ทางเลือกผู้ป่วยโรคไตวาย...การล้างไตผ่านช่องท้อง
โดย... ดร. อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์
ประธานมูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

(เนื้อหาและภาพประกอบเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน)


         แม้ว่าทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และกระทรวงสาธารณสุขจะมีนโยบายช่วยให้ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะ
สุดท้ายทุกคนสามารถเข้ารับการรักษาบำบัดทดแทนไต ด้วยการล้างไตทางช่องท้องเป็นอันดับแรก และผู้ป่วยสามารถเบิกค่ารักษา
ได้เต็มจำนวน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 ที่ผ่านมาแต่พบว่ายังมีผู้ป่วยโรคไตวายอีกจำนวนมากที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูก
ต้องเกี่ยวกับการบำบัดทดแทนไตโดยวิธีการล้างไตผ่านทางช่องท้องด้วยตนเองที่บ้าน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ คนไทยยังคุ้นเคยกับการ
ฟอกไตผ่านเครื่องไตเทียม และมีทัศนคติเกี่ยวกับการดูแลรักษาโรคต่างๆว่าเป็นหน้าที่แพทย์หรือพยาบาลเท่านั้น
         โดยปกติไตของคนเราจะทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อกรองของเสียและรักษาสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย นอกจากนี้ยังทำ
หน้าที่สร้างฮอร์โมนบางชนิด เพื่อช่วยไขกระดูกในการสร้างเม็ดเลือดแดง ฮอร์โมนสำหรับควบคุมความดันโลหิต และฮอร์โมนเพื่อ
ช่วยให้กระดูกแข็งแรง เมื่อไตทั้ง 2 ข้างทำงานได้น้อยกว่า 20% ผู้ป่วยจะรู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร เนื่องจากมีของเสีย
ค้างอยู่ในร่างกาย และมีอาการบวมตามร่างกาย เนื่องจากไตไม่สามารถขับน้ำออกได้ และทำให้เกิดความดันโลหิตสูงตามมา

         โรคไตวายเรื้อรัง จึงเป็นอีกหนึ่งโรคร้ายแรงที่สร้างความทุกข์ทรมานเป็นอย่างมากให้กับผู้ป่วยและญาติ เนื่องจากโรคไตวาย
เรื้อรังเป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด ผู้ป่วยต้องทำการบำบัดทดแทนไตเพื่อการดำรงชีวิต ทำให้ครอบครัวและญาติพี่น้องต้องรับภาระ
ดูแลผู้ป่วยทั้งในเรื่องของเวลาและค่าใช้จ่าย ซึ่งในปัจจุบันการบำบัดทดแทนไตสามารถทำได้ 3 วิธี
          1.) การผ่าตัดเปลี่ยนไต หรือการปลูกถ่ายไตทดแทน (Kidney transplantation: KT) เป็นการรักษาที่ดีที่สุด แต่มีข้อจำกัด
เนื่องจากมีผู้บริจาคน้อยมาก ปีๆ หนึ่งได้เปลี่ยนเพียง 300 ราย หรือมีเพียงแค่ 1.7% ของจำนวนผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย
18,000 รายทั่วประเทศ ที่เหลือต้องยืดอายุด้วย การฟอกเลือด และการล้างไตผ่านทางช่องท้อง
          2.) การฟอกเลือด (Hemodialysis :HD) มีข้อจำกัดคือ ผู้ป่วยต้องเดินทางไปพบแพทย์เพื่อฟอกเลือดอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง
ในเวลาเดียวกันทุกครั้ง และครั้งละ 4-6 ชั่วโมง ทำให้มีข้อจำกัดสำหรับผู้ป่วยที่อยู่อายุยังน้อยที่ยังอยู่ในวัยเรียน และวัยทำงาน อีกทั้ง
ยังทำให้ผู้ป่วยและญาติต้องสูญเสียเวลา และค่าใช้จ่ายในการรักษาเป็นจำนวนมาก
          3.) การล้างไตผ่านทางช่องท้อง (Peritoneal Dialysis: PD) วิธีนี้จะช่วยลดข้อจำกัดเรื่องเวลาที่ผู้ป่วยและญาติต้องเดินทาง
ไปพบแพทย์ตลอดเวลา เพราะการล้างไตผ่านทางช่องท้องนี้สามารถดูแลได้ด้วยตัวเอง จึงเพิ่มความเป็นอิสระและนอกจากนี้ผู้ป่วยยัง
สามารถทำการล้างไตได้เองทุกวันจึงทำให้ร่างกายผู้ป่วยสามารถขับของเสียออกได้เป็นอย่างดี ผู้ป่วยจะรู้สึกดีขึ้นเป็นการยกระดับ
คุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ป่วย ในต่างประเทศการทำ PD ในผู้ป่วยไตวายเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายเพราะสะดวกและได้ผลดี ผลการ
ศึกษาในต่างประเทศยืนยันว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการล้างไตทางช่องท้อง มีคุณภาพชีวิตที่ดีและสุขสบายใกล้เคียงกับผู้ป่วยที่ผ่าตัด
เปลี่ยนไต

