ภาวะผู้นำในยุคการเปลี่ยนแปลง
โดย...คุณเมธี   ปิยะคุณ
หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์โครงการและหลักสูตรฝึกอบรม
สำนักศึกษาต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

(เรียบเรียงเนื้อหาจากบทวิทยุกระจายเสียง ปี 2551)

          คำว่าภาวะผู้นำหรือความเป็นผู้นำในภาษาอังกฤษเรียกว่า leader chip นั้นมีความหมายถึงความสามารถในการนำซึ่งเป็นสิ่ง
สำคัญอย่างยิ่งสำหรับความสำเร็จของผู้นำ ภาวะผู้นำได้รับความสนใจและมีการศึกษามาเป็นเวลานาน และในปัจจุบันนี้ก็ยังมีการ
ศึกษาภาวะผู้นำอยู่ตลอดเวลา และพยายามจะหาภาวะผู้นำที่มีประสิทธิภาพในแต่ละองค์การและในสถานการณ์ต่าง ๆ กัน


ภาพจาก Web Site
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/793/5793/images/other/sapa.jpg
http://gad.kku.ac.th/main/images/stories/main/rakar/460226_023.gif

          ผู้นำเขาบอกว่าคือบุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่ม สามารถนำกลุ่มปฏิบัติงานต่าง ๆ ไปสู่ผลสำเร็จตามเป้าหมาย เริ่มจากใกล้ตัว
ที่สุด คือ ครอบครัว หัวหน้าครอบครัวได้แก่ พ่อแม่ถือเป็นผู้นำที่พยายามสร้างสิ่งที่ดี ๆให้กับทุกคนในบ้าน ถ้าเป็นการมองไกลไป
ถึงระดับชุมชน คือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ ปลัดอำเภอ รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดล้วนแล้วแต่เป็นผู้นำในหลากหลายรูปแบบ
ที่มีเป้าประสงค์ คือ การสร้างสรรค์กิจการหรือสิ่ง ต่าง ๆ ให้เกิดผลสำเร็จในชุมชนนั้น ๆ ขณะเดียวกันถ้าเรามามองผู้นำใน
มหาวิทยาลัยก็จำเป็นจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถและคุณลักษณะที่สามารถขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยไปได้อย่างดีในทุก ๆ
ภารกิจ ดังนั้น เอาคำว่าภาวะมารวมกับผู้นำเป็นภาวะผู้นำ ถือว่าเป็นศาสตร์และศิลป์ เป็นเรื่องเฉพาะของแต่ละบุคคลที่สามารถ
สร้างขึ้นมาได้ด้วยการเรียนรู้และประสบการณ์ที่สร้างสมมาในระดับหนึ่ง ถ้าพูดถึงตรงนี้ทุกคนสามารถสร้างภาวะผู้นำได้ หลาย ๆ คนยังคิดว่าภาวะผู้นำจะต้องเป็นผู้บริหารอย่างเดียวแต่ไม่ใช่ ทุกคนสามารถสร้างภาวะผู้นำของตัวเองขึ้นมาได้ ลักษณะของสภาวะ
ผู้นำจึงต้องเป็นผู้ที่มีความรอบรู้ มีทักษะ เป็นการสร้างสมประสบการณ์นั่นเอง และการแสดงออกที่เหมาะสม
          ลักษณะของผู้นำที่พึงประสงค์ คือ 7F Fแรก คือ focus คือ มีมุมมองที่ชัดเจน มองทุกสิ่งต่าง ๆ รอบตัวในแง่ดี ความชัด
