ผู้สูงอายุหรือผู้ดูแลผู้สูงอายุ เมื่อไปพบแพทย์ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับเรื่องต่อไปนี้
- ยาที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุนั้นไม่มีแพทย์ประจำตัว หรือเปลี่ยนแพทย์บ่อยๆ จำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์แต่ละคน ทราบถึงยาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน หรือนำยาที่รับประทานอยู่ประจำไปด้วย เพื่อประกอบการพิจารณาการจ่ายยาของแพทย์
- แจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับ อาการผิดปกติที่เกิดขึ้น เพราะอาการนั้น อาจจะเป็นอาการที่เกิดจากยาที่ผู้สูงอายุใช้อยู่ เช่น ใช้ยาไปแล้วมีอาการหูตึง ได้ยินเสียงไม่ชัดเจน เป็นต้น
- ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับการกลืนยา ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ เพื่อแพทย์จะได้เลือกชนิดยาที่เหมาะสม เช่น ให้ยาน้ำแทนยาเม็ด เป็นต้น
- สอบถามแพทย์เกี่ยวกับข้อบ่งชี้ และผลข้างเคียงของยาแต่ละชนิดให้ชัดเจน เช่น จะหยุดยานี้ได้เมื่อใด ขณะทำงานจะรับประทานยานี้ได้หรือไม่
ภายหลังจากแพทย์ส่งยาแล้ว เภสัชกรจะเป็นผู้จัดยาให้ ดังนั้นเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้สูงอายุหรือผู้ดูแลต้องรู้ว่ายานั้นใช้อย่างไร และปฏิบัติตามวิธีที่แนะนำอย่างเคร่งครัด คำถามที่ผู้สูงอายุหรือผู้ดูแลควรถามเมื่อรับยาจากเภสัชกรไม่ว่าจะเป็นที่โรงพยาบาล คลินิก หรือร้านยา ได้แก่
- ยานี้แก้อะไร
- ยานี้กินอย่างไร
- ถ้าลืมกินยาจะทำอย่างไร
- เกิดอาการข้างเคียงอะไรไหม
- จะต้องใช้ยาไปนานเท่าไร
- จะเก็บยานี้ไว้ที่ไหน
- กินยาตอนท้องว่างหรือหลังอาหารจึงจะดี
ภายหลังจากที่เภสัชกรตอบคำถามดังกล่าวแล้ว หากผู้สูงอายุหรือผู้ดูแลไม่สามารถจำรายละเอียดได้ทั้งหมดให้ขอให้เภสัชกรจดรายละเอียดของการใช้ยาลงบนซองยาหรือลงบนแผ่นกระดาษแยกต่างหาก
บรรณานุกรม
ประเสริฐ อัสสันตชัย. ปัญหาการใช้ยาในผู้สูงอายุ.
http://www.si.mahidol.ac.th/project/geriatrics/Articles/article2.htm
พานทิพย์ แสงประเสริฐ. (2548). การใช้ยาในผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรัง เอกสารประกอบการบรรยาย
โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้ดูแลผู้สูงอายุในชุมชน. คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) . (2547). ห่วงใยผู้สูงอายุ จากใจเภสัชกร. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
|