มุมทำนุบำรุงวัฒนธรรมกับสุขภาพ โดย รศ.ดร.พรทิพย์ เกยุรานนท์
 

การเล่นของเด็กไทยกับการอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรมไทย

โดย  รองศาสตราจารย์ ดร.พรทิพย์ เกยุรานนท์

Description: http://student.swu.ac.th/sc511010362/workhome/images/m4.gif   Description: http://202.143.132.40/m4-2554/aphisit/pic/004.jpg Description: http://www.baanthiti.com/rere.jpg
ที่มา: http://student.swu.ac.th/ ; http://202.143.132.40/m4-2554/aphisit/page2.html ; http://www.baanthiti.com

          ในยามเด็กๆ ทุกคนต่างสนุกสนานและมีความสุขกับการได้เล่นสิ่งต่างๆ ได้เล่นกับเพื่อน การเล่นมีหลายอย่างและหลายแบบ เด็กไทยในอดีตและเด็กไทยในปัจจุบันจะเล่นต่างกัน โดยเด็กไทยในอดีตได้มีการเล่นแบบของไทยๆ หรือที่เรียกว่า “การละเล่นของไทย” อย่างสนุกสนาน สิ่งของที่ใช้ประกอบการเล่นเป็นวัสดุที่มาจากธรรมชาติ ซึ่งหาได้ตามท้องถิ่น หรือรอบบ้าน  เช่น กาบกล้วย ก้อนหิน ไม้ ใบไม้ ดอกไม้ ฯลฯ โดยส่วนใหญ่ไม่ต้องหาซื้อมา  ขณะที่เด็กไทยในปัจจุบันเล่นของเล่นที่ทำจากกระดาษ ไม้ พลาสติก ยาง และวัสดุที่เป็นโลหะต่างๆ ที่เลียนแบบของจริง (เช่น ตุ๊กตากระดาษ ตุ๊กตายาง ปืนพลาสติก เครื่องร่อน รถยนต์ ตัวต่อ (Lego) ฯลฯ) วิดีโอเกม เกมกด เกมคอมพิวเตอร์ และเครื่องเล่นต่างๆ ฯลฯ  ซึ่งขายตามท้องตลาด ในห้างสรรพสินค้า หรือในเว็บไซต์ต่างๆ มีส่วนน้อยที่จะนำวัสดุจากธรรมชาติหรือสิ่งเหลือใช้ในบ้านมาเล่น การเล่นของเด็กไทยๆ จึงค่อยๆ ถูกลืมเลื่อน และค่อยๆ สูญหายไปทีละชนิด ขึ้นอยู่กับสภาพการปลูกฝังและการถ่ายทอดของพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู และผู้ใหญ่ในสังคมไทย ว่าจะอนุรักษ์ไว้เป็นมรดกของชาติ เพื่อคงความเป็นไทยให้รุ่นลูกรุ่นหลานสืบต่อไปหรือไม่ และขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและความก้าวหน้าทางการศึกษาและเทคโนโลยีต่างๆ โดยเฉพาะในยุคโลกไร้พรมแดน ที่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารซึ่งกันและกันอย่างรวดเร็ว ทำให้มีการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้วัฒนธรรมซึ่งกันและกัน จึงเกิดการรับวัฒนธรรมจากสังคมอื่น และ/หรือการผสมกลืนกลายทางวัฒนธรรมโดยการละทิ้งวัฒนธรรมเดิมของตัวเองบางส่วน และทำให้เกิดการผสมกลมกลืนทางวัฒนธรรม และทำให้เอกลักษณ์เดิมเปลี่ยนไป (http://www.baanjomyut.com/) ดังนั้น คนไทยควรหยุดคิดและพิจารณาถึงวัฒนธรรมไทยและสิ่งที่ดีๆ ของไทยว่าจะอนุรักษ์ไว้อย่างไร หรือจะปล่อยไปตามกระแสโลกาภิวัฒน์โดยไม่สนใจอะไร ดังเช่น การเล่นของเด็กไทย เป็นต้น แต่ถ้าจะอนุรักษ์คนไทยก็ต้องหันมาทำความรู้จักกับการเล่นของไทยว่าคืออะไร มีความเป็นมาอย่างไร มีกี่ชนิด และมีประโยชน์อย่างไรที่พึงอนุรักษ์ไว้ให้เป็นสมบัติของลูกหลานสืบต่อไป


