หน้าแรก
จิตสังคมผู้สูงอายุ
สิทธิผู้สูงอาย
ปกิณกะ-สาระ-บันเทิง
สุขภาพผู้สูงอายุ
การจัดการการเงินสำหรับผู้สูงอายุ
ธรรมสร้างสุข
 
  หน้าแรก ปกิณกะ-สาระ-บันเทิง  
 

นานาทรรศน์

อยู่ดีมีสุข

   การจะอยู่ดีมีสุขในปัจจุบันสมัยไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแต่ก่อน สังคมเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป แต่ยังมีผู้สูงวัยหลายท่านสามารถใช้ชีวิตได้สอดคล้องกับยุคกาลอย่างมีความสุข ด้วยแนวทางเฉพาะของแต่ละคน


_____________________________________________________
นางมาลี วัฒนศิริ อายุ 60 ป

อาชีพค้าขาย จังหวัดสระบุรี

   ค้าขายได้เงินก็มีความสุข อาชีพเสริมนิดๆ หน่อยๆ ยายขายข้าวแกง ขอให้ได้ทำจุ๊กๆ จิ๊กๆ สบายใจ มีความสุข ทำแบบสบาย ลูกสาวก็ตามใจ ลูกเขยก็ตามใจ ชอบทำ เช้าก็เข็ญออกไป กลับมาก็ทำ  ยายเป็นคนชอบทำ อาชีพค้าขายอย่างนี้ยายชอบ ขายอาหาร ของกินหมดไปวันๆ ไม่ต้องทำมากมาย ทำไปวันๆ ได้ 100-200 ก็เป็นของเรา วันนี้ยายทำพะโล้อย่างหนึ่ง ผัดขิงไก่อย่างหนึ่ง ยายไม่ค่อยคิดมาก ค้าขายไป  ดูแลสุขภาพไป ไม่มีอะไรมาก อยู่แบบธรรมดาๆ กินข้าวให้ตรงเวลา กินยาลม ยาหอม ยาย้อมใจ ยาตราฤๅษีทรงม้า กินข้าวได้เยอะสุขภาพเลยแข็งแรง ไม่เจ็บไม่ไข้  เข็ญรถเข็ญก็เหมือนออกกำลังกายไปในตัว ถ้าอยู่บ้านก็เข้าครัวทำอันนั้นอันนี้ก็มีความสุขดีนะ
_____________________________________________________

นายประพันธ์ มะลิทอง อายุ 73 ปี
อาชีพเจ้าของรีสอร์ท จังหวัดนครนายก

   คนเราอยู่อย่างไรไม่โลภ  อยู่อย่างสบายไม่เป็นทุกข์ มีแค่ไหนใช้แค่นั้น จำคำในหลวงไว้ อยู่แบบพอเพียง อยู่แบบไม่โลภ ใช้ปรัชญาว่าปัญหามีไว้แก้ ไม่ได้มีให้กลุ้ม อะไรจะเกิดก็เกิดให้เป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ มนุษย์เกิดมาต้องเรียนรู้ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ความสุขของคนมี 3 อย่าง 1. ใกล้แหล่งน้ำ  2. อากาศดี และ3. ปราศจากสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี เช่น คนขี้เมา โจรโขมย  และต้องอยู่ด้วยใจ ไม่ได้อยู่ด้วยความจำเป็น เป็นคนรักธรรมชาติ อยากอยู่เงียบๆ ซึ่งอยู่แบบนี้ก็อุดมสมบูรณ์ดี มีปลา ไก่ ที่เลี้ยงไว้กินเอง ขนุน มะไฟ พริก หน่อไม้ก็มี แค่นี้ก็พอแล้ว
_____________________________________________________

