ผู้สูงอายุมักได้รับยาหลายชนิดเนื่องจากมีโรคประจำตัวหลายอย่าง หรือเจ็บป่วยได้ง่าย ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้สูงอายุเกิดปัญหาจากการใช้ยาได้ง่าย อย่างไรก็ตามควรปฏิบัติตามหลักในการให้ยา ดังนี้
- ให้ถูกต้องกับคน คือ ตัวผู้ป่วยที่สูงอายุ ไม่ควรแลกเปลี่ยนยากับผู้อื่นหรือกินยาของผู้อื่น
- ให้ถูกชนิดยา ซึ่งจะบ่งบอกถึงสรรพคุณยาในการรักษาโรคแต่ละโรคที่แตกต่างกัน ดังนั้นการสั่งยาควรให้แพทย์หรือเภสัชกรเป็นผู้สั่งไม่ควรซื้อยากินเองหรือซื้อยาจากร้านที่ไม่มีเภสัชกรประจำ
- ให้ถูกขนาดยา เช่น เป็นมิลลิกรัม, เม็ด แคปซูล หรือเป็นหยด
- ให้ถูกทาง เช่น ทางปาก ทางผิวหนัง หยอดตา หรือ เหน็บทวารหนัก ดังนั้นจำเป็นต้องอ่านฉลากยา และศึกษาวิธีการใช้ยาอย่างละเอียดทุกครั้ง
- ให้ถูกเวลา เช่น ก่อนอาหารเช้า หรือ หลังอาหาร หรือให้เมื่อมีอาการและให้วันละกี่ครั้ง เป็นต้น เพื่อให้มีปริมาณยาที่เหมาะสมในหารบำบัดรักษาไม่มากหรือไม่น้อยเกินไป ซึ่งการรับประทานยาตามแต่ละช่วงเวลามีหลักการดังนี้
- การรับประทานยาก่อนอาหาร ต้องรับประทานก่อนอาหารอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ยาถูกดูดซึมได้ดี ถ้าลืมกินยาในช่วงดังกล่าวก็ให้รับประทานเมื่ออาหารมื้อนั้นผ่านไปแล้วอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพราะจะทำให้ยาถูกดูดซึมได้ดี
- การรับประทานยาหลังอาหาร ยาที่กำหนดให้รับประทานหลังอาหาร โดยทั่วไป จะให้รับประทานยาหลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้วประมาณ 15 30 นาที
- การรับประทานยาหลังอาหารทันที หรือพร้อมอาหาร ให้รับประทานยาทันทีหลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้วหรือจะรับประทานยาในระหว่างที่รับประทานอาหารก็ได้ เพราะยาประเภทนี้จะระคายเคืองต่อกระเพาะมาก หากรับประทานยาในช่วงที่ท้องว่างอาจทำให้กระเพาะเป็นแผลได้
- การรับประทานยาก่อนนอน ให้รับประทานยาก่อนเข้านอนตอนกลางคืนประมาณ 15-30 นาที
แนวทางในการปฏิบัติในการให้ยาในผู้สูงอายุ
- ผู้ดูแลควรศึกษาถึง รูปร่าง ลักษณะและสรรพคุณของยาแต่ละชนิดที่รับประทานอยู่ และแนะนำผู้สูงอายุด้วย (เวลาแพทย์ถามจำสรรพคุณยาไม่ได้ก็ยังบอกรูปร่างลักษณะของยาได้ เช่น เม็ดกลมแบนขนาดเล็กสีส้ม รับประทานครั้งละครึ่งเม็ดตอนเช้า เป็นต้น)
- เขียนขนาดและวิธีรับประทานตัวโต ๆ ติดบนฉลากยา (กรณีที่ผู้สูงอายุยังอ่านหนังสือได้ดี)
- อาจใส่กล่องแยกชั้นยา เช่น เช้า กลางวัน เย็น ก่อนอน (ก่อนหรือหลังอาหาร)
- สถานที่เก็บยา ควรให้ปลอดภัยและเก็บไว้ห่างจากมือเด็ก (เพราะเคยมีเด็กหยิบยาไปรับประทานโดยผู้ใหญ่ไม่ทราบซึ่งอันตรายมาก)
- ถ้าเป็นไปได้ผู้ดูแลผู้สูงอายุควรหยิบยาให้รับประทานเองกับมือ วิธีนี้จะปลอดภัยที่สุด
- ผู้ดูแลควรหมั่นพาผู้สูงอายุไปพบแพทย์เป็นประจำตามกำหนดนัด หรือไปก่อนกำหนดนัดเมื่อมีอาการผิดปกติขึ้น
บรรณานุกรม
ประเสริฐ อัสสันตชัย. ปัญหาการใช้ยาในผู้สูงอายุ. http://www.si.mahidol.ac.th/project/geriatrics/Articles/article2.htm
พานทิพย์ แสงประเสริฐ. (2548). การใช้ยาในผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรัง เอกสารประกอบการบรรยาย
โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้ดูแลผู้สูงอายุในชุมชน. คณะพยาบาลศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วิมล ศรีสุข. (2539). ความก้าวหน้าทางเภสัชวิทยาของยาและอาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุ. (มปท.)
สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) . (2547). สารพันคำถามเรื่องยา สมุนไพร อาหาร เครื่องสำอาง. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) . (2547). ห่วงใยผู้สูงอายุ จากใจเภสัชกร. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา |