หน้าแรก
จิตสังคมผู้สูงอายุ
สิทธิผู้สูงอาย
ปกิณกะ-สาระ-บันเทิง
สุขภาพผู้สูงอายุ
การจัดการการเงินสำหรับผู้สูงอายุ
ธรรมสร้างสุข
 
  หน้าแรก ปกิณกะ-สาระ-บันเทิง  
 

ท้าวความหลัง

“น้ำส้างคำ” บ้านคำม่วง


   ส้าง = บ่อ
   คำ = น้ำซับ, น้ำที่ไหลตลอดเวลา

   “ยายเกิดมาก็เห็นบ่อนี้เลย ต้นมะม่วงป่าก็โตขนาดนี้แหละ” ยายเปลื่อง แสนวิเศษ แห่งบ้านดอนม่วง อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เล่าย้อนให้ฟังถึงการเกิดมาของน้ำส้างคำ

   ยายเปลื่องในวัย 70 วันนี้ยังไม่อาจทราบได้ว่าบ่อน้ำนี้มีขึ้นต้งแต่เมื่อครั้งใด คงเป็นเรื่องของธรรมชาติเท่านั้นที่จะให้คำตอบได้  แต่ยายเปลื่องรู้ดีว่าน้ำส้างคำ แห่งบ้านคำม่วงมีความสำคัญต่อชีวิตคนที่นี่อย่างไร

   “เมื่อก่อนต้องใช้กินอยู่ในนั้น ทั้งกินทั้งอาบ บ้านเราเรียกน้ำส้างคำ”

   “เวลาจะใช้ต้องเอาไม้คานกับถังน้ำไปหาบมา”  ยายเล่าพลางก็นึกถึงความหลังไปด้วย ตอนยายคลอดลูกอยู่ไฟตามแบบคนโบราณ ตาผู้เป็นที่รักต้องหาบน้ำจากส้างคำมาที่บ้านนับสิบๆ หาบ ก่อให้เกิดความเห็นอกเห็นใจกันในครอบครัว

   ความมหัสจรรย์ของน้ำส้างคำไม่ได้ยังประโยชน์เพียงเป็นน้ำใช้สอย แต่ได้สานความสัมพันธ์ระหว่างคนตามวิถีอดีตกาลให้ผู้สูงวัยหลายคนได้อมยิ้มกับความสุขในวันวาน
ไม่เพียงกินดื่มเท่านั้น หากรวมไปถึงน้ำทำการเกษตร เลี้ยงสัตว์ก็พึ่งพาน้ำส้างคำแห่งนี้  อีกทั้งยังจุนเจือไปสู่หมู่บ้านใกล้เคียงในฤดูแล้งด้วย

   พื้นที่ส้างคำเพียง 5 ตารางเมตร บนเนื้อที่ป่า 2 ไร่ ได้ให้ความอุดมสมบูรณ์แก่ชาวคำม่วงตลอดมา  ไม่ว่าฤดูไหนน้ำส้างคำก็ไม่เปลี่ยนแปลงไปยังมีปริมาณเท่าเดิม มีบ้างก็แต่เวลาที่มีคนนำไปใช้มากๆ แต่ไม่นานก็กลับมาเหมือนเดิม

   น้ำส้างคำแยกเป็น 2 บ่อ บ่อบนใช้สำหรับดื่มกินห้ามไม่ให้ใครลงโดยเด็ดขาด ส่วนบ่อล่างเป็นบ่อน้ำอาบ


ยายเปลื่อง แสนวิเศษ
   ยายบอกว่าตอนเย็นๆ ผู้คนในหมู่บ้านกว่า 50 ครอบครัว (ในสมัยนั้น ตอนนี้มี 100 กว่า) จะมาอาบน้ำกันที่ส้างคำยังกับมหกรรมกุศลอะไรสักอย่าง  ทุกคนจะมีถังน้ำ ขันน้ำของตัวเอง แล้วก็ไปตักน้ำจากบ่อน้ำอาบมาโชลมกายพลางหยอกล้อกันเป็นที่สนุกสนาน

   นอกจากความเย็นฉ่ำของน้ำในหน้าร้อนแล้ว น้ำส้างคำยังกลายเป็นน้ำอุ่นๆ ในหน้าหนาวได้ด้วย นี่ก็เป็นอีกหนึ่งความมหัสจรรย์ของน้ำส้างคำบ้านคำม่วง 
   ส่วนรสชาติน้ำส้างคำนั้นยายบอกว่าจะออกเปรี้ยวนิดๆ แต่ถ้าเรากินไปนานๆ เดี๋ยวก็ชินไปเองไม่รู้สึกอะไรหรอก แต่ที่สำคัญยายยืนยันว่าเป็นรสชาติแห่งความปลอดภัย ดื่มได้ไม่ต้องต้ม เพราะผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มีคนนำไปทดสอบมาแล้วว่าไม่มีตะกอน

