ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นควรสองปรับปรุงพฤติกรรมและภาวะโภชนาการของผู้สูงอายุก่อนบางครั้งอาจแก้ไขได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แต่หากพิจารณาแล้วว่าจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มีหลักการเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ต้องพิจารณาดังนี้
- ควรประเมินว่าผู้สูงอายุจำเป็นต้องเสริมอาหารประเภทใด หรือวิตามินตัวไหนเพื่อที่จะได้เลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสารอาหารตัวนั้นๆ เป็นการเฉพาะ
- ไม่ควรเลียนแบบการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของผู้อื่น
- ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นต้องมีรายงานการใช้มานาน โดยไม่มีอันตราย และควรเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ไม่ใช่ยา
- ควรศึกษาผลการใช้ในระยะยาวก่อนนำไปใช้เป็นระยะเวลานานติดต่อกัน
- ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีผลในเชิงลบต่อโรคที่เป็นหรือไม่
- ศึกษาข้อดี ข้อจำกัด หรือข้อเสียของการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแต่ละอย่างว่ามีความแตกต่างกันทั้งในแง่การดูดซึม การกระจายตัว และการขับออกจากร่างกาย รวมถึงความเป็นพิษ
- ควรศึกษาถึงระยะเวลาที่ควรรับประทานว่าสามารถรับประทานติดต่อกันได้นานเท่าไร
สำหรับวิตามิน นั้นโดยทั่วไปมีอยู่ในผักผลไม้ และมีจำหน่ายเป็นวิตามินอัดเม็ดขายในท้องตลาด ก็มีหลักการเลือกเช่นเดียวกับการเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร การกินวิตามินไม่ว่าจะกินชนิดที่เป็นเม็ดหรือกินผลไม้จะได้คุณค่าของวิตามินเท่ากัน ความแตกต่างอยู่ที่วิตามินเม็ดจะมีปริมาณที่แน่นอนแต่ในการกินผลไม่จะไม่ทราบปริมาณแน่นอนว่าในผลไม้ 1 ชิ้นที่กินมีวิตามินเท่าไร เนื่องจากในผลไม้แต่ละชนิดจะมีวิตามินที่หลากหลายและนอกจากนี้ปริมาณวิตามินยังแปรตามฤดูกาลที่เก็บเกี่ยวผลไม้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามการกินผลไม้จะมีข้อดีในแง่ที่ว่าได้กากอาหารด้วยซึ่งทำให้ท้องไม่ผูก ดังนั้นหากเป็นไปได้ ควรให้ผู้สูงอายุกินผลไม้สดเพราะนอกจากได้วิตามินแล้วยังส่งผลต่อระบบขับถ่ายด้วย
บรรณานุกรม
วิมล ศรีสุข. (2539). ความก้าวหน้าทางเภสัชวิทยาของยาและอาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุ. (มปท.)
วิจิตร บุณยะโหตระ. (2537). คู่มือเกษียณอายุ. กรุงเทพมหานคร: สัมผัสที่ 6.
สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) . (2547). สารพันคำถามเรื่องยา สมุนไพร อาหาร เครื่องสำอาง. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) . (2547). ห่วงใยผู้สูงอายุ จากใจเภสัชกร. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา |