ความสำคัญและความเป็นมาของการปลูกแก่นตะวัน
โดย...รองศาสตราจารย์ ดร.สนั่น จอกลอย
อาจารย์คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

(เรียบเรียงเนื้อหาจากบทวิทยุกระจายเสียง ปี 2551)

          พืชแก่นตะวันไม่ใช่พืชพื้นถิ่นของประเทศไทย ถิ่นกำเนิดเดิมอยู่ที่ตอนใต้ของประเทศแคนาดา ตอนเหนือของประเทศ
สหรัฐอเมริกาเพราะฉะนั้นอยู่ในเขตที่ค่อนข้างหนาวเย็น ชื่อเดิมมีชื่อว่า Jerusalem artichoke ชื่อนี้สร้างความสับสนให้กับผู้คนได้
พอสมควรเพราะ artichoke เป็นชื่อนำหน้าคนมักจะมีความเข้าใจผิดคิดว่าน่าจะเรียกเป็นพืชไทย ๆ ก็เลยเรียกว่าแก่นตะวัน เหตุผล
ที่เรียกเพราะว่าเค้าเป็นพืชที่มีความใกล้ชิดกับทานตะวัน แก่นก็สืบความหมายว่าเป็นพืชที่ค่อนข้างทนทานเนื่องจากอยู่ในเขตหนาว
เกือบสุดขั้วที่ถิ่นกำเนิดเดิมแต่ว่ามาอยู่ร้อนเกือบสุดขีดอย่างบ้านเรา ฉะนั้นเราจึงเรียกว่าแก่นตะวัน


ภาพจาก Web Site
http://supernovae-myexperience.blogspot.com/2009_11_01_archive.html
http://gotoknow.org/file/pannipa_kkaen/view/199375
ณ วันที่ 22-09-53

          แก่นตะวันเป็นพืชที่ใกล้ชิดกับทานตะวันเพราะฉะนั้นรูปร่างหน้าตาจะค่อนข้างคล้ายกับทานตะวันในเรื่องของใบและต้นเพียงแต่
ว่าต้นจะแตกแขนงมากกว่าทานตะวัน ทานตะวันในบ้านเราปัจจุบันนี้มีการพัฒนาพันธุ์จนกระทั่งเป็นต้นเดียวไม่มีการแตกแขนง ในขณะ
ที่ต้นสูงประมาณเมตรครึ่งลักษณะใบจะคล้ายกับทานตะวันแต่ว่าดอกจริง ๆ นั้นจะเล็กกว่าทานตะวันมาก ดอกจะคล้าย ๆ กับดอกบัวตอง
มากกว่าทานตะวัน แต่ว่าจะมีลักษณะพิเศษก็คือว่าเค้ามีหัวอยู่ใต้ดินในขณะนี้ทานตะวันไม่มี ดอกบัวตองไม่มี หัวนี้จะเก็บสะสมอาหาร
โดยสารอาหารสำคัญคืออินซูรินซึ่งเป็นน้ำตาลมีโมเลกุลต่อกันอันนี้เป็นลักษณะโดยย่อของเจ้าแก่นตะวัน สำหรับดอกของแก่นตะวันนั้น
จะมีสีเหลืองเพราะฉะนั้นถ้าเคยเห็นดอกบัวตองไปทางแม่ฮ่องสอนนั้นดอกก็จะคล้าย ๆ กัน กับดอกบัวตอง แต่ดอกสีเหลืองสดกว่าดอก
บัวตอง

การปลูกแก่นตะวัน
          ได้มีการปลูกทดสอบในระดับหนึ่งแล้วที่ในมหาวิทยาลัยขอนแก่นและก็ภายนอกก็คือแปลงเกษตรกร ในช่วงปีที่ผ่านมาเราได้รับทุน
สนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติหรือที่เรียกว่า วช.มาทำงานศึกษาในเรื่องของการวิจัยเรื่องของการผลิตแก่นตะวัน
ในลักษณะ on F ก็คือทดสอบในไร่นาเกษตรกร เพราะฉะนั้นปัจจุบันจริง ๆ แล้ว นอกจากจะมีการปลูกในไร่ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น
แล้วในภาคเอกชนในแปลงเกษตรกรมีปลูกในหลายพื้นที่แล้ว

