ไผ่ : ไม้สารพัดประโยชน์ช่วยลดโลกร้อน
โดย...คุณชุติญา  จงมีเสร็จ
อ.เมือง  จ.ศรีสะเกษ

(เนื้อหาและภาพประกอบเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน)


          ไม้ไผ่ เป็นไม้ประจำวิถีชีวิตของคนไทยมาช้านาน ชุมชน ไปตั้งถิ่นฐานใดจะปลูกไผ่ไว้เป็นรั้วของหมู่บ้าน ต่อมาเมื่อชุมชน
ขยายใหญ่ขึ้นจะปลูกไผ่ไว้ริมทางหรือริมรั้วบ้าน
          ไผ่เป็นไม้โตเร็ว และสามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ได้แก่ หน่อไผ่สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายชนิด อาทิ อุหน่อไม้
หมก ซุปหน่อไม้ ซึ่งเป็นอาหารยอดนิยมของคนเมือง เมื่อไผ่มีอายุได้ประมาณ 1 ปี สามารถตัดมาทำข้าวหลาม เพราะเยื้อไผ่กำลังดี
เมื่อไผ่อายุได้ 2 ปี ก็สามารถนำมาจักสานเป็นเครื่องใช้ในการจับสัตว์น้ำ ประเภท ลอบ ไซ ฯลฯ เมื่อไผ่มีอายุมากขึ้นก็สามารถนำมา
ทำประโยชน์อย่างอื่น ๆ ได้ตั้งแต่ทำรั้วบ้าน พื้นบ้าน เรียกอีกอย่างว่า ฟาก (ฟาก หมายถึง การนำไม้ไผ่มาเจาะเอาปล้องออก แล้วตีแผ่
ออกใช้ปูเป็นพื้นบ้าน แทนกระดาน เรียกว่า ฟาก) ฝาบ้าน ทำเล้าไก่ เล้าหมู ทำร้านให้ต้นบวบ แตง เป็นต้น ปัจจุบันก็พบได้บ้างตาม
ชนบท และhome stay พื้นบ้านชนิดนี้จะโปร่งเพราะลมพัดผ่านได้ตลอด ทำให้เย็นสบายในฤดูร้อนและฝน แต่อาจจะไม่ดีนัก หนาว
เพราะกันลมไม่ได้ เวลาเดินเรือนที่ปูด้วยฟาก จะต้องค่อย ๆ เดิน เพราะจะมีเสียงดัง เนื่องจากการขยับตัวของไผ่ เป็นการสอนให้
คนไทยมีกิริยามารยาทนุ่มนวลไปโดยปริยาย


กอไผ่

          จึงเห็นได้ว่า ไม้ไผ่ สามารถทำประโยชน์ได้หลากหลายมากตั้งแต่งานโครงสร้าง เช่น สร้างบ้าน ของใช้ในบ้าน เช่น ตะกร้า
กระเช้า ภาชนะใส่เครื่องใช้ในครัว อุปกรณ์ตกแต่งต่าง ๆ จนถึงงานละเอียด ๆ เช่น จักสาน เพราะเนื้อไผ่มีความเหนียวสามารถ
เหลาให้เล็กได้เกือบเท่าเส้นผมทีเดียว และนี้เองคือประโยชน์ของไผ่
          ปัจจุบันการใช้ผลิตภัณฑ์จากไผ่มีน้อยลง เพราะมีผลิตภัณฑ์จากเทคโนโลยี่เข้ามาทดแทน ส่วนใหญ่ทำจากพลาสติกที่หาซื้อ
ได้ง่าย ทดทาน แต่ย่อยสลายได้ยากกว่า และนี่แหละที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน
          การพื้นฟู และหันกลับมาใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่น ไผ่นี้จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อย่างมาก ช่วยอนุรักษ์และพื้นฟูภูมิปัญญา
ท้องถิ่น ช่วยให้คนคืนถิ่นกลับมาทำงาน ณ บ้านเกิดได้อีกมาก ตามที่ได้กล่าวแล้วว่า ไผ่ เป็นไม้โตเร็ว สามารถนำมาประกอบอาหาร
ได้ในขณะที่เป็นหน่อไม้ เมื่อโตขึ้นสามารถนำมาทำผลิตภัณฑ์ ใช้ในครัวเรือน และออกจำหน่ายได้
          ชาวบ้านแถบชนบททั่วไป รวมถึงชาวอำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ยังคงใช้ภาชนะสานจากไม้ไผ่อยู่ อาทิ กระบุง ตะกร้า
กระด้ง เป็นต้น ซึ่งสามารถพบเห็นได้ในภาค อื่น ๆ ด้วย เช่นกัน แต่มีภาชนะชนิดหนึ่งที่สานจากไผ่เช่นกัน และยังไม่เคยพบในภาค
อื่น ได้แก่ คุ(ออกเสียงตามเสียงพื้นถิ่น ในพจนานุกรม ใช้คำว่า ครุ ครุ ออกเสียงควบกล้ำว่า ครุ เป็นคำนาม หมายถึง ภาชนะสาน
ชนิดหนึ่งใช้ตักน้ำ รูปกลม ๆ ยาชัน (พจนานุกรมฉบับเฉลิมพระเกียรติ พ.ศ. 2530 : 103) (ถ้า ครุ ออกเสียงว่า คะรุ หมายถึง หนัก,
ครู) ครุ เป็นภาษาถิ่นที่ใช้ในแถบภาคอีสาน แถบภาคกลางมักเรียกภาชนะที่ใช้ตักน้ำว่า ถัง หรือ กะแป๋ง ตามลักษณะของภาชนะ


