เปิดตำนานนิทานพื้นบ้าน
โดย...นางสาวปัญจ์ปพัชรภร  บุญพร้อม
อาจารย์วิทยาลัยนครราชสีมา วิทยาคารกรุงเทพฯ
ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี
e-mail : lloo_ve@hotmail.com

(เนื้อหาและภาพประกอบเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน)


          นิทานพื้นบ้าน (folktales) หมายถึง เรื่องเล่าที่เล่าต่อๆ กันมา จากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่งโดยไม่ทราบว่าใครเป็นผู้แต่ง เช่น เรา
ไม่สามารถบอกได้ว่า ใครแต่งนิทานเรื่องสังข์ทอง ปลาบู่ทอง โสนน้อยเรือนงาม ไกรทอง นางสิบสอง เพราะนิทานเหล่านี้ ถ่ายทอดโดยการเล่า
จากความทรงจำต่อๆ กันมา เช่น ปู่ย่าตายายเล่าให้พ่อแม่ฟัง พ่อแม่เล่าให้ลูกหลานฟัง หรือมีการแพร่กระจายจากท้องถิ่นหนึ่งไปสู่อีกท้องถิ่นหนึ่ง

ลักษณะของนิทานพื้นบ้าน

1. เป็นเรื่องเล่าด้วยถ้อยคำธรรมดา เป็นภาษาร้อยแก้วไม่ใช่ร้อยกรอง
2. เล่าด้วยปากสืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านาน และเมื่อการเขียนเจริญขึ้น ก็อาจมีการเขียนขึ้นตามเค้าเดิมที่เคยเล่าด้วยปาก
3. ไม่ปรากฏว่าผู้เล่าดั้งเดิมเป็นใคร อ้างแต่ว่าเป็นของเก่าฟังมาจากผู้เล่าซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในอดีตอีกต่อหนึ่ง ผิดกับนิยายสมัยใหม่
ที่ทราบตัวผู้แต่ง แม้นิทานที่ปรากฏชื่อผู้แต่ง เช่น นิทานของกริมม์ ก็อ้างว่าเล่าตามเค้านิทานที่มีมาแต่เดิมไม่ใช่ตนแต่งขึ้นเอง
4. ต้องเป็นเรื่องเก่า
5. ต้องเล่ากันด้วยภาษาร้อยแก้ว
6. ต้องเล่ากันด้วยปากมาก่อน
7. ต้องแสดงความคิดความเชื่อของชาวบ้าน
8. เรื่องจริงที่มีคตินับอนุโลมเป็นนิทานได้ เช่น มะกะโท ชาวบ้านบางระจัน เป็นต้น