   ยายยังบอกอีกว่าคนที่นี่ไม่ได้มีความสุขเฉพาะเรื่องกินใช้เท่านั้น หากรวมไปถึงการเพียรเฝ้าอนุรักษ์ป้าต้นน้ำของส้างคำ และการเก็บหาของกินในป่าแห่งนี้

   “ในหน้าฝนจะมีเห็ดโคนขึ้น ก็ไปเก็บกินกัน นอกนั้นก็มีพวกกะบก มะม่วงป่าต้นนั้นแหละ แต่ที่สำคัญเขาห้ามคนตัดไม้ เพราะตรงนั้นมีดอนปู่ตา”

   ดอนปู่ตาเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านกราบไหว้บูชาด้วยความเชื่อว่าดอนปู่ตาจะช่วยปกปักษ์รักษาคุ้มภัยคนในชุมชน ก่อนลงทำนาทุกปี ในหนึ่งวันพฤหัสบดีของเดือน 6 คนทั้งหมู่บ้านก็จะร่วมกันถวายไก่ ข้าว น้ำ เพื่อบูชาขอฟ้าฝน และขอให้อยู่เย็นเป็นสุข


ฉ่ำเย็นและใสสะอาด เหมาะสำหรับกินดื่มและใช้สอย

   ยายเปลื่องบอกว่าถ้าใครทำผิด เช่น ไปตัดไม้ ปีนป่ายต้นไม้เล่น  ในเวลาที่มีคนป่วยแล้วเชิญร่างทรง ดอนปู่ตาก็จะฝากกล่าวตักเตือนผ่านร่างทรงนั้นมา 

   จึงเป็นที่รู้กันทั้งเด็กเล็กแดงไปจนถึงผู้เฒ่าผู้แก่ว่าไม่ควรไปทำยุ่มย่ามในพื้นที่ส้างคำเพราะที่นั่นดอนปู่ตาท่านจะดูแลของท่านเป็นอย่างดี 

   ไม่ว่าจะเป็นกุศโลบายทางความเชื่อหรือไม่แต่สิ่งนี้ได้กลายเป็นกฎกติกาชุมชนโดยไม่ต้องลงลายลักษณ์อักษร หากรับทราบกันถ้วนหน้าเป็นอย่างดี


ส้างคำน้อยๆ ปล่อยน้ำซับหล่อเลี้ยงผู้คนตลอดปี

   นอกจากอนุรักษ์น้ำ ป่าแล้ว คนที่นี่เขายังอนุรักษ์ชื่อเรียกขานหมู่บ้านตามอย่างสภาพพื้นที่อีกด้วย “เมื่อก่อนก็เรียกหมู่บ้านคำม่วง เพราะมีต้นมะม่วงป่าต้นใหญ่อยู่ตรงน้ำซับ”

   กาลเวลาผันไปจากบ้านคำม่วงกลายเป็นดอนม่วง เมื่อหมู่บ้านต้องตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ แต่สิ่งที่ยังคงอยู่คือต้นมะม่วงป่าใหญ่ที่ยังยืนยงเคียงคู่น้ำส้างคำ เป็นสัญลักษณ์ชิ้นเอกของที่แห่งนี้

   อย่างไรเสียยายเปลื่องบอกหลายคนก็ยังเรียกหมู่บ้านแห่งนี้ว่าบ้านคำม่วง อันเป็นผลพวงจากการเดินทางของประวัติศาตร์ที่ยังทิ้งรอยจารึกใว้เป็นหลักฐาน

   มาถึงวันนี้แม้น้ำส้างคำจะไม่ได้ให้ประโยชน์กับคนคำม่วงทุกอณูการใช้สอย เพราะมีน้ำประปาเข้ามาแทนที่  แต่ก็ยังเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ของดอนปู่ตา ของชาวบ้านที่นี่  พวกเขายังคงบูชาและเชื่อฟังคำดอนปู่ตา ดูแลรักษาป่าต้นน้ำให้กับส้างคำ  และยังดื่มกินกันบ้าง  พักผ่อนอาบน้ำคลายร้อนบ้าง

    เมื่อมีคราวว่างคราใดยายเปลื่องก็จะหาโอกาสไปอาบน้ำ พักผ่อนจิตใจที่น้ำส้างคำ ทั้งเย็นฉ่ำและรำลึกความหลังครั้งเยาว์วัย

 
 
  © Copyright 2007-2008. All Rights Reserved.