ภาชนะสานจากไม้ไผ่ยาด้วยชันใส่น้ำได้ไม่รั่ว ยังหาได้ที่ศรีสะเกษ
สามารถใช้แทนถังพลาสติก ซึ่งไม่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน

          น.ส เอ็นดู ศรีแก้ว ชาวบ้านสะอาง ต. ห้วยเหนือ จังหวัดศรีสะเกษ ได้พัฒนาครุ(คุ) ที่ใช้ตักน้ำ มาเป็นศิลปะประดิษฐ์ ตกแต่ง
และของที่ระลึก ซึ่งปัจจุบันกลายมาเป็นของฝากอย่างหนึ่งของจังหวัด เรียกกันติดปากว่า ครุน้อย (คุน้อย) แต่ความนิยม ยังไม่แพร่
หลายนัก เนื่องจากการผลิต ต้องใช้ความประณีต และมีหลายขั้นตอน จึงไม่สามารถผลิตขึ้นมาตอบสนองตลาดได้ ขณะเดียวกัน
ค่าตอบแทนของผู้ผลิตก็ไม่จูงใจ จึงหันไปประกอบอาชีพอื่น จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้สินค้าไม่แพร่หลาย


ขนาดและวิธีการสานครุน้อย ที่ต้องอาศัยความละเอียด พิถีพิถัน


ครุน้อยที่ประกอบเสร็จรอการจำหน่าย

          เพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน คนตกงาน สลัมในเมืองใหญ่ เราควรหันกลับมาใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติเป็นการส่งเสริม
เศรษฐกิจในภูมิภาค ช่วยให้ชุมชนพอเพียง ทั้งนี้ ชุมชนต้องคิดริเริ่มนำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นกลับมาใช้ ในขณะที่ภาครัฐ (อบต. อบจ.)
ต้องให้การสนับสนุน ทำให้ครบวงจร ด้วยการ ส่งเสริมให้ปลูกไผ่ รณรงค์ ให้คนในวงกว้างกลับมาใช้วัสดุจากธรรมชาติในชีวิตประจำ
วัน รวมถึงการออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้สอย มีการผลิตที่เพียงพอต่อความต้องการด้วย

 

 

 

เอกสารอ้างอิง
...................................................................................................................................................................................................................................................
เอ็นดู ศรีแก้ว ผู้ให้สัมภาษณ์ นางชุติญา จงมีเสร็จ ณ บ้านเลขที่ 30 หมู่ 12
บ้านสะอาง ตำบลห้วยเหนือ อำเภอขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ
นายสุรัตน์ ปราบเสียง ผู้ใหญ่บ้านสะอาง เป็นผู้ให้ สัมภาษณ์ นางชุติญา จงมีเสร็จ
ที่บ้านเลขที่ 67 หมู่ 12 ตำบลห้วยเหนือ อำเภอขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ
สัมภาษณ์วันที่ 13 พฤษภาคม 2546