เจนเกิดขึ้นแล้ว Fที่ 2 ความยืดหยุ่น flexible แต่ภาวะผู้นำก็คือเราต้องมีความรอบรู้ในทุก ๆ เรื่องที่เกิดขึ้น Fที่ 3 มีความรวดเร็ว
คือ fast เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง Fที่ 4 มีความเป็นมิตรหรือ friendly ต้องรู้จักคน บอกคนได้ใช้คนเป็น Fที่ 5 มีอารมณ์ขัน fun
สามารถที่จะพูดจาหรือกระทำในลักษณะของความน่าเชื่อถือ อารมณ์ขันนี่คือทำให้บรรยากาศไม่เคร่งเครียดเกินไป และถูกกาล
เทศะ Fที่ 6 มีความจริงใจ fare เฉลียวฉลาดในทางอารมณ์ ไม่เป็นขี้โกรธง่ายหรือเป็นคนเข้าอารมณ์ Fที่ 7 family มีส่วนรวม
ของครอบครัว รับผิดชอบต่อครอบครัว 7F นี่คือเป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของการที่จะมีภาวะผู้นำเกิดขึ้น
         สมรรถนะหรือ competence ด้านการบริหาร หมายถึงความสามารถที่จะกำหนดวิธีการที่เราใช้ในการพัฒนาตนเอง และ
แสดงออกในลักษณะของความสามารถที่เรามีอยู่ คือ มีศักยภาพมีความสามารถ มีการพัฒนามีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา
          ส่วนสมรรถนะด้านความสัมพันธ์กับผู้อื่น อันนี้ก็ถือว่าเป็นสมรรถนะที่มีความสำคัญเป็นข้อที่ 2 หมายถึงความสามารถที่กำ
หนดวิธีการที่เราใช้สัมพันธ์กับผู้อื่นในทางที่ดี
          สุดท้ายสมรรถนะด้านการบริหารงาน หมายถึงความสามารถที่จะกำหนดประสิทธิภาพหรือประสิทธิผลให้ได้มาซึ่งผลสัมฤทธิ์
โดยผ่านกระบวนการหรือโครงสร้าง เทคโนโลยี่ต่าง ๆ หรือทรัพยากรทางการบริหารที่เรามาใช้ สรุปง่าย ๆ ก็คือต้องรู้จักตนเอง ต้อง
รู้จักผู้อื่นแล้วก็ต้องรู้จักวิธีการในการที่จะทำงานกับผู้อื่นด้วย
          ประสิทธิภาพของผู้นำสามารถแสดงออกโดยผ่านการใช้อำนาจ 3 ประเภท ทั้ง 3 ประเภทข้อที่1 คือ อำนาจบังคับ เช่น คำสั่ง
ให้ผู้ตามปฏิบัติตาม หรือเป็นการสร้างบรรยากาศแห่งความเกรงกลัว หรือบั่นทอน ความคิดสร้างสรรค์ในการร่วมมือกับสถานการณ์
ฉุกเฉินที่อยู่นอกเหนือคำสั่ง เขาบอกประเภทนี้เหมาะสำหรับการรับมือกับภาวะวิกฤติต่าง ๆ วิธีการใช้อำนาจแต่ละประเภท อำนาจ
ที่ 2 คือ อำนาจประสานประโยชน์ คือ การมุ่งสร้างเอกภาพหล่อหลอมความสัมพันธ์ทั้งระหว่างบุคคลและหมู่คณะ เป็นผลต่อบรรยา
กาศในการทำงานที่เป็นกันเอง ประสานประโยชน์ คือ win win ทั้งคู่ และก็เอื้ออาทรต่อกันเหมาะสำหรับกรณีที่ต้องมีการเยียวยา
ความบาดหมายภายในทีมเราเข้าไปช่วยประสานให้มันดีขึ้น รวมถึงการสร้างขวัญกำลังใจในขณะที่มีบรรยากาศการทำงานที่เคร่ง
เครียด กดดันเราก็ต้องช่วยประสานประโยชน์ตรงนั้น


ภาพจาก Web Site
http://www.lhbank.co.th/z_img/career_new.jpg
http://www.pr.nu.ac.th/pic/wanawan2.jpg