สำหรับเรื่องดินฟ้าอากาศ
          สำหรับลักษณะดินฟ้าอากาศที่พืชชนิดนี้ชอบตัวที่สำคัญคือดิน ดินต้องเป็นดินร่วนปนทรายระบายน้ำดี เหตุเพราะเค้าเป็นพืชหัวถ้า
เป็นภาคกลางส่วนใหญ่จะเป็นดินเหนียวปัญหาก็คือดินเหนียวจะลงหัวไม่ค่อยได้และที่สำคัญเวลาเก็บเกี่ยวจะยากมากแล้วจะทำให้ผล
ผลิตต่ำ ฉะนั้นสภาพจริง ๆ ก็คือดินร่วนปนทรายระบายน้ำได้ อุณภูมิไม่ค่อยมีผลมากนักเว้นในช่วงที่อุณภูมิหนาวเย็นมาก ๆ จริง ๆ
เช่นเดือนธันวาคม มกราคม กุมภาพันธ์ ช่วงนี้ไม่ควรปลูกหมายถึงไม่ควรปลูกในครั้งแรกตอนปลูกเราใช้หัวปลูกเพราะว่าช่วงนี้ถ้า
กระทบหนาวเค้าจะพักตัวไม่เจริญเติบโตจะเจริญเติบโตอีกทีคือเมื่ออากาศอุ่นประมาณเดือนมีนาคม ฉะนั้นในบ้านเราจะปลูกตรงไหน
ก็ได้แต่ว่าควรจะมองในลักษณะเนื้อดินและการระบายน้ำให้ดี

ความสำคัญของพืชแก่นตะวัน
          แก่นตะวันเป็นพืชหัว ในหัวมีสาระสำคัญเรียกว่า อินนูลิน อินนูลินเป็นน้ำตาลฟรุ๊คโตสน้ำตาลผลไม้ซึ่งต่อกันเป็นโมเลกุลยาว
พืชอื่น ๆ ในเมืองไทยมีแต่ว่าปริมาณน้อยมาก ๆ แต่ว่าพืชสำคัญ 2 ชนิดที่มีปริมาณอินนูลินสูงคือแก่นตะวันหรือ Jerusalem
artichoke กับอันที่สองคือชิกการีแต่ว่าชิกการียังไม่มีการพัฒนา สำหรับแก่นตะวันเราเอาเข้ามาแล้ว 4 ปี มีการพัฒนาพันธุ์
          สารอินนูลินเมื่อคนบริโภคเข้าไปแล้วระบบร่างกายหรือระบบย่อยของคนไม่ย่อยอินนูลินเพราะอินนูลินเป็นสารเบื่อใยที่มีโมเลกุล
ยาวทีนี้ถ้าไม่ย่อยหรือย่อยแค่เล็กน้อยเค้าก็ไม่ไปเพิ่มน้ำตาลในเลือด เพราะฉะนั้นตรงนี้เองทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ค่อยรู้สึกหิวเพราะเมื่อ
ไม่ย่อยเค้าจะอยู่ในระบบทางเดินอาหารของเรานาน เมื่อไม่หิวเราก็จะไม่กินจุกกินจิกก็จะไม่เพิ่มน้ำตาลในเลือด เพราะฉะนั้นประโยชน์
ก็คือ ลดความอ้วน ลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคเบาหวาน และมีส่วนสำคัญในการที่จะช่วยลดพวก triglyceride พวก LDL ซึ่งเป็น
ตัวร้ายในเลือด เพราะฉะนั้นความเสี่ยงจากการเป็นโรคความดัน โรคหลอดเลือด และโรคหัวใจ เมื่อไม่ย่อยแล้วเค้าก็เดินทางต่อไปใน
ระบบทางเดินอาหาร คือลำไส้โดยเฉพาะในส่วนของลำไส้ใหญ่จะมีจุลินทรีย์มากมาย จุลินทรีย์ตัวที่เป็นประโยชน์ก็คือ bifidobacteria
และ lactobacillus 2 ตัวนี้มีประโยชน์มากสามารถใช้หรือย่อยอินนูลินได้เพราะฉะนั้นเค้าก็เจริญเติบโตในร่างกายของคนมีจำนวนมาก
ขึ้นซึ่งก็จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายลดการติดเชื้อ และเนื่องจากสารอินนูลินเป็นสารเยื่อใยอาหารเค้าก็จะลดความเสี่ยงจากการ
เป็นโรคมะเร็งลำไส้ อันนี้เป็นสรรพคุณในเรื่องสุขอนามัย
          สำหรับในเรื่องของสัตว์แน่นอนเมื่อคนกินเป็นประโยชน์กินเข้าไปก็เป็นประโยชน์ แต่ในสัตว์จะใช้เป็นวัจถุดิบในอาหารสัตว์คือใช้
ในปริมาณไม่มากปริมาณไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ก็พบว่าทำให้สุขภาพของสัตว์แข็งแรงลดการติดเชื้อ อันที่สองก็คือกลิ่นของมูลสัตว์ไม่เหม็น
ปัจจุบันการเลี้ยงไก่ การเลี้ยงหมูสิ่งแวดล้อมโดยรอบจะมีกลิ่นเหม็น เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะลดกลิ่นที่เหม็นได้ อันที่สามก็คือเราใช้เป็น
พืชที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวในปัจจุบันก็เป็นที่ตื่นเต้นและก็ยอมรับในหลายพื้นที่เนื่องจากว่าแก่นตะวันเค้ามีดอกบานที่สวยงามก็คือเมื่อ
อายุครบ 60 วัน ดอกจะบานและปลูกช่วงไหนก็แล้วแต่พบว่าครบ 60 วันดอกจะบานและก็จะทยอยบานกันไปประมาณเกือบ 2 เดือน
เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะมีความสำคัญในเรื่องของการส่งเสริมการท่องเที่ยว

สรรพคุณของแก่นตะวัน
          เราสามารถบริโภคแก่นตะวันในลักษณะสดได้เลยเป็นผักสลัด เป็นเหมือนผักผลไม้เหมือนทานมันแกวคนมักจะมีความรู้สึกว่า
เป็นพืชสมุนไพร หรือว่าอาหารเพื่อสุขภาพ รสชาติอร่อยมากกึ่งระหว่างแห้วกับมันแกว นี่คือรับประทานสดได้เลยหรือไปประกอบอาหาร
ทำเป็นขนม ไปแปรรูปไปทานก็ได้เหมือนเฟรนฟราย เราเรียกว่าซันฟราย หรือว่าทำเป็นแก่นตะวันผงก็คือเอาแก่นตะวันหัวมาตัดเป็น
ชิ้นเล็ก ๆ ตากแดดให้แห้งแล้วอบ พออบเสร็จก็เอามาป่นให้เป็นผงเล็ก ๆ ผงนี้จะสามารถนำไปผสมกับแป้งต่าง ๆ เป็นผลิตภัณฑ์ได้
ทุกชนิดที่ทำออกมาแล้ว เช่น ขนมปัง คุกกี้ ขาไก่ อันนี้ออกมาจะมีรสชาติดีมีกลิ่นหอมและก็ยังคงปริมาณอินนูลินไว้ได้ อีกอันหนึ่งก็นำ
ไปสกัดเอาสารอินนูลินออกมาเลย ผลิตภัณฑ์ที่มีอินนูลินผสมอยู่มากส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้สังเกตอย่างนมผงเด็ก
          อีกประเด็นหนึ่งได้มีการวิจัยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติหรือว่า วช. ได้ให้งบประมาณสนับสนุน
มาทำงานวิจัยเพื่อการผลิตเอทานอล การผลิตแก่นตะวันเพื่อผลิตเอทานอลเมื่อในช่วงปีที่ผ่านมาก็คือเนื่องจากในหัวข้อของเรื่องแก่น
ตะวันมีสารสะสมก็คืออินนูลินแต่อินนูลินก็คือน้ำตาลฟรุ๊คโตสที่ต่อกันเป็นโมเลกุลยาว ถ้านำหัวแก่นตะวันมาหมักด้วยเชื้อยีสเราก็
สามารถได้แฮลกอฮอร์มาเอาไปกลั่นก็จะได้เอทานอลที่บริสุทธิ์คือ 99.5 – 99.9 เสร็จแล้วก็ไปผสมกับน้ำมันเบนซินก็จะได้ก๊าซโซฮอร์
จากการศึกษาที่ผ่านมานี้เป็นงานวิจัยของไทย แก่นตะวันหัวสด 1 ตัน สามารถผลิตเอทานอลได้ประมาณ 100 ลิตร หรือต่ำกว่า
100 ลิตรนิดหน่อย แต่ก็ยังมีประมาณอินนูลินเหลืออยู่นั้น หมายความว่าสามารถที่จะทำงานวิจัยและก็ให้ประสิทธิภาพของการหมักดีขึ้น
และก็น่าจะได้เอทานอลมากกว่านี้ 1 ตันได้ 100 ลิตร ถ้าเทียบกับอ้อยเราได้ปริมาณแอลกอฮอล์มากกว่าอ้อย อ้อย 1 ตันได้ปริมาณ 75 ลิตร
          ข้างต้นที่กล่าวมา ให้รู้จักกับแก่นตะวันต้นไม้ที่มีดอกสีเหลืองเหมือนกันกับสีดอกราชพฤกษ์หรือดอกคูณ ซึ่งถือเป็นดอกไม้ประจำ
จังหวัดของแก่นและถือเป็นต้นไม้ประจำชาติไทย ต้นราชพฤกษ์หรือที่รู้จักกันดีในชื่อคูณและชื่อชัยพฤกษ์ในภาคเหนือเรียกต้นนี้ว่าล้มแล้ง
ในภาคใต้เรียกต้นนี้ว่าลักเคยลักเกลือ ราชพฤกษ์เป็นต้นไม้ขนาดกลาง ช่อดอกออกตามกิ่งข้างและห้อยลงดอกมี 5 กลีบ สีเหลืองสด ออก
ดอกระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนพฤษภาคม ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด นิยมปลูกเป็นไม้ประดับจัดว่าเป็นไม้มงคลชนิดหนึ่งเพราะมี
ความหมายที่ว่ามีโชค มีชัย มีอำนาจวาสนาสูงส่งแล้วก็จะได้เป็นใหญ่เป็นโต มีคนยกย่องนับถือทั่วไป ราชพฤกษ์ถือเป็นต้นไม้ประจำ