นางสุเพ็ญ ชูบำรุง อายุ 57 ปี 
อาชีพรับราชการครู  จังหวัดสุราษฎร์ธานี  

   การครองชีวิตให้มีความสุขนั้น  การรู้จักตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่สุด  ต้องรู้ว่าตัวเองเป็นใคร  มีหน้าที่อะไรที่ต้องทำบ้าง  และต้องรู้ว่าตัวเราเองมีความสามารถแค่ไหน  เมื่อเรารู้จักตัวเอง  รู้หน้าที่ของตัวเอง  เราต้องทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มความสามารถ  แล้วเราจะมีความภาคภูมิใจและพอใจในตัวเอง  ประกอบกับเราต้องเป็นผู้มีคุณธรรม  ไม่อิจฉาริษยาผู้อื่น  รู้จักความเพียงพอ  รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา  รู้จักยินดีกับบุคคลอื่นที่ได้ดีและให้โอกาสกับบุคคลที่ด้อยโอกาส  แล้วจะทำให้เรามีความสุข  ส่วนด้านร่างกาย  ต้องรู้จักเลือกรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ  เหมาะสมกับวัยของตัวเอง  และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือการออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ  จะทำให้ร่างกายแข็งแรงและสมบูรณ์  เมื่อร่างกายสมบูรณ์  จิตใจก็เป็นสุข
_____________________________________________________
นางมยุรี ฉลาด อายุ 50 ปี
อาชีพทำนาและครูภูมิปัญญาผ้าใหมทอมือ จังหวัดบุรีรัมย์

   เวลาเห็นเด็กๆ สนใจอยากเรียนรู้การทอผ้า นั่นคือกำลังใจและความสุข  เพราะตัวเองเรียนรู้การทอผ้าตั้งแต่อายุ 10 ขวบ  แต่สิ่งที่เป็นรางวัลที่ทำให้มีความสุขที่สุดในชีวิตคือ มีโอกาสถวายผ้าใหมที่ทอเองให้กับสมเด็จพระราชินีฯ  หลังจากวันนั้นแม่ตั้งใจว่าจะอุทิศตัวเองเพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องการทอผ้าให้กับทุกคนที่สนใจ ทุกวันนี้มีความสุขกับชีวิตมาก  ความสุขของคนทอผ้าคือ เวลาเห็นผ้าที่เราทอมีคนเอาไปใส่  โดยเฉพาะวัฒนธรรมเขมรเราจะใส่ผ้าใหมไปงานบุญต่างๆ มันทำให้เราพลอยอิ่มใจไปด้วย  การทำชีวิตให้มีความสุขเป็นเรื่องไม่ยาก อารมณ์ดี  คิดแต่เรื่องดีๆ ทำจิตใจให้สงบ อยู่กับต้นไม้ที่ปลูก ที่สำคัญไม่โลภและรู้จักแบ่งปัน  หมู่บ้านเราเป็นชุมชนชนบท  มีเพียง 21 หลังคาเรือน ทั้งหมู่บ้านเป็นญาติกันหมด  ไม่เคยเหงา ทุก ๆ วันจะมีคนโน้น คนนี้เดินมาขอความรู้เรื่องการมัดลายผ้าบ้าง การทอบ้าง การย้อมสีบ้าง เวลามีงานบุญก็ไปกันทั้งหมู่บ้าน ไม่มีเรื่องต้องคิดมาก ยิ่งวันที่ต้องไปสอนเด็กในโรงเรียน อยู่กับเด็กๆ รู้สึกว่ามีความสุขนะ 
_____________________________________________________

นายสมหวัง แสนวิเศษ อายุ 61 ปี
อาชีพเกษตรกร จังหวัดมุกดาหาร

   ทุกๆ เช้าจะตื่นเอาควายให้มันกินหญ้า แล้วนั่งมองควายมันกินหญ้าจน 10 โมง หรือ 11 โมง ค่อยกลับบ้าน พอช่วงตะวันจะตกดินไปเอามันเข้าคอก  ใช้ชีวิตแบบนี้มาตั้งแต่ลูกๆ ยังเล็กๆ กันอยู่จนตอนนี้ทุกคนโตมีครอบครัวกันหมด ชอบเลี้ยงควาย  ไม่เคยเหนื่อย  ไม่เคยท้อ  ตัวเองรู้สึกว่าถ้าเราเลี้ยงแล้วดูแลมันไม่ดีเราก็ไม่ควรเลี้ยง  ไม่รู้ว่าคนอื่นจะรู้สึกเหมือนกันหรือเปล่า  การทำชีวิตให้มีความสุขนั้นไม่ยาก  หาสิ่งที่เรารักสักอย่างทำแล้วทำให้ดี  เหมือนอย่างที่พ่อเลี้ยงควายไม่ได้เลี้ยงเพราะอยากรวยแต่เลี้ยงเพราะรัก รักควายทุกๆ ตัวที่เลี้ยง ควายมันสอนเราหลายเรื่องนะ สอนให้เรารู้จักปลง มีสมาธิและสงบขึ้น  เวลาเห็นพวกมันกินหญ้าได้เยอะเราก็มีความสุขไปด้วย
_____________________________________________________

