หน้าแรก
จิตสังคมผู้สูงอายุ
สิทธิผู้สูงอาย
ปกิณกะ-สาระ-บันเทิง
สุขภาพผู้สูงอายุ
การจัดการการเงินสำหรับผู้สูงอายุ
ธรรมสร้างสุข
 
  หน้าแรก ปกิณกะ-สาระ-บันเทิง  
 

ท่องเที่ยวเพลินใจ

ย้อนตำนาน...
วันวารแห่งพระราชวังพญาไท


รับทรงเครื่องใหญ่

   บนถนนราชวิถี ในพื้นที่เดียวกันกับโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ เป็นสถานที่ตั้งของพระราชวังอันเป็นที่รักของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 มีนามว่า พระราชวังพญาไท พระราชวังแห่งนี้เป็นสถานที่ก่อเกิดวรรณกรรมชั้นเยี่ยมหลากหลายเรื่องในพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 เช่นเรื่องมัทนะพาธา ตำนานแห่งดอกกุหลาบก็ได้นิมิตขึ้นมาจากพระราชวังแห่งนี้ เป็นพระราชวังที่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินี ประทับอยู่ตลอดพระชนมายุ และเป็นพระราชวังที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ย้าย ดุสิตธานีเมืองจำลอง  ที่ทรงมีเจตนาสร้างขึ้นเพื่อฝึกหัดสั่งสอนวิธีการปกครองท้องถิ่นในระดับเทศบาล ตามรูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จากพระราชวังดุสิตมายังพระราชวังแห่งนี้เป็นการถาวร
   ด้วยความสำคัญทั้งปวง ก็เป็นเหตุจูงใจพอที่จะทำให้ฉันพาทุกท่านเดินทางย้อนสู่วันวารของพระราชวัง โดยไม่ลังเลเลยแม้แต่นิดเดียว พระราชวังพญาไทเกิดขึ้นจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5  พระองค์โปรดให้ซื้อสวนผักและทุ่งนาบริเวณทุ่งพญาไทริมคลองสามเสนรวม 100 ไร่เศษ เพื่อสร้างเป็นพระตำหนักขึ้น ให้ชื่อว่าตำหนักพญาไท แต่ชาวบ้านมักเรียกขานกันว่า วังพญาไท ได้มีพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลคฤหมงคล (ขึ้นบ้านใหม่) ในวันที่ 14 และ 15 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2553 ความทรงจำเล็กๆ ในวัยเด็กฉายวาบขึ้น วันวารที่ต้องเดินผ่านท้องทุ่งอันเขียวขจี ลมพัดแผ่วพลิ้วปะทะใบหน้า ช่างเป็นภาพที่สวยงามและมีความสุขชื่นตาชื่นใจไม่รู้คลาย ภาพพระราชวังในวันนั้นคงงดงามไม่น้อยเลยทีเดียว


พระตำหนักเมขลารูจี

   หากแต่ภาพพระราชวังเบื้องหน้าวันนี้ถูกรายรอบไปด้วยตึกราบ้านช่องและอาคารใหญ่โต แม้จะไม่รื่นรมย์อย่างวันวาร แต่ความสง่างามยังฉายชัดปรากฏให้เห็น หมู่พระราชมณเฑียรก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกยุคฟื้นฟู มีหอคอยสูง หลังคายอดแหลมตรงมุมเป็นเอกลักษณ์เด่น  ประกอบด้วยพระที่นั่ง 4 องค์ มีพระที่นั่งพิมานจักรีเป็นองค์ประธาน ด้านซ้ายของพระที่นั่งพิมานจักรีคือ พระที่นั่งศรีสุทธนิวาส ด้านขวาคือพระที่นั่งไวกูณฐเทพ ต่อจากนั้นคือพระที่นั่งอุดมวนาภรณ์ พระที่นั่งทั้ง 4 องค์เชื่อมต่อกันโดยตลอด 

ด้านหน้าของพระที่นั่งทั้ง 4 เป็นพระที่นั่งเทวราชสภารมย์ ซึ่งมีรูปแบบสถาปัตยกรรมแตกต่างจากพระที่นั่งองค์อื่นๆ อย่างชัดเจน  ก่อสร้างด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบไบแชนไทน์ ลักษณะเด่นคือ หลังคาโดมทรงกลม มองแล้วสง่างาม น่าหลงใหลยิ่งนัก บริเวณหลังพระที่นั่งทั้ง ๓ องค์ยังมีพระราชอุทยานซึ่งจัดเป็นสวนรูปแบบเรขาคณิต ตามแบบสถาปัตยกรรมอิตาเลียน สมัย "เรอเนสซองค์" แต่เรียกกันว่า "สวนโรมัน" และยังมีพระตำหนักเมขลารูจี ซึ่งรัชกาลที่ 6 ทรงใช้เป็นที่ประทับระหว่างการก่อสร้างหมู่พระราชมณเฑียร ซึ่งเมื่อพระตำหนักต่าง ๆ สมบูรณ์แล้ว ตำหนักน้อยเมขลารูจีที่อยู่ริมคลองสามเสนนี้ก็กลายเป็นที่ทรงเครื่องใหญ่ (ตัดผม) ของพระองค์