ภาพจาก Web Site
http://gotoknow.org/blog/porsonal/23558
http://images.palungjit.com/f642/ต้นราชพฤกษ์-21414.html
ณ วันที่ 22-09-53

ชาติไทยมีการใช้ราชพฤกษ์เพื่อประกอบพิธีสำคัญต่าง ๆ เช่น เสาไม้หลักเมืองคฑาจอมพล ยอดธงชัยเฉลิมพลของกองทหาร โดยทั่ว
ไปนิยมปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับในบ้านพักอาศัยหรือตามสถานที่ต่าง ๆ ในอดีตเนื้อไม้ราชพฤกษ์ถูกนำมาใช้ทำเสา สากตำข้าว ล้อเกวียน
กันไถ ด้ามเครื่องมือต่าง ๆ นอกจากนี้ส่วนต่าง ๆ ของต้นราชพฤกษ์ยังมีสรรพคุณทางยาเช่น แก่นไม้ใช้ขับพยาธิไส้เดือนและแก้โรค
รำมะนาด ใบ ฆ่าเชื้อโรคผิวหนังได้ทุกชนิดต้มรับประทานเป็นยาระบายวิธีใช้เนื้อในฝักประมาณ 4 กรัม หรือทั้งฝักต้มใส่เกลือเล็กน้อย
รับประทานตอนเช้าหรือก่อนนอน เปลือกนำไปบดผสมกับใบทาฝี เม็ดผื่นตามร่างกาย รากฝนทารักษากลากเกลื่อน เป็นยาระบาย
ยาบำรุงแก้ไขโรคเกี่ยวกับหัวใจหรือถุงน้ำดี และนี่คือเรื่องราวของต้นราชพฤกษ์หรือต้นคูณโลกสร้างต้นไม้ชนิดต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อให้
เกิดความอุดมสมบูรณ์และเพื่อความสมดุลทางธรรมชาติแล้วต้นไม้ยังถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับมวลมนุษย์

 

          นางสาววลัยพร จูฑะจันทร์    ผู้เรียบเรียง
(เรียบเรียงเนื้อหาจากบทวิทยุกระจายเสียง ปี 2551)