นางสมหวัง แต้มแก้ว อายุ 52 ปี
อาชีพแม่บ้าน จังหวัดนครศรีธรรมราช

   ไม่คิดอะไรให้มาก ทำใจให้สบาย เวลาเขาไปทอดกฐินก็ไปกับเขา เวลาเขาไปวัดก็ไปกับเขา ไปทำบุญตักบาตร เป็นคนอารมณ์ดี ปลูกต้นไม้ เลี้ยงหมา เลี้ยงวัว ปลูกผัก ปลูกพริก มะเขือ ปลูกหญ้าที่ข้างบ้าน แม่ชอบต้นไม้ ตอนนี้ปลูกกล้วยไม้เต็มกระถาง ไม่เหงา มีงานทำ ทำให้ได้ออกกำลังกาย เช่น ไปไล่วัวในทุ่ง เดินไปเลี้ยงวัวไป-กลับ 4 กิโล เดินดูวัวก็เหนื่อย เดินดูวัวก็เป็นการออกกำลังกาย ชอบกินผักกินปลา ไม่ชอบกินแกงกะทิ ของหวาน ไปทำงานเป็นกรรมการกองทุนหมู่บ้าน สนุก มีเพื่อนเลยไม่เหงา ไม่ได้เงินสักบาท ช่วยเหลือสังคม มีกิจกรรมอะไรก็ช่วยเหลือ เช่น มีงานโรงเรียน กิจกรรมหมู่บ้าน ชอบแจกของ เช่น ต้นชะมวงเก็บกินกันทั้งหมู่บ้าน มะเดื่อชุมพรแม่ก็เก็บให้ด้วย โดยเฉพาะถ้าคนแก่ๆ มาขอ สบายใจได้แบ่งปันเพื่อน เป็นแบบนั้นไป ให้คนนั้นคนนี้กินแล้วสบายใจ ปีนี้ได้เป็นแม่ตัวอย่างชุมชน เลี้ยงลูกได้ประสบความสำเร็จในการเรียน ก็ภูมิใจค่ะ
_____________________________________________________
นายเสถียร โนนสูง
อายุ 65 ปี อาชีพค้าขาย จังหวัดชลบุรี

   ลุงขายมะม่วงมานานแล้ว 2 ปีกว่า ทำอาชีพนี้สบายใจดี ไม่มีใครบังคับ จู้จี้ ไปก็ได้ ไม่ไปก็ได้ เหนื่อยไม่ไปก็ได้ สมัยก่อนเป็นช่างน้ำ ปูน ประปา ทำอยู่ในค่ายแสมสารฝรั่ง ปี 2516 นักศึกษาประท้วง ฝรั่งกลับ ลุงเลยไม่กลับบ้านยังอยู่ทำมาหากิน เป็นกรรมกรและทำอาชีพช่างอย่างเดิม พออายุแก่แล้วลูกไม่ให้ทำ อยู่บ้านเฉยๆ ไม่เป็น ชอบทำงาน เลยมาขายมะม่วงได้วันละ 1-3 ร้อยบาท ชีวิตมีความสุขคือเข็ญมะม่วงขาย  การดูแลสุขภาพไม่มีอะไรมาก การกินอยู่ปกติ แต่ก็เดินขายของไปมา ถ้าไม่ได้มาขายมะม่วงก็ทำงานบ้าน ทำความสะอาด ปลูกต้นไม้ แต่ปกติก็มาขายทุกวัน เดินทุกวัน ไม่เคยกินยาอะไรเลย
_____________________________________________________

นายวัชรินทร์ สายสว่าง
อายุ 58 ปี อาชีพรับราชการกรมส่งเสริมการเกษตร กรุงเทพฯ

   ความสุขคือการทำงานให้ประสบผลสำเร็จตามศักยภาพที่เราทำ  ถ้าสำเร็จก็มีความสุขแล้ว เช่น งานพัฒนาบุคลากรที่สำนักพัฒนาเกษตรกร เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคน ให้เขาได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ถ้าเขาทำสำเร็จไปถึงจุดหมายที่เราและเขาต้องการก็หมายถึงเรามีความสามารถ มีศักยภาพ  เราก็รู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง มีความสุข รวมถึงการอบรมเลี้ยงดูลูกให้เป็นคนมีน้ำใจ รักพ่อแม่ญาติพี่น้อง เมื่อเราเห็นเขามีงานทำ มีความสุขแค่นี้เราสุขแล้ว และก็ต้องดูแลสุขภาพว่าควรจะทำในสิ่งที่ไม่มีผลเสียต่อร่างกาย ถึงเวลาพักผ่อนก็ต้องพัก  ทำงานตามศักยภาพของร่างกาย ไม่เอาเรื่องไร้สาระไม่เป็นเรื่องมานั่งคิด เพราะจะทำให้สภาพจิตใจ ร่างกายของเราอ่อนแอไปด้วย
_____________________________________________________

