หน้าแรก
จิตสังคมผู้สูงอายุ
สิทธิผู้สูงอาย
ปกิณกะ-สาระ-บันเทิง
สุขภาพผู้สูงอายุ
การจัดการการเงินสำหรับผู้สูงอายุ
ธรรมสร้างสุข
 
 
  หน้าแรก การจัดการการเงินสำหรับผู้สูงอายุ  
     
 

การกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์

 
 

การกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์และการกู้เงินจากบริษัทไฟแนนซ์

   ธนาคารพาณิชย์และบริษัทไฟแนนซ์ต่างก็เป็นสถาบันการเงินที่ทำหน้าที่ปล่อยสินเชื่อ โดยทั่วไปแล้วการกู้เงินของบุคคลจะตัดสินใจเลือกกู้จากสถาบันการเงินที่คิดดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำกว่า แต่สำหรับคนที่มีความจำเป็นถึงที่สุดและต้องการใช้เงินอย่างเร่งด่วนแล้วคงไม่มีโอกาสว่าจะเลือกกู้เงินจากที่ไหนดีระหว่างธนาคารกับบริษัทไฟแนนซ์ คำตอบเดียวและเป็นคำตอบสุดท้ายคือกู้จากที่ไหนก็ได้ที่เขายอมให้กู้ ปัญหาอื่นค่อยแก้ไขกันภายหลัง

  ผู้สูงวัยเป็นคนที่มีข้อจำกัดว่าการทำงานและหารายได้มีน้อยกว่าในอดีต การก่อหนี้จึงต้องทำด้วยความรอบคอบซึ่งหากทำได้ก็จะหมายถึงการเพิ่มรายได้ทางอ้อมแก่ตนเองในอนาคตด้วย หลายคนอาจต้องก่อหนี้ก้อนใหญ่ในช่วงปลายๆของชีวิตการทำงาน การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเงื่อนไขการกู้ยืม อัตราดอกเบี้ย และรูปแบบการชำระเงินกู้อย่างละเอียดจะช่วยให้ท่านสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้นทั้งในด้านความปลอดภัยและการประหยัดค่าใช้จ่าย

   ตัวอย่างเช่นท่านต้องการซื้อรถยนต์ 1 คัน ราคา 700,000 บาท และท่านมีเงินสดจ่ายเป็นเงินดาวน์ 100,000 บาท จึงต้องการกู้เงินอีก 600,000 บาท ทางเลือกคือจัดหาเงินจากบริษัทไฟแนนซ์ หรือกู้เงินจากธนาคาร ทั้งสองทางเลือกมีวิธีที่เหมือนกันคือผ่อนชำระเป็นรายเดือนแก่เจ้าหนี้ แต่ผลลัพธ์คือการเสียดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน สมมติอัตราดอกเบี้ยจากเงินกู้ทั้งสองแหล่งคิดเท่ากันคือร้อยละ 7 ต่อปี และท่านต้องการผ่อนชำระเป็นรายเดือนรวมทั้งหมด 5 ปี หรือ 60 งวด สรุปจำนวนเงินที่ท่านจะต้องผ่อนชำระแต่ละแหล่งได้ดังนี้

กู้ธนาคาร
กู้บริษัทไฟแนนซ์

เงินต้น                                       600,000  บาท
อัตราดอกเบี้ย                                 7        %
ผ่อนรายเดือน                            11,900   บาท
รวมเงินผ่อนชำระ 60 เดือน      714,000  บาท

600,000  บาท
7     %
13,500  บาท
810,000  บาท

 

สรุปรายจ่ายของการซื้อรถยนต์

กู้ธนาคาร
จ่ายเงินดาวน์              100,000  บาท
ผ่อน 60 งวดรวม        714,000  บาท
ภาษีมูลค่าเพิ่ม              42,000  บาท

กู้บริษัทไฟแนนซ์
100,000  บาท
810,000  บาท
56,700   บาท

   จากตารางที่ 1 แสดงให้เห็นว่าธนาคารและบริษัทไฟแนนซ์คิดดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราที่เท่ากัน 7% แต่จำนวนเงินผ่อนชำระรายเดือนของบริษัทไฟแนนซ์จะสูงกว่าเนื่องจากบริษัท
ไฟแนนซ์คิดดอกเบี้ยจากเงินต้นจำนวนเดียวกันตลอดเวลา 5 ปี ส่วนธนาคารคิดดอกเบี้ยบนฐานเงินที่ลดลงทุกเดือน โดยถือว่าในแต่ละเดือนที่ลูกหนี้ผ่อนชำระจำนวน 11,900 บาทนั้นเป็นการชำระเงินต้นส่วนหนึ่ง และชำระดอกเบี้ยส่วนหนึ่ง ดอกเบี้ยจึงลดลงทุกเดือนเพราะมีเงินต้นที่ค้างชำระลดลงในแต่ละเดือน และเมื่อคำนวณเงินผ่อนชำระตลอด 60 เดือน จำนวนเงินที่ผ่อนแก่ธนาคารรวม 714,000 บาท ขณะที่จ่ายแก่บริษัทไฟแนนซ์มีจำนวนรวม 810,000 บาท