ความหมายของการเล่นของไทย

          สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เล่ม 13 (http://kanchanapisek.or.th/) ได้ให้ความหมายของคำว่า "การเล่น" หมายถึง การกระทำเพื่อสนุกหรือผ่อนอารมณ์ ซึ่งตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า play หรือ game ซึ่งมีความหมายต่างกัน คำว่า "play" หมายถึง การเล่นสนุก เป็นการเล่นคนเดียวก็ได้ หลายคนก็ได้ เล่นโดยสมัครใจไม่มีใครบังคับ และคำว่า "game" หมายถึง การเล่นที่มีกฎเกณฑ์บังคับ ผู้เล่นต้องเล่นตามกฎเกณฑ์นั้น ทั้งนี้ การเล่นของไทยมีความหมายกว้างกว่าคำว่า “play” และ คำว่า “game” เพราะมีลักษณะร่วมอยู่ในความหมายของทั้งสองคำ  และการเล่นของไทยได้มีการใช้คำว่า "การละเล่น" ซึ่งเป็นคำที่เกิดขึ้นใหม่ ผู้เชี่ยวชาญทางภาษาไทยบางท่านกล่าวว่า เป็นการปรับเสียงคำว่า "การเล่น" ให้ออกเสียงง่ายขึ้น ผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร ให้ความหมายกว้างออกไปถึงการเล่นเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ให้เกิดความรื่นเริงบันเทิงใจหลังจากประกอบกิจประจำวัน และการเล่นในเทศกาลท้องถิ่น หรือในงานมงคลบ้าง อวมงคลบ้าง เช่น เพลงพื้นเมือง ละคร ลิเก ลำตัด หุ่น หนังใหญ่ ฯลฯ ด้วยเหตุที่การละเล่นมีความหมายกว้างขวางดังกล่าว “การละเล่นของไทย” จึงหมายถึง การเล่นตั้งเดิมของเด็กและผู้ใหญ่ เพื่อความบันเทิงใจ ทั้งนี้เป็นการเล่นที่มีกติกาหรือไม่มีกติกา ไม่มีบทร้องประกอบหรือมีบทร้องประกอบให้จังหวะ บางทีก็มีท่าเต้น ท่ารำประกอบ เพื่อให้งดงามและสนุกสนานยิ่งขึ้น ทั้งผู้เล่นและผู้ชมมีส่วนร่วมสนุก (ไม่ครอบคลุมไปถึงการละเล่นที่เป็นการแสดงให้ชม โดยแยกผู้เล่นและผู้ดูออกจากกันด้วยการจำกัดเขตผู้ดู หรือการสร้างเวทีสำหรับผู้เล่น เป็นต้น) (http://kanchanapisek.or.th/ ) ดังนั้น จะใช้คำว่า “การเล่นของไทย” หรือ “การละเล่นของไทย” ก็มีความหมายเดียวกัน ในบทความนี้ ผู้เขียนจึงขอใช้คำว่า “การเล่นของไทย” เพราะเป็นการกล่าวถึงการเล่นของเด็กไทยเท่านั้น

ความเป็นมาของการเล่นของไทย

          การเล่นของไทยมีมาตั้งแต่ในสมัยโบราณ ที่ไม่มีทราบชัดเจนว่าเมื่อไหร่ มีแต่การสันนิษฐานกันตามประวัติศาสตร์และหลักฐานที่ปรากฎตามที่มีการจารึกกันไว้เท่านั้น ซึ่งปรากฎหลักฐานว่ามีมาแต่สมัยกรุงสุโขทัย จากข้อความในหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหง และหลักฐานที่ปรากฎในหนังสือ วรรณคดี และภาพจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งมีการสืบทอดวิธีเล่นกันมาอย่างต่อเนื่อง และปรับให้เข้ากับแต่ละยุคสมัย โดยการเล่นของไทยได้สอดแทรกไปกับประเพณีและวัฒนธรรมไทยในสมัยก่อน เพื่อให้เกิดความสนุกสนานบันเทิงควบคู่กันไปกับการทำงาน ทั้งในชีวิตประจำวัน และเทศกาลงานบุญ ตามระยะเวลาแห่งฤดูกาล (http://student.nu.ac.th)


