มือใหม่ไหว้เจ้าควรรู้อะไร
สารคดี
(เรียบเรียงเนื้อหาจากบทวิทยุกระจายเสียง ปี 2554)

          เทศกาลตรุษจีนเป็นเทศกาลสำคัญที่สุดของจีน เพราะชาวจีนถือว่าวันตรุษจีนคือวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีน วันเริ่มต้นสิ่งดี ๆ ของชาวจีนจึงให้ความสำคัญกับ
เทศกาลนี้จะมีการเฉลิมฉลองไหว้พระ ขอพรเทพเจ้าเพื่อเป็นสิริมงคล ให้อวยพรให้ปีใหม่ ทำงานได้ดี ทำนาได้ผล ผลผลิต พืชไร่สมบูรณ์ กิจการการค้าเจริญรุ่งเรือง
ก้าวหน้า วันตรุษจีนยังมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วันชุงแจ๋ ซึ่งหมายถึงเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ หรือขึ้นปีเพาะปลูกใหม่ เพราะช่วงก่อนตรุษจีนกับฤดูหนาว ไม่สามารถ
ทำการเกษตรได้ เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิที่มีอากาศเหมาะสมแก่การเพาะปลูก ชาวจีนจึงสามารถทำนา ทำสวนได้อีกครั้ง หลังจากผ่านพ้นฤดูหนาว วันตรุษจีนยังเป็นวัน
ที่ชาวจีน มีความสุขมากที่สุด เพราะเป็นวันที่ได้แต่งตั้งสวย ๆ มีของกินมากมาย และที่สำคัญได้รับอั่งเปา นอกจากนี้ก็ยังได้ใช้เวลาในช่วงนี้ไปเยี่ยมคารวะผู้ใหญ่
ญาติมิตรที่เคารพนับถือ และเที่ยวพักผ่อน ในวันตรุษจีนนี้ ชาวไทยเชื้อสายจีนจะถือประเพณีปฏิบัติอยู่ 3 วัน คะคือวันจ่าย วันไหว้ และวันปีใหม่ ตามลำดับ


ภาพจาก Web Site
http://guru.sanook.com/picfront/pedia/resize_19012010103422.jpg
http://www.skoolbuz.com/content_images/201009/images/moon3.jpg

ข้อมูลภาพ ณ วันที่ 31-7-55

          วันไหว้คือวันสิ้นปีจะมีการไหว้สามครั้ง คือตอนเข้ามืดจะไหว้ไป่เล่าเอี้ย เป็นการไหว้ เทพเจ้าต่าง ๆ เครื่องไหว้คือเนื้อสัตว์ เหล้า น้ำชา แล้วก็กระดาษเงิน
กระดาษทอง ตอนสายจะไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ พี่น้อง ที่ถึงแก่กรรมเป็นการแสดงความกตัญญูตามคติจีน การไหว้ครั้งนี้จะไหว้ไม่เกินเที่ยง เครื่องไหว้จะประกอบ
ด้วยซาแซ อาหารคาวหวาน ส่วนมากจะทำตามที่ผู้ล่วงลับเคยชอบทาน รวมทั้งการเผากระดาษเงิน กระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษ เพื่ออุทิศแก่ผู้ล่วงลับ หลังจากนั้น
ญาติพี่น้องจะมารวมตัวกันเพื่อรับประทานอาหาร ที่ได้เซ่นไหว้ไปเพื่อเป็นสิริมงคล และถือเป็นเวลาที่ครอบครัวหรือวงศ์ตระกูลจะมารวมตัวกันได้มากที่สุด จะแลก
เปลี่ยนอั่งเปากัน หลังจากได้ร่วมรับประทานอาหารกัน ตอนบ่ายเป็นการไหว้ ผีพี่น้องผู้ล่วงลับไปแล้ว เครื่องไหว้จะเป็นพวกขนมเข่ง ขนมเทียน เผือก เชื่อมน้ำตาล
กระดาเงิน กระดาษทอง พร้อมทั้งมีการจุดประทัดเพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายและเป็นสิริมงคล

