หน้าแรก
จิตสังคมผู้สูงอายุ
สิทธิผู้สูงอาย
ปกิณกะ-สาระ-บันเทิง
สุขภาพผู้สูงอายุ
การจัดการการเงินสำหรับผู้สูงอายุ
ธรรมสร้างสุข
 
 
 

หน้าแรก สุขภาพผู้สูงอายุ

 

การออกกำลังกายในผู้สูงอายุ
 
 
 
การเตรียมตัวของผู้สูงอายุในการออกกำลังกาย
 
 
     
 

   การออกำลังกายเป็น สิ่งที่มีประโยชน์สำหรับทุกเพศทุกวัย  ในแต่ละวัยจะมีวิธีการและความหนักเบาของการออกกำลังกายแตกต่างกัน การออกกำลังกายส่วนใหญ่แล้วมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย ตลอดจนการสร้างความสมดุลของร่ายกายให้มีรูปร่างที่เหมาะสม สำหรับการออกกำลังกายในผู้สูงอายุนั้นเนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าเมื่อคนเรามีอายุเพิ่มขึ้นความเสื่อมของอวัยวะและระบบต่างๆ ของร่างกายก็เพิ่มด้วยเช่นกัน ผู้สูงอายุ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงทางกายจากความเสื่อม ยิ่งต้องออกกำลังกาย เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพ และพิการของอวัยวะต่างๆ เช่น กล้ามเนื้อและข้อต่อต่างๆ หัวใจและปอด เป็นต้น การออกกำลังกายยังช่วยให้ร่างายคล่องตัว  ไม่หกล้มง่าย  ไม่อ้วนเกินไป  ซึ่งจะเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวาน  ความดันโลหิตสูงหรือ ไขมันในเลือดสูง ยิ่งไปกว่านั้น  การออกกำลังกายยังช่วยให้ลดความเครียด

   อย่างไรก็ตามในการเริ่มออกกำลังกายของผู้สูงอายุควรเริ่มด้วยการเริ่มต้นฝึกการออกกำลังกายกันอย่างช้าๆ ก่อน สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีโอกาสออกกำลังกายมาตั้งแต่ตอนเป็นหนุ่มสาวคงต้องมีการเตรียมตัวมากกว่าคนที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ผู้สูงอายุที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำหรือมีโรคประจำตัวอยู่เดิม ควรได้รับการตรวจสุขภาพและปรึกษาแพทย์ก่อนจะเริ่มออกกำลังกาย โดยเฉพาะสภาพการทำงานของหัวใจ ปอด ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ระดับไขมันในเลือด รวมทั้งความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ และปรึกษาแพทย์ถึงความเป็นไปได้ในการออกกำลังกาย

   ทั้งนี้หากแพทย์พิจารณาว่ามีสุขภาพร่ายกายอยู่ในสภาวะที่สามารถออกกำลังกายได้ในการเตรียมตัวออกกำลังกายนั้นมีประเด็นที่ควรคำนึงถึงคือ การแต่งกาย สถานที่และสภาพแวดล้อม และเวลาที่เหมาะสม ในออกกำลังกาย ดังนี้

1. กายแต่งกาย :

เสื้อผ้า : ไม่จำเป็นต้องสวมชุดวอร์มแต่ชุดที่ใส่สำหรับออกกำลังกายควรสวมเสื้อผ้าที่เหมาะกับสภาพอากาศ ถ้าอากาศร้อนควรสวมเสื้อผ้าบางสบาย เช่น ผ้าฝ้ายเพราะช่วยระบายความร้อนได้ดี  ถ้าอากาศหนาวควรใส่เสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นเพียงพอ แต่ต้องไม่รุ่มร่ามจนทำให้สะดุดล้ม
รองเท้า  :  ควรสวมรองเท้าที่เหมาะสมกับเท้า มีสายรัดให้กระชับ และมีพื้นที่นุ่มพอที่จะรองรับแรงกระแทกขณะออกกำลังกายได้ดี ถ้าเลือกออกกำลังกายที่ต้องวิ่งหรือเดินมาก ต้องพิถีพิถันในการเลือกรองเท้าเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวานซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นแผลเรื้อรังที่เท้า พื้นรองเท้าต้องนุ่มและยืดหยุ่นดี ไม่รัดหรือกัด  รองเท้าสำหรับการออกกำลังกายด้วยการเดินเร็วหรือวิ่ง เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง เพราะอาจจะก่อให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่าย เช่น ก่อให้เกิด การพุพองผิวหนังด้านเป็นไต ถ้าสวมใส่รองเท้าที่ไม่ สุขสบาย รองเท้าที่สวมควรเป็นรองเท้าที่นุ่ม มีโค้งที่รองรับส่วนเว้าตามรูปเท้า และมีส้นสูงประมาณ 1/2 หรือ 3/4 นิ้ว

2. สถานที่ :

   เลือกสถานที่ที่สะดวก ถ้าเป็นการออกกำลังกายกลางแจ้งไม่ควรออกกำลังกลางวันท่ามกลางแดดจัดๆ ถ้าออกกำลังกายภายในบ้านควรให้มีอากาศถ่ายเท หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายใกล้ถนนที่เสี่ยงต่อการได้รับอุบัติเหตุจากรถยนต์ ไม่ควรออกกำลังกายบนพื้นสนามที่ลาดชัน ลื่น หรือ พื้นสนามไม่เรียบเป็นหลุมบ่อ ที่สูง และไม่ควรออกกำลังกายโดยลำพัง ถ้าเป็นได้ควรมีเพื่อนขณะออกกำลังกาย นอกจากจะได้รับความสนุกและอบอุ่นแล้ว ยังสามารถช่วยเหลือกันได้ในกรณีที่เกิดปัญหาขณะออกกำลังกาย ทั้งนี้การหาเพื่อนทำกิจกรรมออกกำลังกายร่วมกันจะทำให้สนุกขึ้นทั้งยังเป็นโอกาสให้คุณได้พบปะเพื่อนฝูง หรือได้ลองทำอะไรใหม่ๆ

3. สภาพแวดล้อม :  

   ควรออกกำลังกายในที่อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ร้อนหรืออบอ้าวเกินไป เพราะจะทำให้ร่างกายเสียน้ำและเกลือแร่ ระบายความร้อนได้ไม่ดี เกิดอาการอ่อนเพลียง่าย

4. เวลา :  

   เวลาที่เหมาะสมสำหรับการออกกำลังกาย อาจขึ้นกับแต่ละบุคคลซึ่งต้องจัดให้เหมาะสมเพราะอาจมีกิจกรรมอื่นที่ต้องทำ เช่น ทำงาน แต่ไม่ควรเป็นเวลาหลังรับประทานอาหารเสร็จใหม่ๆ หรือช่วงที่ยังมีอาหารอยู่เต็มกระเพาะอาหาร มีผู้แนะนำให้ออกกำลังกายภายหลัง รับประทานอาหารเย็นไปแล้ว 2 ชั่วโมง ว่าเหมาะที่สุด โดยให้เหตุผลว่า เมื่อออกกำลังแล้วก็สามารถพักผ่อนนอนหลับได้เลย   

 

 
 
  © Copyright 2007-2008. All Rights Reserved.