หน้าแรก
จิตสังคมผู้สูงอายุ
สิทธิผู้สูงอาย
ปกิณกะ-สาระ-บันเทิง
สุขภาพผู้สูงอายุ
การจัดการการเงินสำหรับผู้สูงอายุ
ธรรมสร้างสุข
 
 
 

หน้าแรก สุขภาพผู้สูงอายุ

 

การใช้ยาในผู้สูงอายุ
 
 
 
   
การใช้ยาในผู้สูงอายุ
 
 
 


   ผู้สูงอายุมักได้รับยาหลายชนิดเนื่องจากมีโรคประจำตัวหลายอย่าง หรือเจ็บป่วยได้ง่าย ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้สูงอายุเกิดปัญหาจากการใช้ยาได้ง่าย อย่างไรก็ตามควรปฏิบัติตามหลักในการให้ยา ดังนี้

  1. ให้ถูกต้องกับคน  คือ ตัวผู้ป่วยที่สูงอายุ ไม่ควรแลกเปลี่ยนยากับผู้อื่นหรือกินยาของผู้อื่น

  2. ให้ถูกชนิดยา  ซึ่งจะบ่งบอกถึงสรรพคุณยาในการรักษาโรคแต่ละโรคที่แตกต่างกัน ดังนั้นการสั่งยาควรให้แพทย์หรือเภสัชกรเป็นผู้สั่งไม่ควรซื้อยากินเองหรือซื้อยาจากร้านที่ไม่มีเภสัชกรประจำ

  3. ให้ถูกขนาดยา  เช่น  เป็นมิลลิกรัม, เม็ด  แคปซูล หรือเป็นหยด

  4. ให้ถูกทาง เช่น ทางปาก ทางผิวหนัง หยอดตา หรือ เหน็บทวารหนัก ดังนั้นจำเป็นต้องอ่านฉลากยา และศึกษาวิธีการใช้ยาอย่างละเอียดทุกครั้ง

  5. ให้ถูกเวลา เช่น ก่อนอาหารเช้า หรือ หลังอาหาร หรือให้เมื่อมีอาการและให้วันละกี่ครั้ง เป็นต้น เพื่อให้มีปริมาณยาที่เหมาะสมในหารบำบัดรักษาไม่มากหรือไม่น้อยเกินไป ซึ่งการรับประทานยาตามแต่ละช่วงเวลามีหลักการดังนี้

    1. การรับประทานยาก่อนอาหาร ต้องรับประทานก่อนอาหารอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ยาถูกดูดซึมได้ดี ถ้าลืมกินยาในช่วงดังกล่าวก็ให้รับประทานเมื่ออาหารมื้อนั้นผ่านไปแล้วอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพราะจะทำให้ยาถูกดูดซึมได้ดี

    2. การรับประทานยาหลังอาหาร ยาที่กำหนดให้รับประทานหลังอาหาร โดยทั่วไป จะให้รับประทานยาหลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้วประมาณ 15 – 30 นาที

    3. การรับประทานยาหลังอาหารทันที หรือพร้อมอาหาร ให้รับประทานยาทันทีหลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้วหรือจะรับประทานยาในระหว่างที่รับประทานอาหารก็ได้ เพราะยาประเภทนี้จะระคายเคืองต่อกระเพาะมาก หากรับประทานยาในช่วงที่ท้องว่างอาจทำให้กระเพาะเป็นแผลได้

    4. การรับประทานยาก่อนนอนห้รับประทานยาก่อนเข้านอนตอนกลางคืนประมาณ 15-30 นาที
แนวทางในการปฏิบัติในการให้ยาในผู้สูงอายุ
  1. ผู้ดูแลควรศึกษาถึง รูปร่าง ลักษณะและสรรพคุณของยาแต่ละชนิดที่รับประทานอยู่ และแนะนำผู้สูงอายุด้วย (เวลาแพทย์ถามจำสรรพคุณยาไม่ได้ก็ยังบอกรูปร่างลักษณะของยาได้ เช่น เม็ดกลมแบนขนาดเล็กสีส้ม  รับประทานครั้งละครึ่งเม็ดตอนเช้า เป็นต้น)

  2. เขียนขนาดและวิธีรับประทานตัวโต ๆ ติดบนฉลากยา (กรณีที่ผู้สูงอายุยังอ่านหนังสือได้ดี)

  3. อาจใส่กล่องแยกชั้นยา เช่น เช้า – กลางวัน – เย็น – ก่อนอน (ก่อนหรือหลังอาหาร)

  4. สถานที่เก็บยา ควรให้ปลอดภัยและเก็บไว้ห่างจากมือเด็ก (เพราะเคยมีเด็กหยิบยาไปรับประทานโดยผู้ใหญ่ไม่ทราบซึ่งอันตรายมาก)

  5. ถ้าเป็นไปได้ผู้ดูแลผู้สูงอายุควรหยิบยาให้รับประทานเองกับมือ วิธีนี้จะปลอดภัยที่สุด

  6. ผู้ดูแลควรหมั่นพาผู้สูงอายุไปพบแพทย์เป็นประจำตามกำหนดนัด  หรือไปก่อนกำหนดนัดเมื่อมีอาการผิดปกติขึ้น

บรรณานุกรม
ประเสริฐ อัสสันตชัย.  ปัญหาการใช้ยาในผู้สูงอายุ. http://www.si.mahidol.ac.th/project/geriatrics/Articles/article2.htm

พานทิพย์  แสงประเสริฐ. (2548). การใช้ยาในผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรัง เอกสารประกอบการบรรยาย
โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้ดูแลผู้สูงอายุในชุมชน.  คณะพยาบาลศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วิมล ศรีสุข. (2539).  ความก้าวหน้าทางเภสัชวิทยาของยาและอาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุ. (มปท.)

สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) . (2547). สารพันคำถามเรื่องยา สมุนไพร อาหาร เครื่องสำอาง. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) . (2547). ห่วงใยผู้สูงอายุ จากใจเภสัชกร. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

 
 
  © Copyright 2007-2008. All Rights Reserved.