จิปาถะภัณฑ์สถานบ้านคูบัว
โดย... ดร.อุดม สมพร
ผู้อำนวยการจิปาถะภัณฑ์สถานคูบัว จังหวัดราชบุรี

(เรียบเรียงเนื้อหาจากบทวิทยุกระจายเสียง ปี 2550)

          จิปาถะภัณฑ์บ้านคูบัว ตั้งอยู่ในบริเวณวัดโขลงสุวรรณคีรี ตำบลคูบัว อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี จิปาถะภัณฑ์บ้านคูบัวเป็น
พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นของชุมชนด้วยความริเริ่มของชุมชนหลายองค์กรในพื้นที่


ภาพจาก Web Site
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/865/865/images/bankhubua/bankhubua075.jpg
http://www.sadoodta2.boysabuy.com/files/imagecache/Preset2/thumbnail/cover-sadoodta_661.jpg
ณ วันที่ 26-01-54

ความเป็นมาของการจัดตั้งจิปาถะภัณฑ์บ้านคูบัว
          แนวคิดตั้งแต่เริ่มแรก คือต้องการที่จะเชิดชูเกียรติคุณของบรรพชนไทย-ญวนที่อยู่ในจังหวัดราชบุรีให้เป็นที่รู้จักแก่ประชาชน
ทั่วไป บ้านคูบัว เป็นชื่อของตำบลคูบัว อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เริ่มโครงการตั้งแต่ พ.ศ. 2542 โดยเริ่มการก่อสร้างและให้คนเข้า
เยี่ยมชมโดยไม่เป็นทางการตั้งแต่ พ.ศ. 2548 โดยคณะ คสด. ย่อมาจาก คณะผู้สูงอายุรวมตัวก่อการดี พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นการต่อ
ยอดให้ลูกหลานยุวชนที่ได้สร้างสรรค์นวัตรกรรมทางวัฒนธรรมขึ้นมาใหม่ได้เข้าไปต่อยอดได้เลย สิ่งที่ทำมาคือเราทำในช่วงชีวิตของ
เราที่ได้ย้อนอดีตไปตั้งแต่ 203 ปีที่คนในคณะ คสด. ก็คงจะต้องหยุดไว้ ณ พ.ศ. นี้แล้วต่อไปผู้ที่จะเกิดมาใหม่ก็สามารถต่อยอดศิลป
วัฒนธรรมของตนเองที่ได้พัฒนาไปได้อีก ตัวอาคารยาว 24 เมตร กว้าง 18 เมตร มี 2 ชั้น บริเวณรอบ ๆ มีต้นไม้ที่ปลูกไว้สำหรับให้
ร่มเงากับตัวอาคารมีบริเวณโบราณสถานสมัยทาราวดีอยู่ใกล้เคียงติดกันเลยโบราณสถานสมัยทาราวดีซึ่งมีอายุประมาณ 2,400 ปี
เป็นโบราณสถานองค์ใหญ่ซึ่งกรมศิลปากรได้ไปขุดตกแต่งและขึ้นทะเบียนไว้ในระหว่าง พ.ศ. 2504-2506 แล้วนอกจากโบราณสถาน
องค์ใหญ่นี้ยังมีรอบ ๆ อีกหลายแห่งที่เอาไว้ให้นักโบราณคดีหรือผู้สนใจเข้าไปเยี่ยมชมศึกษาความเป็นมาของอารยธรรมรุ่นก่อน ๆ ได้
          อาคารจิปาถะภัณฑ์จัดชั้นล่างเป็นการเริ่มต้นเอาภูมิปัญญาของคนไทยสมัยทาวารวดีซึ่งได้แก่ ศิลปะปูนปั้น ดินเผาที่รูปเป็นรูป
บุคคล รูปภาพ รูปนาค และพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าที่เป็นเศษเหลือจากที่กรมศิลปากรได้ทิ้งไว้ แล้วก็เหลือจากผู้ที่ขุดค้นลักลอบไป
ขายแล้วขายไม่ได้ก็เอามาเก็บไว้ที่วัดโขลงสุวรรณคีรี และได้ขออนุญาตสมภารวัดองค์ก่อน ๆ นั้นเอามาตั้งแสดงไว้เป็นหนึ่งห้อง คือ
คล้าย ๆ ว่าเราเชิดชูภูมิปัญญาของบรรพชนสมัยทาราวดีไว้หนึ่งห้อง จากนั้นเป็นห้องที่แสดงภูมิปัญญาของคนไทยโยนกเชียงแสน
หรือคนล้านนาที่ได้เคลื่อนย้ายมาจากเมืองเชียงแสนไปอยู่ที่คูบัวเมื่อประมาณ 200 ปี มาแล้ว เช่น วัตถุที่แสดงถึงการทำมาหากินที่
อยู่อาศัยหลับนอน แม้กระทั่งกิจกรรมพัฒนาชุมชนของคนรุ่นพ่อแม่ด้วย ใช้หุ่นขี้ผึ้งเป็นตัวสื่อในการแสดงให้เห็น
          จากนั้นอีกห้องใช้หุ่นแสดงกิจกรรมการกินอยู่หลับนอนสอนลูกหลานการประชุมระดมสมองของบรรพชนของเราว่าร่วมคิดร่วม
อ่านพัฒนาชุมชน แม้กระทั่งผู้นำมาซึ่งจิตวิญญาณได้แก่หุ่นของพระเกจิอาจารย์ที่เป็นสมภารวัดที่เป็นเชื้อสายไทย-ญวนเกือบทุกวัด
ถัดไปก็เป็นห้องที่เรานำเสนอเรื่องวัฒนธรรมเกี่ยวกับการเก็บเกี่ยว การนวดข้าว การตำข้าว แปรรูปข้าวเปลือกเป็นข้าวสารที่ชาวไทย
ใช้ภูมิปัญญาในการแปรรูปข้าวเปลือกมาเป็นข้าวสารเราทำอย่างไรบ้าง