   แต่เดิมพระราชวังพญาไทมีฐานะเป็นเพียงตำหนัก หลังจากพระบรมราชชนนีเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้รื้อพระตำหนักเก่าออก แล้วก่อสร้างหมู่พระราชมณเฑียรต่างๆ ขึ้นใช้เวลาในการก่อสร้าง 2 ปีจึงได้โปรดเกล้าให้ตั้งพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียรตามพระราชประเพณีในวันที่ 16 และ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2465 ยกขึ้นเป็นพระราชวังเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมชนกนาถและพระบรมราชชนนี


พระที่นั่งอุดมวนาภรณ์

   ฉันใช้เวลาชื่นชมความสง่างามของพระราชวังรอบนอกอยู่กว่าชั่วโมง ถึงจะก้าวย่างขึ้นไปสัมผัสความงดงามวิจิตรของหมู่พระที่นั่งด้านในได้ ก้าวผ่านบันไดขั้นสุดท้ายของพระที่นั่งพิมานจักรี ขึ้นมาก็ได้พบกับโถงทางเดินโปร่งโล่ง รายรอบด้วยหน้าต่างมากมาย เปิดรับลมได้ทุกทิศทาง นี่คงเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทยที่ผสมผสานลงไปกับศิลปะตะวันตกเพื่อให้เหมาะกับภูมิอากาศเมืองร้อน  ภายในพระที่นั่งไม่ได้มีสิ่งของประดับตกแต่งเฉกเช่นเก่าก่อน หากแต่เค้าความงามของรูปแบบสถาปัตยกรรมก็ยังคงอยู่ ภาพวาดบนเพดานห้องพระบรรทมยังสวยงามวิจิตร ห้องพระอักษรทรงกลมยังมีชั้นเชิงงดงามแห่งงานศิลป์ ไม่แปลกใจที่หลังจากรัชการที่ 6 เสด็จสวรรคต พระราชวังแห่งนี้กลายเป็นโรงแรมชั้นหนึ่ง "PHYA THAI PALACE HOTEL" ที่หรูหรา และได้รับการยกย่องว่ายอดเยี่ยมที่สุดในภาคตะวันออกไกล


พระที่นั่งไวกูณฐเทพ

   ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โฮเต็ลพญาไท ยังเป็นที่ตั้งของสถานีวิทยุกระจายเสียง ถ่ายทอดกระแสพระราชดำรัสเป็นปฐมฤกษ์เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2473 แต่หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดิน โฮเต็ลพญาไทประสบสภาวะขาดทุนจึงต้องยกเลิกกิจการในที่สุด และสถานีวิทยุแห่งนี้ก็ต้องย้ายไปดำเนินการรวมกับสถานีวิทยุกระจายเสียงศาลาแดง

   หลังจากนั้นพระราชวังแห่งนี้ก็กลายเป็นที่ตั้งของกองเสนารักษ์จังหวัดทหารบกกรุงเทพฯ และได้แปรสภาพมาเป็นโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในที่สุด พระราชวังพญาไทได้รับการบูรณะจากกรมศิลปากรและเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ประชาชนได้เข้าชื่นชมความงามทุกวันเสาร์ โดยจะมีชมรมคนรักวัง มาถ่ายทอดเรื่องราว ถ่ายถักความงามในวันวารของพระราชวังให้กับผู้เข้าเยี่ยมชมฟังวันละ 2 รอบ คือ 9.30 น.และ 13.30 น.


พระที่นั้งเทวาราชสภารมย์


พะที่นั่งศรีสุทธนิวาส

 


หมู่พระราชมณเฑียร

   ฉันไม่เคยคิดหรอกว่า คนธรรมดาอย่างฉันจะเดินเข้ามาชมพระราชวังได้ ในวัยเด็กเมื่อกล่าวถึงพระราชวังดูจะเป็นสิ่งไกลตัวและเกินเอื้อมเสียเหลือเกิน พระราชวังในความคิดของฉันคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ควรค่าแก่การเคารพบูชา เทิดทูนไว้เหลือเกล้า ฉันอยากให้ความรู้สึกนี้ยังอยู่ในจิตใจของคนรุ่นใหม่ แม้จะเก่าคร่ำครึแต่สิ่งนี้จะปกป้องความงามแห่งแผ่นดิน ปกปักรักษาสมบัติชิ้นสำคัญของชาติชิ้นนี้ให้คงอยู่สืบไป.

 
   
 
  © Copyright 2007-2008. All Rights Reserved.