โรคอัลไซเมอร์
โดย... แพทย์หญิงอรพิชญา ไกรสุทธิ
ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี 2

(เรียบเรียงเนื้อหาจากบทวิทยุกระจายเสียง ปี 2554)

          โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคประเภทหนึ่งของกลุ่มอาการในผู้สูงอายุ ที่เรียกว่ากลุ่มอาการหลงลืมซึ่งจะต้องแยกกลุ่ม ถือเป็นภาวะปกติซึ่งพบได้มากขึ้น หลังจากที่
อายุสามสิบเป็นต้นไปพบว่าขี้ลืมมากขึ้นของหลาย ๆ เรื่องก็จะต้องอาศัยตัวช่วยในการจำ เช่น ตารางนัดหมาย การจดบันทึก มีการแปะติดไว้ช่วยเตือนต้องทำอะไร
บ้าง เนื่องจากมีอายุมากขึ้นสิ่งที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของความจำกับการเรียนรู้ซึ่งเป็นหน้าที่ของสมองของมนุษย์ มีลักษณะจะจำยากขึ้น แต่จะสามารถจำได้
ในที่สุด ซึ่งจะต้องแยกกันกับผู้ที่ป่วยด้วยกลุ่มอาการที่เราเรียกว่าหลงลืม และพบมากขึ้นตามอายุ


ภาพจาก Web Site
http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=2232770
http://www.utdclub.com/forum/data/attachment/forum/201111/08/103241dg9bdo3cbdo323fr.jpg
ข้อมูลภาพ ณ วันที่ 28-6-55

ลักษณะอาการกลุ่มการหลงลืม
          1. อาการลืมแบบกู่ไม่กลับเลย จำไม่ได้เลยใบ้ก็จำไม่ได้ เช่น คนส่วนใหญ่จะบอกว่า เดือนนี้ลูกให้ตังค์แล้วหรือยัง ก็นึกย้อนกลับไปอาจจะนึกนานหน่อย หรือพอ
เห็นสตางค์ในกระเป๋าตัวเอง นึกออกว่าลูกให้เมื่อวันนี้ตอนที่เขาแวะมาหาสิ่งนี้เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าคนไข้ หรือผู้ป่วยที่ป่วยด้วยกลุ่มอาการหลงลืม เห็นเงินในกระเป๋า
ก็บอกว่านี่ไม่ใช่เงินจำไม่ได้ว่าใครให้มา เงินมาอยู่ในกระเป๋าได้ยังไง
          2. การสูญเสียความสามารถเดิมที่เคยทำได้แล้วทำไม่ได้ แต่ถ้าในกลุ่มผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยกลุ่มอาการหลงลืมก็คือเส้นทางเก่าก็จำไม่ได้ด้วย ทั้ง ๆ ที่เคยทำ
ได้มาก่อนการสูญเสียความสามารถของสมองในเรื่องของความจำ หรือความสามารถในการเรียนรู้

ปัจจัยเสี่ยงปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรค
          1. โรคหลอดเลือดสมองตีบ แตก ตัน ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องได้ตั้งแต่เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองขนาดใหญ่ จนถึงขนาดเล็กในระดับเส้นเลือดฝอย ก็เป็นอีกสาเหตุ
หนึ่งพบบ่อยในผู้สูงอายุไทย
          2. ผู้ป่วยโรคพากินสัน หรือโรคที่ป่วยด้วยอาการสั่นที่เป็นมาระยะนาน ๆ เริ่มพบว่าผู้ป่วยมีการสูญเสียความสามารถของสมองในเรื่องของความจำ และการ
เรียนรู้ด้วยไปด้วย แต่ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ทำให้ผู้สูงอายุมีโอกาสเป็นโรคสมองฝ่อกลุ่มอาการหลงลืมมากกว่าผู้สูงอายุอื่น ๆ ต้องใช้ทักษะทางสมองมีการฝึกคิด ใช้ทักษะ
ทางสมองมากว่า แต่ใช้มากเกินไปก็พบว่า ถ้าความคิดออกไปในแง่ของความเครียด ความเครียดก็อาจจะเป็นปัจจัยเสี่ยง ที่อาจทำให้ป่วยด้วยโรคสมองเสื่อมได้
          3. ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญมากกว่าอย่างอื่น ๆ ปัจจัยเสี่ยงเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ลักษณะอาการที่ส่งผล
ให้ หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองเสื่อม เกิดการ ตีบ แตก ตัน แล้วก็ทำให้สมองฝ่อได้มากขึ้น เมื่อมีอายุมากขึ้น


ภาพจาก Web Site
http://www.goldenlifehome.com/wp-content/uploads/2009/12/IMG_3023.jpg
http://www.toplaza.com/adpics/9/4b107557dbb63927c9faee854.jpg
ข้อมูลภาพ ณ วันที่ 28-6-55

การลดความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง
          1. การใช้ชีวิตแต่ละวัน ทำให้ผู้ป่วยแต่ละคนมีความเสี่ยงไม่เท่ากันขึ้นกับปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง เป็นเรื่องสำคัญ แต่ขณะเดียวกันก็มีปัจจัยอื่น
เข้ามามีส่วนร่วมด้วย เช่น การศึกษา การใช้สมอง ความเครียดในการดำรงชีวิต อาหารคงเป็นส่วนนึง การควบคุมการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไขมันต่ำ
น้ำตาลต่ำ รับประทานผักผลไม้ที่ไม่หวานจัด และรับประทานโปรตีนที่มีไขมันต่ำ ก็จะช่วยให้คุณภาพของหลอดเลือดดีขึ้น ลดความเสี่ยง
          2. การออกกำลังโดยเฉพาะเรียกว่าการออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจน หรือการออกกำลังกายแบบแอโรบิคก็จะช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น
สมองก็ได้รับเลือดที่ดี ได้รับออกซิเจนที่ดี การออกกำลังกาย ทำให้หัวใจทำงานดีขึ้น ช่วยลดคลอเลสตอรอลตัวที่ไม่ดีและไขมันตัวที่ไม่ดีในเลือด เพื่อเพิ่มเลือดไป
เลี้ยงสมองที่ดี
          3. การออกกำลังกายสมองด้วยการฝึกคิด ฝึกจด ฝึกจำ เข่น อักษรไขว้ แต่ถ้าไม่ชอบการฝึกทักษะสมองลักษณะนี้จะกลายเป็นความเครียดมากกว่าถือว่าไม่ดี
เพิ่มความเสี่ยง การฝึกทักษะสมองจะต้องเป็นสิ่งที่ถูกจริต ทำแล้วเกิดความชอบทำให้เกิดผลดีกับสมอง การฝึกทักษะสมองด้านศิลปะ เช่น การฝึกงานด้านศิลปะ
ก็จะช่วย การฟังดนตรี การนั่งสมาธิสวดมนต์ ทำแล้วรู้สึกสบายใจมีความสุขเพลิดเพลิน แต่ไม่ได้ทำในชีวิตประจำวันบ่อยนัก สิ่งเหล่านี้ช่วยได้

วิธีการดูแลผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์หรือการอยู่ร่วม
          การดูแลหรือการอยู่ร่วมกันกับผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ต้องอาศัยความรัก และความเข้าใจที่สูงมาก เนื่องจากว่าสภาพของสมองมีการฝ่อลงหรือการเหี่ยวลง ทำให้
การแสดงออกหรือพฤติกรรมหลาย ๆ ไม่เหมือนเดิม แต่หน้าตาเขายังเป็นคุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่า เหมือนเดิม อาการอาจก้าวร้าว มีพฤติกรรมเหมือนเด็ก ๆ
หรือขาดการยับยั้งชั่งใจ มีพฤติกรรมการแสดงที่ไม่เหมาะสม โดยที่ตัวผู้ป่วยไม่รู้ตัว ดังนั้นการอยู่ร่วมกันกับเขาต้องอาศัยความรัก ความเข้าใจเป็นอย่างมาก
การรักษาใช้ยาเป็นการตอบโจทย์แค่ครึ่งเดียวและยาที่ใช้รักษาโรคในปัจจุบันเองก็ยังมีราคาที่ค่อนข้างแพง ส่วนการรักษาอีกครึ่ง คือการอาศัยความรักและความ
เข้าใจ


ภาพจาก Web Site
http://www.rd1677.com/backoffice/PicUpdate/40261.jpg
http://www.velamall.com/classifieds/img/l_129843534547.jpg
ข้อมูลภาพ ณ วันที่ 28-6-55

ลักษณะพฤติกรรมและอาการของผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์
          1. คุณมีผู้ป่วยอัลไซเมอร์ โรคสมองฝ่อ โรคสมองเสื่อมอยู่ในครอบครัว อย่าอาย คุณไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก ถ้าคุณคิดว่าคุณต้องการความช่วยเหลือ สามารถ
ที่จะถามหาขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ จากทางอินเตอร์เน็ต หรือจากบุคลากรทางสาธารณสุข ที่มีส่วนร่วมดูแลผู้ป่วยในครอบครัวของคุณ
          2. ให้ความเข้าใจกับสิ่งที่เขาทำ อาจจะเกิดความเสียหาย เกิดความไม่สบายใจ สร้างความลำบากต่าง ๆ มากมายแต่เกิดจากความที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้
เกิดขึ้น
          3. ผู้ดูแลคนป่วยอย่าลืมดูแลตัวเอง เพราะจริง ๆ แล้วในการดูแลผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ ผู้ดูแลสำคัญมาก ญาติพี่น้อง ลูกหลาน อาจจะไม่ได้อยู่กับผู้ป่วยตลอด
เวลาหรือไม่ได้กลับบ้านไปอยู่กับผู้ป่วยด้วย สุขภาพของผู้ดูแลคือคนที่อยู่กับผู้ป่วย 24 ชั่วโมง จึงต้องมีสุขภาพกาย ใจที่แข็งแรงและเข้มแข็ง ดังนั้นควรมีการให้
ผู้ดูแลพักร่างกายบางช่วงเพื่อให้ผ่อนคลาย จะได้ไม่เกิดปัญหาเกี่ยวเนื่องกัน

รู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์
          ผู้ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้รับการยืนยันจากวินิจฉัย โดยการประเมินพฤติกรรม และทดสอบการรับรู้สำหรับอาการที่พบในระยะแรกก็คือสูญเสียความจำ เมื่อ
โรคดำเนินไประยะหนึ่งผู้ป่วยจะมีอาการสับสน หงุดหงิดง่าย ก้าวร้าว อารมณ์แปรปรวน เสียความสามารถทางภาษา สูญเสียความทรงจำระยะยาว แล้วก็เพิกเฉยต่อ
สิ่งต่าง ๆ จนกระทั่งสูญเสียการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย สรุปโรคอัลไซเมอร์เนื่องจากโรคอัลไซเมอร์เป็นโรคความเสื่อมของร่างกายที่รักษาไม่หาย การบำบัดและ
การดูแลผู้ป่วยจึงนับว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะบทบาทของผู้ดูแลซึ่งก็มักจะเป็นคู่สมรส หรือว่าญาติใกล้ชิด

 

นางอุษณีย์  จูฑะศิลป์    ผู้เรียบเรียง
(เรียบเรียงเนื้อหาจากบทวิทยุกระจายเสียง ปี 2554)