          วันปีใหม่ หรือวันเที่ยว หรือวันถือ คือวันที่ 1 ของเดือนที่ 1 ของปี วันนี้ชาวจีนจะถือธรรมเนียมโบราณ ที่ยังปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน คือการไปไหว้ขอ
พร และอวยพรจากญาติผู้ใหญ่ และผู้ที่เคารพรัก เรียกว่า ไป่เจีย และมีการหิ้วส้มไปแลกเปลี่ยนกัน เพราะส้มนี้มีคำจีนเรียกว่า ไต้กิก แปลว่าโชคดี การแลกส้มจึงมี
ความนัยว่า นำความโชคดีมามอบให้แก่กัน พร้อมคำอวยพร โดยนิยมกันว่า นำส้มสีผลใส่ผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่ มาส่งให้เจ้าบ้าน เจ้าบ้านจะรับไว้ แล้วนำส้มสองผลของ
แขกขึ้นมาเปลี่ยน นำส้มสองผลของที่บ้านผลัดให้แทน บางบ้านที่ใช้ขนมอี้ไหว้เจ้า ก็อาจจะมีการเตรียมขนมอี้ไว้เลี้ยงแขก อี้คือขนมบัวลอยจีน ใช้แป้งข้าวเหนียวนวด
จนได้ที่ ผสมสีแดง ซึ่งเป็นสีแห่งมงคล แต่ใส่นิดเดียว พอให้เป็นสีชมพูดูน่ากิน ต้มใส่น้ำเชื่อมความกลมนุ่มที่เคี้ยวง่ายของขนม มีความหมายว่า ให้โชคดี คิดทำสิ่ง
ใดก็ให้ง่ายและราบรื่น ส่วนธรรมเนียมการรับแต๊ะเอีย จะมีเฉพาะบ้านที่มีฐานะดี การให้นี้คือนายจ้างให้ลูกจ้าง ให้กับในครอบครัว ว่าพ่อแม่ให้ลูกหลาน แต่ถ้าลูกทำ
งานได้แล้วหรืออกเรือน ก็จะเป็นฝ่ายให้พ่อแม่ ซึ่งพ่อแม่ที่มีฐานะดีก็มักจะแต๊ะเอียกลับคืนมาในจำนวนที่เท่ากันหรือเพิ่มให้มากขึ้นได้ แต่จะให้เป็นเงินของพ่อแม่
เอง ไม่ใช่เอาเงินที่ลูกให้มานั้นกลับคืนมา ส่วนเขยสะใภ้ตามธรรมเนียมก็ควรให้น้องสามีและน้องภรรยา ส่วนคนที่มีศักดิ์เป็นลุง ป้า น้าอา ก็ควรมีการแต๊ะเอียให้
หลาน ๆ เช่นกัน

          ธรรมเนียมการแต๊ะเอียนผู้ใหญ่ที่พิถีพิถันจะนำเงินใส่ซองสีแดงอย่างมีเคร็ด คือให้เป็นเลขที่ดีที่สุด เรียกว่าซี่สี่ เพราะถือว่าเป็นเลขสิริมงคล ซี่กับสี่คือ เลขสี่
ซี่สี่ก็คือคู่สี่ เป็นธรรมเนียมประเพณีที่ลูกหลานจีนปฏิบัติสืบทอด ตามความเชื่อที่จะต้องไหว้เจ้าที่ และไว้บรรพบุรุษ เพื่อให้เป็นสิริมงคล และนำมาซึ่งความสุขความ
เจริญแก่ครอบครัว เมื่อพูดถึงการไหว้เจ้า จะหมายถึงการไหว้เจ้าที่กับไหว้บรรพบุรุษ เครื่องเซ่นสำหรับไหว้เจ้าที่จะจัดเป็นหนึ่งชุด เครื่องเซ่น สำหรับไว้บรรพบุรุษ
จะจัดอีกหนึ่งชุดต่างหาก การไหว้จะไหว้ในตอนเช้า โดยไหว้เจ้าที่ก่อน พอสาย จึงจะตั้งโต๊ะไหว้บรรพบุรุณ ซึ่งของไหว้จะมีของคาว ของหวาน ผลไม้ และเครื่องดื่ม
โดยมีกับข้าวคาวเพิ่มเข้ามาสำหรับการไหว้บรรพบุรุษ ซึ่งมีธรรมเนียมว่าต้องให้มีของน้ำหนึ่งอย่าง อย่างเช่นแกงจืด