ชนิดของการเล่นของไทย

          การเล่นของไทยมีหลายชนิด ซึ่งกรมพลศึกษารวบรวมไว้ได้ถึง 1,200 ชนิด (http://student.swu.ac.th/) ดังเช่น การเล่นมอญซ่อนผ้า งูกินหาง  รีรีข้าวสาร เก้าอี้ดนตรี ลิงชิงหลักหรือลิงชิงเสา ตี่จับ วิ่งเปรี้ยว วิ่งกระสอบ ม้าส่งเมือง ซ่อนหาหรือโป้งแปะ โพงพาง ปืนก้านกล้วย ขี่ม้าก้านกล้วย ลากทางหมาก กระโดดกบ กระโดดเชือกเดี่ยว กระโดดเชือกคู่ กระโดดเชือกหมู่ กระโดดยาง เดินกะลา กระต่ายขาเดียว ขี่ม้าโยนบอล ขี่ เขย่งเก็งกอย แข่งเรือบก แข่งเรือคน โคเกวียน เฉือนหมู ชนไก่ ชนช้าง ช่วงรำ ชักคะเย่อ ซักส้าว พุ่งจรวด ดาบทางมะพร้าว ดิน น้ำ อากาศ ตระก้อ ล้อต๊อก ปลาลงอวน ขาไก่ติดกัน ขี้ตู่กลางนา จูงนางเข้าห้อง อ้ายเข้อ้ายโขง อีลุ่มตุ้มโพล๊ะ น้ำขึ้นน้ำลง ปลาหมอตกกะทะ ปิดตาตีหม้อ  นาฬิกาทางมะพร้าว/ทางตาล กงจักร เสือตกถัง เสือข้ามห้วย  เสือกินวัว เสือไล่หมู่ เอาเถิด แม่นาคพระโขนง หมากเก็บ อีตัก หมากตะเกียบ หมากขุม หมากกินอิ่ม หมากจุ๊บ ดีดเม็ดมะขามลงหลุม แมงมุมขยุ้มหลังคา ว่าว ลูกดิ่ง ลูกข่าง ลูกหิน หนังสติ๊ก เตย จ้ำจี้ ห่วงยาง   อีขีดอีเขียน เป่ากบ เป่ายิงฉุบ ปั่นแปะ หัวก้อย จ้องเตหรือต้องเต โปลิศจับขโมย สะบ้า กำทาย ทายใบสน หัวล้านชนกัน ขี้ตู่กลางนา ช่วงชัย ไอ้โม่ง ไม้หึ่ง กาฟักไข่ ตีไก่ ตีตบแผละ สีซอ เล่นกลองหม้อตาล กัดปลา ต่อบ้าน พับกระดาษฝนรูป เล่นหม้อข้าวหม้อแกง เล่นเป็นพ่อเป็นแม่ เล่นแต่งงาน แคะขนมครก เล่นขายของ ตะล็อกต๊อกแต๊ก ขายแตงโม เล่นเข้าทรง ดมดอกไม้ ตะแล้ปแก็ป  ตีไก่ ตีลูกล้อ แตะหุ่น   ทอดแห ทอยเส้น ปิดตาตีหม้อ ปิดตาต่อหาง ปิดตาคลำทาย ก่อกองทราย โฮกปี๊บ เล่นเก็บดอกงิ้ว และทายคำปริศนา เป็นต้น
การเล่นของไทยที่กล่าวข้างต้นมีทั้งการเล่นกลางแจ้งและการเล่นในร่ม ทั้งที่มีบทร้องและไม่มีบทร้อง และการเล่นบางชนิดสามารถเล่นได้ทั้งในร่มและกลางแจ้งขึ้นอยู่กับสถานที่และความประสงค์ของผู้เล่น การเล่นบางชนิดเล่นได้เฉพาะเด็ก เช่น ขี่ม้าก้านกล้วย การเล่นลูกหิน ฯลฯ และบางชนิดเล่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เช่น วิ่งเปรี้ยว กระโดดเชือก ฯลฯ

