสามารถขอสำเร็จการศึกษาได้เมื่อใด
ตอบ: สามารถขอสำเร็จการศึกษา ได้หลังจากที่สอบผ่านชุดวิชาวิทยานิพนธ์ (สำหรับแผน ก) และชุดวิชาการศึกษาค้นคว้าอิสระและการสอบประมวลความรู้ (สำหรับแผน ข) พร้อมกับส่งรูปเล่มวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์/การศึกษาค้นคว้าอิสระเรียบร้อยแล้ว โดยยื่นคำร้องขอสำเร็จการศึกษา ได้ด้วยตนเอง หรือทางไปรษณีย์ พร้อมค่าธรรมเนียมต่างๆ และรูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว (สวมเสื้อครุยปริญญา มสธ.) จำนวน 9 รูป


TOP  
No.32 ถาม:  ทำไมมหาบัณฑิต (ป.โท) ถึงรับพระราชทานปริญญาบัตรกับพระรูป
ตอบ:

            แนวปฏิบัติในการพระราชทานปริญญาบัตรในลักษณะต่าง ๆนั้น เป็นแนวทางที่มหาวิทยาลัยปฏิบัติตามที่สำนักพระราชวังกำหนด สำหรับปริญญาโทของ มสธ. นั้น องค์ประธานในพิธีจะพระราชทานปริญญาบัตร 1 ฉบับ ให้กับนายกสภามหาวิทยาลัยเพื่อนำมาประกอบพิธีพระราชทานปริญญาบัตร โดยมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประดิษฐานบนโต๊ะหมู่เป็นองค์ประธาน



TOP  
No.33 ถาม:  การเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร
ตอบ: มหาวิทยาลัยจัดให้มีพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ปีการศึกษาละ 1 ครั้ง ในเดือนมกราคมของทุกปี นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาในปีการศึกษาใดมหาวิทยาลัยจะจัดให้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในปีการศึกษานั้นๆ พร้อมกันทั้งรุ่น นักศึกษาจะขอรับพระราชทานปริญญาบัตรพร้อมกับนักศึกษารุ่นอื่นไม่ได้


TOP  
No.34 ถาม:  ศูนย์วิทยาพัฒนา มสธ. มีกี่แห่ง และที่ใดบ้าง
ตอบ:

ศูนย์วิทยพัฒนา มสธ. มี 10 แห่ง ดังนี้
1. ศูนย์วิทยพัฒนา มสธ. ลำปาง
    หมู่ 2 ถ.ลำปาง-เชียงใหม่ ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง 52190
    โทรศัพท์ :  0 5426 9531-4  โทรสาร :  0 5426 9527
    อีเมล์: lp.adoffice@stou.ac.th
    ให้บริการครอบคลุม 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ แพร่ พะเยา เชียงราย แม่ฮ่องสอน และน่าน
2. ศูนย์วิทยพัฒนา มสธ. สุโขทัย
    4 หมู่ 7 ถ.สุโขทัย-กำแพงเพชร ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จ.สุโขทัย 64000
    โทรศัพท์ :  0 5565 1079 ต่อ 102,  0 5562 0654,  0 5562 0657          
    โทรสาร :
 0 5562 0655,  0 5565 1097
    อีเมล์:  adskvsut@stou.ac.th  
    
ให้บริการครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร ตาก และอุตรดิตถ์
3. ศูนย์วิทยพัฒนา มสธ. นครสวรรค์
    105/35 หมู่ที่ 10 ถ.นครสวรรค์-พิษณุโลก (117) ต.วัดไทร อ.เมือง   
    จ.นครสวรรค์
60000                                                                 
    โทรศัพท์
:  0 5622 2450  โทรสาร :  0 5622 3010
    อีเมล์: nw.adoffice@stou.ac.th  
    ให้บริการครอบคลุม
9 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี สระบุรี อ่างทอง เพชรบูรณ์
     และพิจิตร