          ในการไหว้เจ้า ของไหว้จัดเป็นส่วนสำคัญ การจัดไหว้ ถ้าจัดใหญ่นิยมเป็น ตัวเลขห้า คือมีของคาวห้าอย่าง เรียกว่า โหวงแส ประกอบด้วย หมู ไก่ ตับ ปลา และ
กุ้งมังกร แต่กุ้งมังกรมีราคาแพงหายาก จึงนิยมไหว้เป็ดหรือปลาหมึกแห้งแทน ของหวานห้าอย่างเรียกว่า โหงวเปี้ย อาจเป็นซาลาเปาใส้หวาน ขนมไข่ ขนมถ้วยฟู
ขนมกุ้ยช่าย และขนมจันอับ ผลไม้ห้าอย่างเรียกว่า โหงวก้วย ถ้าจัดเล็ก ก็จัดเป็นชุดละสามอย่าง มีของคาวสามอย่าง เรียกว่า ซาแส ของหวานสามอย่างเรียกว่า
ซาเปี้ย ผลไม้สามอย่าง เรียกว่า ซาก้วย หรือจะมีแค่อย่างเดียวก็ได้คสำหรับผลไม้ที่ใช้ไหว้ จะนิยมเลือกชนิดที่มีอะไรที่เป็นมงคลอยู่ในตัว ส้มสีทองหมายถึง ความ
สวัสดีมหามงคล และในคติของชาวจีนแต้จิ๋ว จะต้องใช้ส้มสีทองสี่ลูกในการไหว้เจ้า กล้วยหมายถึงการกวักโชคลาภ ขอให้ลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง แอปเปิ้ล
หมายถึง สันติสุข สันติภาพ องุ่นหมายถึง ความงอกงามเพิ่มพูน สาลี่หมายถึง การมาถึงของโชคลาภ สับปะรดหมายถึง มีโชคมาหา และในกระถางธูปที่ใช้สำหรับ
ไหว้เจ้าบางคนนิยมใส่โหงวจี้ สำหรับปักธูปประกอบด้วยเมล็ดห้าอย่างคือ ข้าวสาร ข้าวเหนียว ถั่วเขียว ถั่วดำ และเชื้อแป้ง โดยถือว่าเมล็ดทั้งห้าเป็นบ่อเกิดของความ
เจริญเติบโต อุปมาอุปมัยให้การไหว้เจ้านี่ นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง แต่การใช้โหงวจี้ ปักธูปมีข้อจำกัดว่า ใช้ได้แต่ในบ้าน ถ้าเป็นการไหว้นอกบ้านจะต้องใช้ข้าวสาร
หรือทราย มิฉะนั้นเชื้อแป้งถูกความชื้น เช่น ฝน หรือว่าน้ำค้าง จะทำให้แข็งตัวแล้วปักธูปไม่ลง เมื่อไหว้เจ้าเสร็จก็เป็นการเผากระดาเงิน กระดาษทองเป็นการปิดท้าย
รายการ

          ในวันฉลองตรุษจีนอาหารจะถูกรับประทานมากกว่าวันไหน ๆ ในปี อาหารชนิดต่าง ๆ ที่ปฏิบัติกันเป็นประเพณี จะถูกจัดเตรียมเพื่อญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงราย
ไปถึงคนรู้จักที่ได้เสียไปแล้ว ในวันตรุษจีนครอบครัวชาวจีนจะทานผักที่เรียกว่าใช่ ถึงแม้ผักชนิดต่าง ๆ ที่นำมาปรุง จะเป็นเพียงรากหรือผักที่มีลักษณะเป็นเส้นใหญ่
แต่หลายคนก็เชื่อว่าผักต่าง ๆ มีความหมายที่เป็นมงคลในตัว เช่น เม็ดบัว มีความหมายถึง การมีลูกหลายที่เป็นชาย เกาลัดมีความหมายถึง เงิน สาหร่ายดำ คำของ
มันออกเสียงคล้ายความร่ำรวย เต้าหู้หมักที่ทำจากถั่วแห้ง คำของมันจะออกเสียงคล้าย เต็มไปด้วยความร่ำรวยและมีความสุขคุ หน่อไม้ คำของมันจะออกเสียงคล้าย
คำอวยพรให้ทุกอย่างเต็มไปด้วยความสุข เต้าหู้ที่ทำจากถั่วสดนั้นจะไม่นำมารวมกับอาหารในวันนี้ เนื่องจากสีขาวซึ่งเป็นสีแห่งโชคร้ายสำหรับปีใหม่ และหมายถึงการ
ไว้ทุกข์ อาหารอื่น ๆ รวมไปถึงปลาทั้งตัว เพื่อเป็นตัวแทนแห่งการอยู่ร่วมกัน และความอุดมสมบูรณ์ ไก่หมายถึง ความสง่างาม ยศ ขุนนาง ความก้าวหน้าในหน้าที่
การงาน ซึ่งไก่นั้นยังจะต้องมีหัวหางและเท้าอยู่ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์ เป็ด หมายถึง สิ่งที่บริสุทธิ์ สะอาด ความสามารถอันหลากหลาย ปลา ปลา
หมึกหมายถึง การเหลือกิน เหลือใช้ หมายถึงความสมบูรณ์ เส้นหมี่ก็ไม่ควรตัด เนื่องจากหมายถึงชีวิตที่ยืนยาว