            ข้อมูลจาก ศ.นพ.ดุสิต ล้ำเลิศกุล นายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ในการประชุมวิชา “7th Asia Pacific PD
University 2010” ระบุว่า ในอดีตผู้ป่วยโรคไตส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับการบำบัดทดแทนไตด้วยการฟอกเลือดผ่านเครื่องไตเทียม ซึ่ง
ผู้ป่วยต้องมาฟอกเลือดที่โรงพยาบาลหรือศูนย์ไตเทียมเป็นประจำและต่อเนื่องสัปดาห์ละ 3 วัน ทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องการเดินทาง
และเสียเวลาในการประกอบอาชีพ ส่วนการล้างไตทางช่องท้อง (PD) ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการบำบัดทดแทนไตในผู้ป่วย
ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย วิธีนี้ผู้ป่วยจะสามารถดูแลล้างไตได้ด้วยตนเองที่บ้าน จึงช่วยลดข้อจำกัดเรื่องเวลาที่ผู้ป่วยและญาติต้องเดิน
ทางไปพบแพทย์ตลอดเวลา ทำให้คนไข้ได้รับความสะดวกและสามารถประกอบอาชีพอย่างคนปกติ และเพิ่มความเป็นอิสระในการ
ดำรงชีวิตประจำวัน วิธีนี้ผู้ป่วยจะมาพบแพทย์น้อยลง จึงเป็นคำตอบที่ดีอีกวิธีหนึ่งสำหรับผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย และยัง
เป็นคำตอบที่ดีสำหรับภาครัฐด้วย โดยช่วยรัฐประหยัดงบประมาณด้านการรักษาและช่วยลดปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทาง
การแพทย์ด้านโรคไต

           ข้อมูลจาก รศ.นพ.เกรียงศักดิ์ วารีแสงทิพย์ กรรมการและเลขาธิการ สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นเพิ่มเติม
ในงานเสวนาโต๊ะกลม “Thailand PD Round Table Discussion: From Quantity to Quality” ที่สำนักงานหลักประกันสุข
ภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย จัดขึ้น ณ โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์ กรุงเทพฯ ระบุว่า ปัจจุบันพบ
จำนวนผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังในวัยทำงานมากขึ้น ดังนั้น การบำบัดทดแทนไตด้วยวิธีการล้างไตทางช่องท้องด้วยตนเองที่บ้าน
(Peritoneal Dialysis) จึงเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับผู้ป่วย เนื่องจากผู้ป่วยสามารถมีอิสระในการดำรงชีวิตประจำวันและสามารถ
ประกอบอาชีพได้อย่างคนปกติ เพราะวิธีนี้ผู้ป่วยและญาติไม่ต้องเสียเงินเสียเวลาเดินทางไปพบแพทย์ตลอดเวลา ซึ่งแตกต่างกับ
วิธีการฟอกเลือดที่ผู้ป่วยต้องเสียเวลาไปโรงพยาบาลเป็นประจำทุกสัปดาห์ ๆ ละ 2-3 ครั้ง ทำให้ต้องขาดงานหรือไม่สามารถดำเนิน
ชีวิตได้อย่างคนปกติทั่วไป ในต่างประเทศจึงประสบความเร็จมากกับการรักษาด้วยวิธีการล้างไตทางช่องท้อง ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น
ไต้หวัน ฮ่องกง สำหรับในประเทศไทยเราถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ
           ข้อมูลจาก ศ.นพ. เถาหวัง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการล้างไตผ่านช่องท้อง มหาวิทยาลัยปักกิ่ง จากในงานเสวนาหัวข้อ
“Nationwide Growth & Success in PD center” ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมสยามซิตี้ ประเทศไทย ว่า ข้อดีของการล้างไตผ่านช่อง
ท้องก็คือ จะเป็นการรักษาแบบค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป เพราะการล้างไตผ่านช่องท้อง จะทำให้มีการถ่ายเทของเสียออกจากร่างกาย
ตลอดทั้งวัน ทำให้ร่างกายสามารถปรับตัวได้ดี และไม่ต้องเผชิญกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงฉับพลันเหมือนกับการฟอกเลือดผ่าน
เครื่องไตเทียม ซึ่งผลการวิจัยในต่างประเทศพบว่า การรักษาด้วยการล้างไตผ่านช่องท้องนั้น ช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น
เทียบเท่ากับการผ่าตัดเปลี่ยนไต ซึ่งในประเทศจีนปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังที่ใช้การล้างไตผ่านช่องท้องมีจำนวนมากกว่า
60,000 ราย
          หลักการทำงานของการล้างไตทางช่องท้อง จะอาศัยแรงโน้มถ่วงของโลกในการปล่อยน้ำยาเข้าและออกจากช่องท้อง เมื่อต่อ
ถุงน้ำยากับสายต่อท่อล้างไตแล้วยกขึ้นให้สูงระดับไหล่หรือสูงกว่า น้ำยาใหม่จากถุงจะไหลเข้าสู่ช่องท้อง เมื่อน้ำยาหมดถุงสามารถ
ปลดสายออกจากท่อต่อล้างไต และทิ้งน้ำยาค้างไว้ในท้องเป็นเวลา 4-6 ชั่วโมง ระยะที่น้ำยาค้างท้องและปลดสายถุงน้ำยาออกนั้น
ผู้ป่วยสามารถมีกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ

          ขณะที่น้ำยาถูกทิ้งไว้ในช่องท้องกระบวนการแลกเปลี่ยนของเสียจะเกิดขึ้น โดยของเสียและน้ำที่อยู่ในเลือดจะออกมาอยู่ใน
น้ำยา หลังจากนั้นให้ปล่อยน้ำยาที่ค้างไว้ในช่องท้องออก น้ำยาใหม่จะถูกใส่เข้าไปและทิ้งค้างไว้เช่นเดิม การแลกเปลี่ยนน้ำยาจะทำ
วันละ 4-6 รอบ ขึ้นอยู่กับการรักษาของแพทย์
          ข้อมูลจาก รศ.นพ.ทวี ศิริวงศ์ หัวหน้าสาขาวิชาโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น ระบุว่า การล้างไตทางช่องท้อง เป็นเรื่องที่ง่าย ทุกคนสามารถทำเองได้ ไม่ต้องพึ่งพาบุคลากรทางการแพทย์
ตลอดเวลา และมาพบแพทย์เพียงเดือนละ 1 ครั้ง คนที่ไม่มีความรู้หรือจบป.4 ก็สามารถทำได้ เมื่อผู้ป่วยที่ได้รับการอบรม ก็จะ
สามารถทำเองได้ทันที เพราะการล้างไตทางช่องท้องนั้น เป็นการถ่ายของเสียออกจากร่างกายโดยอาศัยหลักการทางธรรมชาติ
ซึ่งเกิดมาจากภูมิปัญญาชาวบ้านแบบธรรมดา ไม่มีขั้นตอนหรือเทคนิคที่ซับซ้อน ส่วนข้อควรระวังคือเรื่องความสะอาดเพื่อป้องกัน
การติดเชื้อ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะรักษาด้วยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม หรือล้างไตทางช่องท้องผู้ป่วยก็ต้องระมัดระวัง
เรื่องรักษาความสะอาดเช่นกัน แต่ข้อดีของการล้างไตผ่านช่องท้อง ก็คือการรักษาแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ร่างกายสามารถปรับ
ตัวได้ดี เพราะมีการถ่ายเทของเสียออกจากร่างกายตลอดทั้งวัน ทำให้ร่างกายไม่ต้องเผชิญกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงฉับพลัน
เหมือนกับการฟอกเลือดผ่านเครื่องไตเทียม ซึ่งผลการวิจัยพบว่า การรักษาด้วยการล้างไตผ่านช่องท้องนั้น ช่วยให้คุณภาพชีวิตของ
ผู้ป่วยดีขึ้นเทียบเท่ากับการฟอกเลือดแต่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตอิสระได้มากขึ้น การล้างไตทางช่องท้องด้วยตนเองที่บ้านจะ
ช่วยลดภาระผู้ป่วยและญาติ รวมถึงช่วยลดภาระการขาดแคลนพยาบาลและบุคลากรการแพทย์ด้านโรคไต