นายปาละ (ไม่มีนามสกุล)
อายุ 61 ปี อาชีพให้บริการบ้านพักและขายกาแฟ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

   ลุงเป็นชาวไทยใหญ่ อพยพมาที่ประเทศไทยเมื่อประมาณ 40 กว่าปีที่แล้ว ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านรวมไทย และพื้นที่บางส่วนหลังบ้านปลูกชาและกาแฟ พร้อมทั้งเป็นที่สำหรับกางเต็นท์  ไว้บริการนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ที่มาพักผ่อนที่ปางอุ๋ง  ในเรื่องการใช้ชีวิตสำหรับลุงแล้ว ความสุขเป็นเรื่องของการมีชีวิตที่เรียบง่ายและพอเพียง พอใจกับทั้งวิถีชีวิตที่ผ่านมาและในปัจจุบันที่เป็นอยู่  ความสุขเมื่อก่อนกับตอนนี้ก็เหมือนกัน เหมือนฤดูนั่นแหละ มีฝนก็ดี ต้นไม้เขียวโตดี อากาศก็ดี หน้าร้อนก็ดี ออกไปยะ(ทำ)การยะงานได้ ว่างๆ ไม่มีแขกก็ออกไปปั่นจักรยานบ้าง สบายใจ คั่วกาแฟ ตำกาแฟก็ออกกำลังกายเหมือนกัน  
_____________________________________________________

นายวิรัตน์ สาระคง
อายุ 54 ปี อาชีพผู้ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น จังหวัดสุราษฎร์ธานี

   งานที่ทำมีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาชนบท การส่งเสริมการเกษตร รู้สึกชอบ ถูกใจ
อยากทำ อาจเป็นเพราะในชนบทเป็นฐานชีวิตของตนเอง  และได้มีโอกาสเรียนรู้กระบวนการทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นผ่านการนำความรู้ ความเข้าใจไปทดลองปฏิบัติ  ซึ่งนอกจากสร้างโอกาสการเรียนรู้ผ่านกระบวนการการปฏิบัติงานแล้วยังทำให้เกิดความรู้สึกท้าทายอยู่เสมอ  และเรียนรู้การสร้างความสุขจากการทำงานตามคำสอนของท่านอาจารย์พุทธทาส  ซึ่งการทำงานให้เป็นวิถี เราก็จะสนุกกับงานและไม่มองว่างานที่ทำเป็นปัญหา แต่ให้มองว่าเป็นการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม เพื่อลูกหลานของพวกเราทุกคนในอนาคต และนี่คือคำตอบของความสุขในชีวิ
_____________________________________________________

นายสิทธิชัย ลิมปานนท์
อายุ(อยู่ระหว่างประสานงานค่ะ) อาชีพประกอบธุรกิจโรงแรม อพาร์ทเม้นท์ จังหวัดภูเก็ต

   การมีสุขภาพดีปราศจากโรคภัยไข้เจ็บก็ย่อมนำมาซึ่งความสุขระดับหนึ่งการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์กับสุขภาพและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เมื่อออกกำลังกายแล้ว ร่างกายก็ต้องการพักผ่อนให้เพียงพอ ที่กล่าวมานี้คือความสุขทางกาย สำหรับความสุขทางใจนั้น คือการได้ทำในสิ่งที่ดีที่ชอบ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น รู้จักแบ่งบันสิ่งของและเงินทอง โดยการบริจาค การได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ โดยการปลูกต้นไม้ หรือไปเที่ยวพักผ่อนตามอุทยานแห่งชาติ หรือเดินชมวิวทะเลและภูเขาก็ทำให้จิตใจเบิกบานและสดชื่นรู้สึกผ่อนคลายทำให้มีความสุขทั้งทางกายและทางใจไปพร้อมกัน

                                                                                             

 
 
 
  © Copyright 2007-2008. All Rights Reserved.