4. ศูนย์วิทยพัฒนา มสธ. อุดรธานี
    หมู่ 10 บ้านคำกลิ้ง ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000         
    โทรศัพท์
:  0 4229 2500  โทรสาร :  0 4229 2494
    อีเมล์: ud.adoffice@stou.ac.th  
    ให้บริการครอบคลุม 10 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย ชัยภูมิ ขอนแก่น เลย สกลนคร มหาสารคาม
     กาฬสินธุ์ และนครศรีธรรมราช
5. ศูนย์วิทยพัฒนา มสธ. อุบลราชธานี
    199 หมู่ 10 ถ.เลี่ยงเมือง ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี 34000    
    โทรศัพท์
:  0 4528 1891 ต่อ 102  โทรสาร :  0 4528 1890
    อีเมล์: ub.adoffice@stou.ac.th    
   ให้บริการครอบคลุม 9 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ ยโสธร มุกดาหาร ร้อยเอ็ด สุรินทร์ บุรีรัมย์
    และนครพนม

6. ศูนย์วิทยพัฒนา มสธ.นครนายก
    196 หมู่ที่ 5 ต.ศรีกะอาง อ.บ้านนา จ.นครนายก 26110           
    โทรศัพท์
:  0 3730 6247-49  โทรสาร :  0 3730 6244 ต่อ 113
    อีเมล์: nk.adoffice@stou.ac.th  
    ให้บริการครอบคลุม 8 จังหวัด ได้แก่ นครนายก ปราจีนบุรี ปทุมธานี นนทบุรี ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ
     และกรุงเทพมหานคร

7. ศูนย์วิทยพัฒนา มสธ. เพชรบุรี
    90 หมู่ที่ 9 ต.ไร่ส้ม อ.เมือง จ.เพชรบุรี 76000                         
    โทรศัพท์
:  0 3241 9248-53  โทรสาร :  0 3241 9247
    อีเมล์: pb.adoffice@stou.ac.th  
    ให้บริการครอบคลุม 8 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี สมุทรสงคราม ราชบุรี สมุทรสาคร กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุพรรณบุรี
     และนครปฐม
8. ศูนย์วิทยพัฒนา มสธ. จันทบุรี
    หมู่ 1 ถ.จันทบุรี-สระแก้ว อ.มะขาม จ.จันทบุรี 22150           
    โทรศัพท์
:  0 3938 9430-3  โทรสาร :  0 3938 9434
    อีเมล์: cb.adoffice@stou.ac.th  
    ให้บริการครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตราด ระยอง สระแก้ว และจันทบุรี
9. ศูนย์วิทยพัฒนา มสธ. นครศรีธรรมราช
    169 ถ.นครศรีธรรมราช-ร่อนพิบูลย์ ต.นาสาร อ.พระพรหม          
    จ.นครศรีธรรมราช
80000                                                            
    โทรศัพท์
:  0 7537 8680-8  โทรสาร :  0 7537 8686
    อีเมล์: nst_stou@hotmail.com  
    ให้บริการครอบคลุม 9 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ระนอง นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา และภูเก็ต
10. ศูนย์วิทยพัฒนา มสธ.ยะลา
     116 หมู่ที่ 4 ถ.ท่าสาป-ลำใหม่ ต.ท่าสาบ อ.เมือง จ.ยะลา 95000  
    โทรศัพท์
:  0 7322 2920 ต่อ 103,  0 7322 2926                  
    โทรสาร :
 0 7322 2923
    อีเมล์: yl.adoffice@stou.ac.th  
    ให้บริการครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และสตูล



TOP  
 
 
footer

ควรใช้ความละเอียดหน้าจอที่ 1024 by 768 pixels และ Internet Explorer version 5.5 + ขึ้นไป
จัดทำโดย คณะทำงานเผยแพร่สารสนเทศในระบบอินเทอร์เน็ต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
Copyright © STOU Sukhothai Thammathirat OpenUniversity. All rights reserved.