นางสาวสยามคนแรก
    กันยา เทียนสว่าง นางสาวสยาม พ.ศ. ๒๔๗๗ มีนามสกุลจริงคือ เจียเป็งเซ็ง มีชื่อเล่นว่า "ลูซิล" เป็นธิดาของ
นายสละ และนางสนอม เกิดเมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๕๗ ที่บ้านปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เป็นลูกคนโต
ในพี่น้องทั้งหมด ๕ คน ด้วยเหตุที่หน้าตาคมคาย จมูกโด่งเหมือนฝรั่ง พ่อแม่จึงตั้งชื่อให้ว่า “ลูซิล” ได้รับการศึกษา
จากโรงเรียนวัดสังเวช โรงเรียนราชินี และโรงเรียนสตรีวิทยา เข้าประกวดนางสาวสยามเมื่อมีอายุ ๒๑ ปี
ขณะนั้นทำงานเป็นครูอยู่ในโรงเรียนประชาบาลทารกานุเคราะห์ ได้ ๔ ปี



         ในการประกวด นางสาวสยาม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานฉลองรัฐธรรมนูญ ที่ทางรัฐบาลจัดขึ้น ซึ่งในปี
พ.ศ. ๒๔๗๗ ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญปีที่สอง แต่เริ่มจัดการจัดประกวดเป็นปีแรก การประกวด
ความงาม มิติใหม่ของงานฉลองรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ดูจะเป็นจุดรวมความสนใจของประชาชนมากที่สุด
ด้วยเป็นของใหม่และสีสันอันชวนตื่นตา หนังสือพิมพ์ประชาชาติทยอยลงข่าวคราวการประกวดในครั้งนี้อย่าง
ต่อเนื่อง การจัดงานครั้งนี้มีกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดำเนินการ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดงานอัน
ประกอบด้วยบุคคลที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้นและมีคณะกรรมการตัดสิน อันได้แก่ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา
และเจ้าพระยารามราฆพ เป็นต้น ได้รับการดูแลเรื่องการแต่งกาย และการประกวด โดยหม่อมกอบแก้ว
อาภากร ณ อยุธยา ซึ่งกันยา เทียนสว่าง ได้ตำแหน่งนางสาวพระนคร มาก่อนในคืนวันที่ ๙ ธันวาคม และเป็นตัวแทนจังหวัดพระนครเข้าประกวดนางสาวสยามในคืนวันที่ ๑๐ ธันวาคม และตัดสินในคืนวันที่
๑๒ ธันวาคม รางวัลที่ได้มีมงกุฎ ทำด้วยผ้ากำมะหยี่ปักดิ้นเงิน ประดับโครงเงินและเพชร (ภายหลังสูญหายไป
เนื่องจากถูกขโมย ตั้งแต่สมัยก่อนที่เธอจะแต่งงาน) ขันเงินสลักชื่อ "นางสาวสยาม ๗๗" ล็อกเก็ตห้อยคอทองคำ
(ในภาพ) เข็มกลัดทองคำลงยา อักษรว่า "รัฐธรรมนูญ ๗๗" และเงินสด ๑,๐๐๐ บาท แต่เงินนั้น ทางรัฐบาล
ขอรับบริจาคเพื่อบำรุงการทหาร การได้รับตำแหน่งของกันยาในครั้งนั้น สร้างความไม่พอใจต่อทางญาติผู้ใหญ่
ในเรื่องครอบครัวเป็นอย่างมาก เนื่องจากกันยา ไปประกวด โดยที่ญาติผู้ใหญ่ไม่ทราบเรื่องมาก่อน และคน
เชื้อสายมอญ ถือเรื่องศักดิ์ศรี และถือว่าการกระทำเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องน่าอับอายสำหรับพวกเขา


       หลังพ้นจากตำแหน่ง ได้เข้าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่หอสมุดแห่งชาติ ได้พบกับ ด็อกเตอร์สุจิต หิรัญพฤกษ์
ที่ทำงานอยู่กระทรวงต่างประเทศ พิธีแต่งงานมีขึ้นเมื่อ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๖ โดยมีนายดิเรก ชัยนาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ผู้บังคับบัญชาของฝ่ายชายเป็นเจ้าภาพ ณ บ้านพักของท่าน กันยา เทียนสว่าง
มีบุตรธิดา ๕ คน คือ สุกันยา (นิมมานเหมินท์) , ทินกร, สุจิตรา, สุวิชา และ สุชาติ กันยา (เทียนสว่าง) หิรัญพฤกษ์ ป่วยด้วยโรคมะเร็งในมดลูก เธอเดินทางไปรักษาตัวที่ประเทศเยอรมนีเพื่อทดลองยาที่เพิ่งค้นพบใหม่ ด้วยความหวังกำลังใจจะหายจากโรคร้าย แต่ยังไม่ทันได้ทำการรักษา สามีก็ต้องประสบมรสุมทางการเมือง เมื่อ
เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๒ กรณีมีข่าวว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังทุจริตเรื่องการพิมพ์ธนบัตร ซึ่งสามีของเธอ
เป็นเลขานุการรัฐมนตรีฯ เธอรู้ว่าไม่มีโอกาสได้รักษาต่อไปแล้ว เธอจึงกลับมาเป็นขวัญกำลังใจเคียงข้างคู่ชีวิต แม้ว่าในภายหลังผลการสอบสวนจะไม่พบการกระทำผิด เพราะเนื่องจากเป็นเรื่องของการเมืองในขณะนั้น แต่กว่าศาลฎีกาจะพิพากษาก็วันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๘ เธอจึงไม่มีโอกาศเห็นสามีผู้เป็นที่รักของเธอพ้นมลทิน


 

    กันยา (เทียนสว่าง) หิรัญพฤกษ์ ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๓ ในวัย ๔๖ ปี
ร่างของเธอถูกเก็บไว้ ณ สุสานวัดมกุฎกษัตริยาราม ไว้นานถึง ๒๑ ปี เพื่อรอการฌาปนกิจพร้อมกับการ
พระราชทานเพลิงศพด็อกเตอร์สุจิต คู่ชีวิตผู้เป็นที่รักเมื่อ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๔

 

ข้อมูลจาก
http://th.widipedia.org ค้นคืนวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๓