ภาพจาก Web Site
http://www.artinee.com/votepic/photo/6796.jpg
http://www.artinee.com/votepic/show_ajurnal.php?Category=vote&No=12
ณ วันที่ 26-01-54

          จากนั้นก็ขึ้นชั้นสองนำเสนอภูมิปัญญาเกี่ยวกับเรื่องการทอผ้าของคนไทย-ญวนตั้งแต่โบราณ ญวนนี้คือโยนกไม่ใช่ญวน
เวียดนามเป็นการทอผ้าตีนจกคนญวนโบราณด้วยการสื่อด้วยหุ่นที่กำลังทอผ้าอยู่หลายหุ่นเลย จากนั้นก็ไปนำเสนอด้วยการเก็บผ้า
ประมาณ 170-180 ปีมาแล้วเป็นผ้าซิ่นตีนจกโบราณเอาไว้ให้ลูกหลานได้เยี่ยมชมได้ดูเป็นห้องผ้าโบราณ
          อีกห้องหนึ่งที่เรานำเสนอไว้คือห้องชาติพันธุ์ของคนในจังหวัดราชบุรีมีด้วยกัน 7-89 เผ่าพันธุ์ แสดงถึงเครื่องแต่งกาย รูปร่าง
หน้าตาของคน และสถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัยของคนแต่ละชาติพันธุ์เอาไว้ และมีโต๊ะโชว์สำหรับของจิปาถะ เช่น เงิน เหรียญกษาปณ์
พันธบัตร สมัยโบราณมาถึงปัจจุบันมีเครื่องมือเครื่องใช้ไม้สอยเกี่ยวกับเครื่องไฟ คอมพิวเตอร์ ปากกา ฯลฯ ตั้งแต่โบราณจนถึง
ปัจจุบัน เรียกว่า ปกิณกะ ได้ศึกษาและเรียนรู้จากวัสดุของจริง ๆ ที่ได้เห็น
          สำหรับท่านผู้อ่านที่ต้องการไปทัศนศึกษาสามารถติดต่อได้ที่คุณอุดม สมพร เบอร์โทรศัพท์ 081-7631989
โทรสาร 032 332322 และทำหนังสือถึงผู้อำนวยการจิปาถะภัณฑ์สถานบ้านคูบัว ตำบลคูบัว อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เปิดทุกวัน
ตั้งแต่ 09.00-16.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่มีตู้บริจาคสำหรับผู้ที่ต้องการช่วยกันอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติเอาไว้

        นางชนัดดา  ศรีรุ้ง   ผู้เรียบเรียง
(เรียบเรียงเนื้อหาจากบทวิทยุกระจายเสียง ปี 2550)