   จากตารางที่ 2  ได้แสดงจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องจ่ายเมื่อซื้อรถยนต์ กรณีกู้เงินจากธนาคารนั้นหากนำเงินสดทั้งหมดจ่ายค่ารถยนต์ทันที ณ วันที่ซื้อจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของ 600,000 ซึ่งเท่ากับ 42,000 บาท แต่หากผ่อนชำระกับบริษัทไฟแนนซ์ ภาษีมูลค่าเพิ่มจะคำนวณจากจำนวนเงินที่ผ่อนชำระ ดังนั้นแต่ละเดือนที่กำหนดให้ผ่อนชำระ 13,500 บาทนั้นจะต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 945 บาท (กำหนดให้ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 7% คำนวณได้เป็น 7% ของ 13,500 บาท) รวมจำนวนเงินที่ต้องผ่อนชำระจริงในแต่ละเดือนเท่ากัน 14,445 บาท (13,500+945)

   การเลือกแหล่งเงินกู้มิใช่ตัดสินใจเพียงการวัดจากจำนวนดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเท่านั้น ธนาคารและบริษัทไฟแนนซ์ยังมีข้อกำหนดอื่นๆที่แตกต่างกันอีกด้วย เช่น ธนาคารกำหนดให้ต้องมีสินทรัพย์เป็นหลักประกันเงินกู้ ดังนั้นหากผู้กู้ใช้บ้านและที่ดินเป็นหลักประกันเงินกู้ก็จะมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการบริการ การจำนอง และค่าธรรมเนียมในการทำนิติกรรมเพิ่มขึ้น ส่วนบริษัทไฟแนนซ์ที่กำหนดให้ใช้บุคคลค้ำประกันหรือสามารถค้ำประกันตนเองได้ก็มีเงื่อนไขให้ผู้กู้ต้องทำประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่งตลอดอายุการเป็นหนี้ และหากชำระหนี้ก่อนกำหนดก็จะไม่มีส่วนลดใดๆ เป็นต้น การเลือกใช้บริการเงินกู้จากแต่ละแหล่งจึงต้องศึกษาถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆประกอบด้วย การตัดสินใจของแต่ละบุคคลจะขึ้นอยู่กับความพร้อมและเงื่อนไขที่ตนสามารถรับได้

ตารางแสดงการจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้น

กู้ธนาคาร  600,000  บาท  อัตราดอกเบี้ย  7%
ผ่อนชำระ  60  งวด (เดือน)  ผ่อนชำระเดือนละ  11,900  บาท

งวดที่

ผ่อนชำระ/เดือน

ดอกเบี้ย

เงินต้น

เงินต้นเพื่อคำนวณดอกเบี้ยในเดือนถัดไป (หนี้ตกค้าง)หน่วย:บาท

0
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

-
11,900
11,900
11,900
11,900
11,900
11,900
11,900
11,900
11,900
11,900
…
…
…
…

-
3,500
3,451
3,401
3,352
3,302
3,252
3,201
3,151
3,100
3,048
…
…
…
…

-
8,400
8,449
8,499
8,548
8,598
8,648
8,699
8,749
8,800
8,852
…
…
…
…

600,000
591,600
583,151
574,652
566,104
557,506
548,858
540,159
531,410
522,610
513,758
…
…
…
…

รวม

714,000

114,000

600,000

 

กู้จากบริษัทไฟแนนซ์  600,000  บาท  อัตราดอกเบี้ย  7%
ผ่อนชำระ  60  งวด (เดือน)  ผ่อนชำระเดือนละ  13,500  บาท
การคำนวณดอกเบี้ย  

ดอกเบี้ยเงินกู้ 5 ปี
600,000 x 7 x 5 
 
100
บาท
 
210,000 
บาท
รวมเงินที่เป็นหนี้ทั้งหมด
600,000 + 210,000
บาท
 
810,000
บาท
ผ่อนชำระ  60 บาท
เพราะฉะนั้นจึงผ่อนชำระ/งวด
810,000
 

60
บาท
  13,500 บาท
งวดที่

ผ่อนชำระ/เดือน

ดอกเบี้ย

เงินต้น

เงินต้นเพื่อคำนวณดอกเบี้ย
(หนี้ตกค้าง) หน่วย:บาท

0
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

-
13,5000
13,5000
13,5000
13,5000
13,5000
13,5000
13,5000
13,5000
13,5000
13,5000

-
3,500
3,500
3,500
3,500
3,500
3,500
3,500
3,500
3,500
3,500

-
10,000
10,000
10,000
10,000
10,000
10,000
10,000
10,000
10,000
10,000

600,000
600,000
600,000
600,000
600,000
600,000
600,000
600,000
600,000
600,000
600,000

รวม

810,000

210,000

600,000

 

 

 
     
 
  © Copyright 2007-2008. All Rights Reserved.