ภาพจาก Web Site
http://www.phuketvegetarian.com/borad/data/5/pic/379-31.jpg
http://www.thaimtb.com/webboard/359/179561-15.jpg

ข้อมูลภาพ ณ วันที่ 31-7-55

          นอกจากนี้ยังมีของไหว้อื่น ๆ อย่างเช่น ขนมเข่ง ขนมเทียน ที่หมายถึงความหวานชื่น ชีวิตมีความราบรื่น รูปลักษณ์ที่มีความหมายเหมือนชะลอมที่เก็บของ
เมื่อรวมกับความหวานชื่นหมายถึง ความหวานชื่นอันสมบูรณ์ ขนมถ้วยฟู ขนมสาลี่ หมายถึง ความเพิ่มพูน ความเฟื่องฟู ขนมจันอับหมายถึง ปิ่นโต มีความหมายว่า
ความหวานที่เพิ่มพูนมีความสุขตลอดไป ทางใต้ของจีนจานที่นิยมมากที่สุดและทานมากที่สุดได้แก่ ข้าวเหนียวหวานนึ่ง บะจ่างหวาน ซึ่งถือว่าเป็นอาหารอันโอชะ
ทางเหนือหมั่นโถและติ่มซำเป็นอาหารที่นิยม อาหารจำนวนมากที่ถูกตระเตรียมในเทศกาลนี้ มีความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์และความร่ำรวยของบ้าน

          เครื่องห้อยแขวน นำสิ่งมงคลมาประดิษฐ์ร้อยรวมกันให้ดูงามตาแล้ว ในเทศกาลตรุษจีน สิ่งของที่ต้องซื้อหาคือตุ้ยเลี้ยง คือการเขียนคำอวยพรลงในกระดาษ
สีแดง เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของคนจีนซึ่งเป็นเอกลักษณืเฉพาะที่โดดเด่น และมีความหมายอย่างสูง เน้นไปในทางสิริมงคลสมบูรณ์พูนสุข โชคลาภร่ำรวย ซึ่งคน
จีนไม่ว่าจะจนแค่ไหนก็ตาม พอถึงวันตรุษจีน ขอให้มีตุ้ยเลี้ยงดี ๆ หนึ่งคู่ ติดไว้ตรงทางเข้าบ้านทั้งสองข้างเมื่อก่อนคนจีนที่พอมีความรู้ จะเขียนตุ้ยเลี้ยงเอง โดยใช้
หมึกดำหรือสีทองเขียนคำอวยพรลงบนกระดาษสีแดง คำอวยพรที่เขียนจะประกอบด้วย ตัวอักษรเจ็ดตัว เขียนเป็นคำกลอน โดยมากจะอวยพรให้ทำมาค้าขึ้น ให้มั่ง
มีเงินทอง ติดตามสองทางประตูบ้าน และยังมีอีกแผ่นสำหรับติดทางขวางตรงกลางทางเข้าออก เขียนคำว่า ชุก ยิก เพ็ง อัง แปลว่า เข้าออกโดยปลอดภัย รวมทั้งติด
ภาพเด็กผู้หญิง เด็กผู้ชายที่เรียกว่าหนี่อ่วย ซึ่งเป็นภาพมงคลของจีน ถือเป็นงานศิลปะที่สำคัญอีกอย่าง

          นอกเหนือจากการตัดกระดาษ มักติดที่ประตูหน้าบ้านวัฒนธรรมประเพีแห่งเทศกาลการไหว้ต่าง ๆ ของจีน เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์สืบทอดเพราะเป็น
การแสดงออกถึงความกตัญญูกเวทิตา น้ำใจ ไมตรี ความรัก ความหวังดี ต่อทุกคน ทุกวันนี้ไม่ใช่ว่าชาวจีนทุกคนจะคงยังเชื่อตามความเชื่อที่มีมา แต่ทุกคนก็ยังคง
ยึดถือ และปฏิบัติตาม เพราะสิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนธรรมเนียม และวัฒนธรรม โดยตระหนักดีว่า การปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมมาแต่เก่าก่อนเป็นการแสดงถึงความ
เป็นครอบครัวและเอกลักษณ์ของตน

 

เอกสารอ้างอิง
...........................................................................................................................

* เอกสารประกอบสารคดี จิตรา ก่อนันทเกียรติ “คู่มือไหว้เจ้ายุคใหม่ไหว้อย่างไรให้โชคดี”


 

คุณอุษณีย์   จูฑะศิลป์   ผู้เรียบเรียง
(เรียบเรียงเนื้อหาจากบทวิทยุกระจายเสียง ปี 2554)