๑๕๐ ปี วันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ
๑ มกราคม ๒๕๕๗

โดย...คุณชินาทร   กายสันเทียะ
อาชีพ นักวิชาการประวัติศาสตร์
ต.โพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา
อีเมล์ : rachachinakawin@gmail.com

(เนื้อหาและภาพประกอบเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน)


โสภา สุทฺธสิรีมตี
โหตุ มยฺหํ อยํ ธีตา
สุขินี จ อโรคา จ
สพฺพทาเยว นิทฺโทสา
อทฺทา มหทฺธนา โภค-
ปิตุโน มาตุยา จาปิ
สุหิตา โหตุ ภาตูนํ
พุทฺธาทิวตฺถฺวานุภาโว
อิติ นาเมน วิสฺสุตา
ปิยมาย สุปุตฺติกา
โหตุ เสฏฺฐา ยสสฺสินี
อปฺปสยฺหาว เกนจิ
วตี พหูหิ เนญฺชิตา
สพฺพทา รกฺขตํ ยสํ
ภคินีนญฺจ สาธุกํ
สทา ตํ อภิรกฺขตุ
 

          ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เป็นคาถาพระราชทานพระนาม ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ พระราชนิพนธ์ เป็นภาษามคธ สำหรับพระราชทานแก่ พระเจ้า
ลูกเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี(พระอิสริยยศเมื่อแรกประสูติ) ซึ่งเป็นพระราชนิยมในรัชกาลของพระองค์ที่จะทรงพระราชนิพนธ์คาถาพระราชทานพระนาม หรือคาถาพระราช
ทานพระพร แก่พระราชโอรสธิดาในพระองค์ ทุกพระองค์ ซึ่งบทพระราชนิพนธ์คาถาพระราชทานพระนามนี้ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้พระนิพนธ์
แปล เป็นภาษาไทยไว้ว่า
          “ขอธิดาของเรา ซึ่งเป็นบุตรีอันดีของเปี่ยมคนนี้ จงปรากฏโดยนามว่าโสภาสุทธสิริมตี (เสาวภาผ่องศรี) เถิด ขอเธอจงมีสุข แลไม่มีโรค มีอิสริยยศประเสริฐสุด ปราศจาก
โทษ อันใคร ๆ อย่าคุมเหงได้ทุกเมื่อ จงเป็นคนมั่งคั่ง มีทรัพย์ใหญ่ มีโภคสมบัติมาก อันคนเป็นอันมากนิยมนับถือ ขอเธอจงรักษาเกียรติยศของบิดามารดาไว้ทุกเมื่อ จงทำนุบำรุง
พี่น้องชายหญิงอันดี ขออานุภาพพระรัตนตรัยมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น จงรักษาเธอทุกเมื่อเทอญ”
          บัดนี้เป็นเวลาล่วงมากว่า ๑๕๐ ปีแล้ว ที่ได้ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ และอาจจะกล่าวได้ว่าคาถาที่ได้พระราชนิพนธ์ไว้นี้เป็นไปตามที่ได้พระราชนิพนธ์ไว้ทุกประการ เพราะ
สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ ได้รับพระราชทานสถาปนาพระราชอิสริยยศสูงสุดในรัชกาลที่ ๕ ในฐานะพระอัครมเหสี ที่ สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรม
ราชินีนาถ ได้ทรงดำรงพระราชอิสริยยศฐานันดรศักดิ์นี้เป็นพระองค์แรกของไทย จึงกล่าวได้ว่า ทรง“...มีอิสริยยศประเสริฐสุด...” สมดังคาถาพระราชทานพระนามที่สมเด็จพระบรม
ชนกนาถพระราชทานไว้แก่พระองค์แล้วทุกประการ


สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ ฉลองพระองค์ตามพระราชนิยมในราชสำนักฝ่ายใน
ที่การผสมผสานระหว่างพระภูษาโจงแบบไทย กับฉลองพระองค์ที่ได้รับอิทธิพลจากราชสำนักยุโรป
ข้อมูลภาพ ณ วันที่25-12-56

          สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี เป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชสมภพแต่สมเด็จ
พระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตา (เจ้าจอมมารดาเปี่ยม สกุลเดิม สุจริตกุล) พระราชสมภพเมื่อวันศุกร์ที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๐๗ ในพระบรมมหาราชวัง เป็นพระเจ้าลูกเธอชั้นเล็ก
ในช่วงปลายรัชกาลที่ ๔
          เมื่อพระชนมายุ ๑๖ พรรษา พระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี ทรงรับราชการสนองพระเดชพระคุณในตำแหน่งพระภรรยาเจ้า เช่นเดียวกับพระเชษฐภคินีร่วม
พระชนนี อีก ๒ พระองค์ คือ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี และสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี (สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี
พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า) ทรงได้รับการสถาปนาเป็น พระมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ และดำรงพระอิสริยยศ พระราชอิสริยยศตามลำดับ ดังนี้
          ที่ พระนางเธอ เสาวภาผ่องศรี
          ที่ พระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระวรราชเทวี
          ที่ สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระอัครราชเทวี
          จนกระทั้งในปีพุทธศักราช ๒๔๓๙ ทรงได้รับการสถาปนาพระราชอิสริยยศสูงสุด ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ และเมื่อคราวที่พระบาท
สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก ในปี พ.ศ. ๒๔๔๐ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ เป็นผู้
สำเร็จราชการแผ่นดินแทนพระองค์ นับเป็นการสถาปนาฐานันดรศักดิ์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย


พระบรมฉายาลักษณ์ที่ทรงฉายร่วมกับพระบรมราชสวามี และเหล่าพระราชโอรส
(สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ ทรงอุ้มสมเด็จฯ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์)

ข้อมูลภาพ ณ วันที่25-12-56

          สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชโอรส ๙ พระองค์ และพระราชธิดา ๒ พระองค์ รวม ๙ พระองค์ ได้แก่
๑. สมเด็จฯ เจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัย (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัย กรมพระเทพนารีรัตน์)
๒. สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ (พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖)
๓. สมเด็จฯ เจ้าฟ้าตรีเพ็ชรุตม์ธำรง (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าตรีเพ็ชรุตม์ธำรง)
๔. สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ) ต้นราชสกุล จักรพงษ์
๕. สมเด็จฯ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์)
๖. สมเด็จเจ้าฟ้าหญิง สิ้นพระชนม์ในวันประสูติ
๗. สมเด็จฯ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา)
๘. สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพชรบูรณ์อินทราชัย) ต้นราชสกุล จุฑาธุช
๙. สมเด็จฯ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ (พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗)


สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ ทรงฉายพระรูปร่วมกับข้าราชสำนักฝ่ายใน
ณ อัฒจรรย์ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ข้อมูลภาพ ณ วันที่25-12-56

          ในด้านพระราชกรณียกิจที่ทรงบำเพ็ญมาตลอดพระชนมชีพนั้น นอกจากทรงได้ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แล้ว สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ
ในฐานะทรงเป็นประมุขของฝ่ายใน ทรงปกครองข้าราชบริพารฝ่ายใน อย่างมีน้ำพระทัยกว้างโดยมิเคยรังเกียจข้าบาทบริจาริกาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่
กลับทรงปกครองด้วยพระเมตตาคุณ พระขันติคุณทุกประการ ทรงเป็นผู้นำสตรีไทยในยุคแรกแห่งการพัฒนาแบบสากล ทรงเป็นครูผู้บำเพ็ญวิทยาทานต่อเหล่าพระประยูรญาติ
และเยาวกุมารีทั้งหลาย ทรงสนพระราชหฤทัยในงานพัฒนาสตรี ทรงพระราชทานกำหนดโรงเรียนราชินี ด้วยทรงสนพระราชหฤทัยในการพัฒนาสตรีและทรงมีพระราชดำริว่าความ
รุ่งเรืองของบ้านเมืองย่อมอาศัยการศึกษาเล่าเรียนที่ดี จึงทรงบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งโรงเรียนสำหรับเด็กหญิงหลายแห่งขึ้นในกรุงเทพมหานคร
          นอกจากนี้ในด้านสุขอนามัยและสาธารณสุข ทรงมีพระราชดำริจัดตั้ง สภาอุณาโลมแดง และได้ทรงบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดสร้างขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางบรรเทา
ทุกข์ช่วยเหลือผู้เจ็บป่วย และต่อมมาได้ใช้ชื่อว่า สภากาชาดสยาม ซึ่งได้แปรเปลี่ยนมาเป็น สภากาชาดไทยในปัจจุบัน ในการนี้ทรงดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
พระองค์แรกอีกด้วย
          ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๓ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมงกุฎราชกุมาร เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ ๖ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศเฉลิมพระนามาภิไธยเป็น สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี นับตั้งแต่นั้นมา สมเด็จ
พระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ เสด็จสวรรคต ด้วยพระอาการพระยกนะ (ไต) วาย เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๒ ณ พระราชวังพญาไท สิริพระชนมายุได้ ๕๕ พรรษา
๙ เดือน ๑๙ วัน

          ด้วยพระเกียรติคุณที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชนนานัปการ จนเป็นที่ประจักษ์ชัดจนถึงทุกวันนี้ องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์
และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ UNESCO จึงได้ประกาศราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติคุณยกย่องให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก ในฐานะที่ทรงมีผลงานดีเด่นด้านการศึกษา
สำหรับเด็กหญิงและสตรี การศึกษาด้านสาธารณสุขศาสตร์ วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ประยุกต์ และสังคมและมนุษย์ศาสตร์ ปี ๒๕๕๖ และในโอกาสวาระ ๑๕๐ ปี พระราชสมภพ
สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ ๑ มกราคม ๒๕๕๗ รัฐบาลได้กำหนดจัดงานเฉลิมฉลองโดยมีกำหนดระยะเวลาของการจัดงานฯ รวม ๒ ปี ในช่วงระหว่างวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๗ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ เพื่อเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติคุณให้ปรากฏแผ่ไพศาล สืบไป



เอกสารอ้างอิง
...........................................................................................................................

๑. คาถาพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระนาม
พระโอรสธิดา และพระนามพระราชโอรสและพระราชธิดาในรัชกาลที่ ๔ และ พระราช
นิพนธ์ในรัชกาลที่ ๕. กรุงเทพฯ : ม.ป.พ. , ๒๕๒๔ พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ
หม่อมเจ้าอัปภัศราภา เทวกุล ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส
๒. ดารณี ศรีหทัย. สมเด็จรีเยนต์. กรุงเทพฯ : มติชน, ๒๕๕๔.
๓. ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย. สี่แผ่นดินกับเรื่องจริงในราชสำนักสยาม. พิมพ์ครั้งที่ ๔.
กรุงเทพฯ : มติชน, ๒๕๕๔.