ประโยชน์ของการเล่นของเด็กไทย

          การเล่นของเด็กนั้นมีความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ความตื่นเต้น และความสุขอยู่ด้วยกัน ซึ่งเห็นได้จากรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ดูสดชื่น แจ่มใสของเด็กที่เล่น และบนความสนุกสนานนั้นก็มีสิ่งดีๆ ที่เด็กได้รับประโยชน์จากการเล่นนั้นๆ การเล่นของไทยมีประโยชน์หลายประการสำหรับเด็ก ดังนี้
1. ทำให้เด็กได้สนุกสนาน ผ่อนคลายอารมณ์ สดชื่นและแจ่มใส ที่ส่งผลต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของเด็ก
2. ทำให้เด็กมีเพื่อน ไม่เหงา หรือไม่รู้สึกว้าเหว่ ได้ฝึกการเข้าสังคมและมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนในวัยเดียวกัน และได้เรียนรู้การเข้าสังคมและการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น และฝึกความสามัคคีกันในกลุ่ม ทำให้เด็กมีพัฒนาการทางด้านอารมณ์และสังคมที่ดี สมวัย
3.  ทำให้เด็กได้ฝึกการสังเกต การใช้ไหวพริบปฏิภาณและเชาวน์ปัญญา การจินตนาการ การมีสุนทรีย์ในอารมณ์ การใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และการประยุกต์สิ่งต่างๆ ในการเล่นและการใช้ชีวิตในวัยเด็ก ทำให้เด็กมีพัฒนาการทางด้านสติปัญญา อารมณ์และสังคมที่ดี
4. ทำให้เด็กได้ฝึกความอดทน ความมีระเบียบวินัย การเคารพกติกา ความรับผิดชอบ และความซื่อสัตย์ ทำให้เด็กมีพัฒนาการทางด้านอารมณ์และสังคมที่ดี
5. ทำให้เด็กได้มีการเคลื่อนไหวอิริยาบถ การหยิบจับสิ่งของ การออกกำลังในส่วนต่างๆ ของร่างกายในขณะเล่น ทำให้กล้ามเนื้อ กระดูก และอวัยวะต่างๆ ทำงานได้ดี ทำให้เด็กมีพัฒนาการทางด้านร่างกายและการเจริญเติบโตสมวัย
ดังนั้น การเล่นของไทยไม่ว่าจะชนิดใดก็ส่งผลที่ดีต่อพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคมของเด็กทั้งนั้น ที่ช่วยส่งเสริมให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีศักยภาพและเป็นคนดีในอนาคต นอกจากนี้ การเล่นของเด็กไทยยังเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย และความเป็นชาติที่มีวัฒนธรรมอันสูงส่ง เพราะการเล่นของไทยเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงออกของวิถีชีวิตความเป็นไทยในวัยเด็ก การมีศิลปะในการเล่นของเด็กไทยที่แตกต่างจากชาติอื่นๆ บนการเล่นมีลีลาและท่าทางในการเล่น มีสำนวนการพูดหรือบทร้องเพลงในการเล่น เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นชนชาติที่มีวัฒนธรรมอันดีงาม จึงขอเชิญชวนให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้องหันมาให้ความสนใจในการปลูกฝังการเล่นของเด็กไทย ที่มีคุณมากกว่าโทษ และเป็นการคืนความสดใสให้กับเด็ก ด้วยการแนะนำ และ/หรือเล่นกับลูกๆ หลานๆ ด้วยการเล่นของไทย เพื่อเป็นการอนุรักษ์สศิลปะและวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่กับลูกหลานไทยสืบไป

............................................................................
เอกสารอ้างอิง

การละเล่นไทย.คอม.  “ประเภทของการละเล่น.”. ค้นคืนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2556 จาก http://202.143.132.40/m4-2554/aphisit/page2.html

แพง ชินพงศ์. (2552).“ ประโยชน์มากมายที่ได้จากการละเล่นแบบไทย”. ค้นคืนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2556 จาก
           http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9520000152787

ดุจฤดี คงสุวรรณ์ และวรรณะ รัตนพงษ์. “สถานการณ์ด้านสังคมและวัฒนธรรม”.ค้นคืนวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2556 จาก http://www.baanjomyut.com/library/global_community/02.html

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เล่ม 13 ค้นคืนวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2556 จาก http://kanchanapisek.or.th/kp6/BOOK13/chapter7/t13-7-l1.htm#sect2
ผะอบ โปษะกฤษณะ. “การละเล่นของเด็ก”. ค้นคืนวันที่ 10 มกราคม 2556 จากhttp://guru.sanook.com/encyclopedia/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80
%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81/

http://www.baanthiti.com. “การละเล่นเด็กไทย”. ค้นคืนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2556 จากhttp://www.baanthiti.com/thai%20play%20boy.html
http://www.kroobannok.com.  “การละเล่นของไทย : ประวัติความเป็นมา”. ค้นคืนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2556 จาก http://www.kroobannok.com/blog/14985
http://lms.thaicyberu.go.th“ประวัติความ.เป็นมาของการละเล่นของไทย”. ค้นคืนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2556 จากhttp://lms.thaicyberu.go.th/officialtcu/main/advcourse/presentstu/course/ww522/kitlaosupap/kitlaosupap-web2/Contents/history.htm
http://student.nu.ac.th. “การละเล่นของเด็กภาคกลาง”. ค้นคืนวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2556 จาก http://student.nu.ac.th/sowanee/back.html
http://www.stjohn.ac.th. “การเล่นของเด็กไทย”.  ค้นคืนวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2556 จากhttp://www.stjohn.ac.th/department/internet_rally/rally5_47/it_cul/
http://student.swu.ac.th. “ประวัติความเป็นมาของการละเล่นของไทย”. ค้นคืนวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2556 จาก http://student.swu.ac.th/sc511010362/workhome/0prawat.htm
http://www.tungsong.com. “การละเล่นของเด็กไทย”. ค้นคืนวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2556 จาก http://www.tungsong.com/thaiplay/ThaiGames.asp

 ภาพประกอบ Banner จาก http://student.swu.ac.th/sc511010362/workhome/0botnum.htm,http://khim145.blogspot.com/2013/02/blog-post_3459.html