          สุดท้าย อำนาจตามหลักการ เป็นอำนาจการยึดมั่นหลักการด้วยวิสัยทัศน์ เป็นการสร้างบรรยากาศให้ผู้ตามเกิดแรงบันดาลใจ
ไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย อำนาจลักษณะนี้เหมาะสำหรับกรณีที่มุ่งไปสู่ทิศทางเดียวกัน เมื่อกำหนดวิสัยทัศน์เราก็ต้องว่าไปใน
แนวทางในการที่จะทำให้การทำงานหรือทำอะไรให้ไปสู่เป้าหมายที่เราวางไว้ด้วยกัน ลักษณะ 3 ประเภทนี้เป็นอำนาจที่เฉพาะผู้นำ
สามารถใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน
          การนำภาวะผู้นำมาใช้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คำว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ก็หมายถึง การที่เราใช้สิ่งเก่า ๆ กลายเป็นสิ่งใหม่ ๆ
หรือการเปลี่ยนแปลงสิ่งเก่าไปสู่สิ่งใหม่ ซึ่งอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นทันทีแต่จะมีช่วงของการเปลี่ยนแปลงซึ่งมีอยู่ 2 ระยะ ช่วงเปลี่ยนผ่าน
ระยะแรกเป็นระยะที่ยากต่อการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากคนมีความเคยชินกับระบบเหมือนเดิม และมีความสงสัยในสิ่งใหม่ว่าจะดี
หรือไม่ เมื่อใช้ระบบวิธีการใหม่ ๆ กับเพื่อนร่วมงานหรือลูกน้อง แล้วก็อีกช่วงหนึ่ง คือ ช่วงเปลี่ยนผ่านระยะที่ 2 เป็นระยะที่ยากและ
ท้าทายกว่าในระยะแรก คือ ผู้นำในการเปลี่ยนแปลงต้องแสดงความสามารถให้คนยอมรับ คนจะยอมรับในสิ่งใหม่ ๆ เพื่อให้เกิด
การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น โดยการปรับพฤติกรรมหรือเร่งเร้าให้คนอยากทำหรือคล้อยตาม โดยต้องรู้จักหาวิธีการทำการเปลี่ยนแปลง
ให้เกิดขึ้นและทำให้สำเร็จให้จงได้ นั่นคือความมุ่งมั่น และพยายามทำความฝันให้เป็นจริงโดยอิงกับจุดแข็งที่มีอยู่ หลักง่าย ๆ คือ
อะไรที่เป็นจุดแข็ง พยายามใช้จุดแข็งให้เป็นประโยชน์และต่อยอดจุดแข็ง เน้นความแตกต่างที่ให้ประสิทธิผลต่อการแข่งขัน ให้
จุดแข็งต่อยอดไป เรื่อย ๆ แล้วพยายามที่จะทำจุดอ่อนให้กลายเป็นจุดแข็ง นั่นคือลักษณะของการนำเอาภาวะ ผู้นำมาใช้ให้เกิด
การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น แต่ต้องยอมรับอย่างหนึ่ง คือ การต่อต้านจะต้องเกิดมีแน่นอนแต่เราจะทำอย่างไรให้สิ่งนั้นคลี่คลาย
ลงจนเป็นการยอมรับและให้เขาเห็นว่าสิ่งที่เราทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นทางไปสู่การทำงานที่ดีขึ้น
          ภาวะผู้นำในยุดการเปลี่ยนแปลงต้องบริหารงานเพื่อนำการเปลี่ยนแปลงซึ่งต้องมีผู้นำ คือบอกทิศทางในการพัฒนาได้ เกิด
วิสัยทัศน์และมีการสื่อสารทั่วทั้งองค์กรให้ชัดเจน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เห็นทิศทางจะไปอย่างไร ไปที่ไหน ไปเมื่อไหร่ แล้วก็ได้อะไร

นางสาวเยาวลักษณ์  ศิริสุวรรณ  ผู้เรียบเรียง
(เรียบเรียงเนื้อหาจากบทวิทยุกระจายเสียง ปี 2551
)