          การล้างไตผ่านทางช่องท้อง ช่วยให้คุณภาพชีวิตผู้ป่วยไตวายเรื้อรังดีขึ้นอย่างไร ?
• ผู้ป่วยไม่ต้องพึ่งพาบุคลากรทางการแพทย์ตลอดเวลา สามารถดูแลได้ด้วยตัวเองและญาติ
• ผู้ป่วยไม่ต้องจำกัดน้ำและอาหารมากเท่าการฟอกเลือด
• ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปโรงพยาบาล เพราะพบแพทย์เพียงเดือนละ 1 ครั้ง เนื่องจากผู้ป่วยสามารถทำได้เองที่บ้าน
ไม่ต้องพึ่งพาสถานบริการ จึงสะดวกต่อทั้งผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์
• การรักษาแบบนี้มีการนำเอาของเสียออกจากร่างกายตลอดเวลา ทำให้ร่างกายรู้สึกดี
• มีคุณภาพชีวิตที่ดี ยืดหยุ่นและอิสระ เพราะผู้ป่วยสามารถทำล้างไตได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องไปโรงพยาบาลบ่อยๆ จึงไม่รู้สึกเหมือน
เป็นผู้ป่วย
• การล้างไตทางช่องท้องจะช่วยคงสภาพการทำงานของไตของเก่า และส่งเสริมผลการทำงานของไตใหม่ หากผู้ป่วยได้รับการ
เปลี่ยนไตในอนาคต
• ไม่ต้องใช้เข็มฉีดยา
• ควบคุมความดันโลหิตของผู้ป่วยได้ดี
• ช่วยรักษาสมดุลของสารน้ำและเกลือแร่ได้ดีกว่า ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจวายน้อยกว่า จึงเหมาะกับผู้ป่วยที่มีโรค
intractable heart disease มากกว่า
• มีอัตราการรอดชีวิตในช่วงต้นของการรักษามากกว่าผู้ป่วยที่ทำการรักษาด้วยการฟอกเลือด
• เสี่ยงต่อการติดเชื้อที่แพร่กระจายทางกระแสเลือดน้อยกว่า อันได้แก่ ไวรัสตับอักเสบชนิดบี และซี ไวรัสเอดส์ เป็นต้น
          อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปัจจุบันการล้างไตทางช่องท้องจะได้รับการยอมรับมากขึ้น แต่ผู้ป่วยส่วนหนึ่งยังขาดความรู้ความเข้าใจ
ในการปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง เนื่องจากเป็นวิธีที่ต้องดูแลและทำด้วยตัวผู้ป่วยเอง ดังนั้น ความเข้าใจถึงวิธีการดูแลตนเองและการ
รักษาความสะอาดของอุปกรณ์อย่างถูกต้อง เมื่อต้องดูแลตัวเองที่บ้าน จะทำให้ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายได้มีคุณภาพชีวิต
ที่ดีขึ้นต่อไป อย่างไรก็ตาม การรักษาสุขภาพ ออกกำลังการอย่างสม่ำเสมอ และดูแลเรื่องอาหารการกิน ไม่ให้เกิดภาวะเสี่ยงต่อการ
เป็นโรคไตวาย คือหนทางที่ดีที่สุดของการมีสุขภาพไตที่แข็งแรง


       

     
เอกสารอ้างอิง
...................................................................................................................................................................................................................................................
• The 7th Asia Pacific PD University 2010, โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ฯ พัทยา, มี.ค. 2553
• Thailand PD Round Table Discussion: From Quantity to Quality”, โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์ กรุงเทพฯ, ก.ค. 2553
• The Nationwide Growth & Success in PD center, โรงแรมสยามซิตี้ กรุงเทพฯ, ก.ย. 2551
• ทวี ศิริวงศ์, ทำอย่างไรเมื่อป่วยเป็นโรคไต, ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์, 27 ก.ย.-3 ต.ค. 2553
• สุรพงศ์ อำพันวงษ์, โรคไตวาย ... ไม่ตายไว ถ้ารู้วิธีปฏิบัติตัว, เดลินิวส์ 29 ก.ย. 2553
• สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, ชมรมเพื่อนโรคไต-สปสช. ชี้แจงสิทธิประโยชน์ฟอกเลือดให้ผู้ป่วยบัตรทองก่อนดีเดย์ ๑ ต.ค.นี้, (13 ก.ย. 2551), Available
online: http://www.nhso.go.th/NHSOFront/SelectViewItemAction.do?folder_id=000000000000194&item_id=000000000026271