ประเภทของนิทานพื้นบ้านแบ่งออกเป็น 14 ประเภท
          ประเภทแรก คือ นิทานปรัมปราหรือนิทานทรงเครื่องเป็นเรื่องเล่าที่ค่อนข้างยาว เนื้อเรื่องประกอบไปด้วยอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ที่เกินกว่า
มนุษย์สามารถจะทำได้ เช่น เรื่องโสนน้อยเรือนงาม ปลาบู่ทอง เป็นต้น
          ประเภทที่สอง คือ นิทานท้องถิ่นหรือนิทานประจำท้องถิ่น นิทานประเภทนี้ผู้เล่าเล่าด้วยความเชื่อว่าเหตุการณ์หรือปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น
เป็นเรื่องจริงและมักจะมีหลักฐานอ้างอิงประกอบเรื่อง มีตัวบุคคลจริง มีสถานที่จริง ๆ กำหนดไว้แน่นอน เช่น พระร่วง เรื่องเจ้าแม่สร้อยดอก
หมากเรื่องเมืองลับแล เช่นถ้าเรื่องเจ้าแม่สร้อยดอกหมากก็ที่วัดพนัญเชิงจะมีศาลที่มีประวัติของท่าน แล้วก็มีบรรยากาศจากท่าเรือ เห็นแล้วจะ
นึกถึงภาพถ้าเราไปสักการะก็จะเห็นภาพตรงนั้น
          ประเภทที่สาม คือ นิทานประเภทอธิบายเหตุ เป็นเรื่องที่ตอบคำถามว่าทำไม เพื่ออธิบายความเป็นมาของบุคคลหรือปรากฏการณ์ต่าง ๆ
ของธรรมชาติ รวมถึงสมบัติที่ฝังไว้ เช่น เหตุใดกาจึงมีสีดำ เรื่องปู่โสมเฝ้าทรัพย์ หรือเกาะหนู เกาะแมว ในจังหวัดสงขลาอันนี้เป็นเรื่องของ
สถานที่ว่าลักษณะเหมือนหนูก็เรียกว่าเกาะหนู แบบนี้จะมีทั่วประเทศ
          ประเภทที่สี่ คือ นิทานชีวิต เป็นเรื่องค่อนข้างยาวประกอบด้วยหลายตอน คือเนื้อหาของละครจะคล้ายชีวิตจริง ตัวละครมักเป็นคนธรรมดา
สามัญหรือลักษณะการเดินเรื่องเป็นแบบคนธรรมดา แล้วก็มีตัวองค์ประกอบเหมือนละครเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องของความรัก ความโกรธ โลภหลง
ความกลัว ความกล้าหาญหรือสะเทือนอารมณ์ อย่างเช่น เรื่องขุนช้างขุนแผน เป็นเรื่องของความรัก เรื่องพระลอก็เป็นเรื่องที่สะเทือนอารมณ์
          ประเภทที่ห้า คือ นิทานผี เป็นนิทานที่มีตัวละครเป็นผี มีวิญญาญ มีเหตุกาณ์ที่เกี่ยวข้องกับผีหลอกฟังแล้วก็จะรู้สึกตื่นเต้น ยิ่งคนเล่าทำ
ท่าทางประกอบยิ่งทำให้ได้บรรยากาศ
          ประเภทที่หก คือ นิทานวีรบุรุษ เป็นนิทานที่กล่าวถึงคุณธรรม ความสามารถ ความเฉลียวฉลาดความกล้าหาญของบุคคล ส่วนมากเป็น
วีรบุรุษของชาติทันเมือง เช่น ไกรทอง เจ้าสายน้ำผึ้ง
          ประเภทที่เจ็ด คือ คติสอนใจหรือนิทานประเภทคำสอน เป็นเรื่องสั้น ๆ ไม่สมจริงมีเนื้อหาในเชิงสอนใจให้แนวทางในการดำเนินชีวิตให้
ถูกต้องถูกทำนองคลองธรรม บางเรื่องสอนด้วยวิธีบอกตรง ๆ บางเรื่องให้เป็นแนวเปรียบเทียบให้เป็นอุทธาหรณ์ ในบางแห่งจึงเรียกนิทาน
ประเภทนี้ว่านิทานอุทธาหรณ์บ้างหรือนิทานสุภาษิตบ้าง ตัวละครในเรื่องอาจจะเป็นคน สัตว์ หรือเทวดา เป็นตัวดำเนินเรื่อง สมมติว่าเป็นเรื่องจริง
ที่เกิดในอดีต เช่นเรื่องหนูกัดเหล็ก นิทานอีสป
          ประเภทที่แปด คือ นิทานศาสนา เป็นนิทานเกี่ยวกับศาสนา พระเจ้า นักบวชต่าง ๆ มีประวัติอภินิหารหรืออิทธิฤทธิ์ เรื่องลักษณะนี้เป็น
ลักษณะที่ชาวตะวันตกมีมาก เช่น เรื่องพระเยซูและนักบุญต่าง ๆ ของไทยก็มีบ้างมักเป็นเรื่องของนักบวชที่เจริญภาวนา มีฌาณแก่กล้า มี
อิทธิฤทธิ์ เช่น หลวงพ่อทวด สมเด็จเจ้าแตงโม เป็นต้น


ภาพจาก Web Site
http://www.booktime.co.th/app/image.php?file=../children/covers/9786167133195.jpg
http://www.bookpoint.co.th/bookpoint/pictures/product/9786167125701.GIF
http://www.arts.chula.ac.th/folklore/images/Publication/images/52-3.jpg
http://www.bookmartonline.com/book_cover/S001-00022.jpg
http://www.bookmartonline.com/book_cover/S001-00023.jpg
http://www.weloveshopping.com/shop/msmileshop/BB004.jpg
ข้อมูลภาพ ณ วันที่ 12-2-56

          ประเภทที่เก้า คือ นิทานชาดก หมายถึงเรื่องของพระพุทธเจ้าที่มีมาแต่ชาติก่อน ๆ ในเรื่องจะกล่าวถึงพระประวัติและพระจริยวัตรของ
พระพุทธเจ้าเมื่อครั้งยังเป็นพระโพธิสัตว์เสวยชาติในภพภูมิต่าง ๆ ชาดกที่รู้จักกันโดยทั่วไปคือ ทศชาดก โดยเฉพาะชาดกเรื่อง พระเวสสันดร
          ประเภทที่สิบ คือ ตำนานหรือเทพนิทาน เป็นนิทานที่ตัวละครสำคัญเป็นเทพยดา นางฟ้า หรือบุคคลในเรื่องต้องมีส่วนสัมพันธ์กับความ
เชื่อทางศาสนาและพิธีกรรมต่าง ๆ ซึ่งมนุษย์ปฏิบัติอยู่ เช่น เรื่องท้าวมหาสงกรานต์ หรือเรื่องเกี่ยวกับพระอินทร์ เป็นต้น
          ประเภทที่สิบเอ็ด คือ นิทานสัตว์ เป็นนิทานที่มีตัวเอกเป็นสัตว์ แต่สมมติให้มีความนึกคิดการกระทำและพูดได้เหมือนคน บางทีเป็นเรื่อง
ที่มีคนเกี่ยวข้องและพูดโต้ตอบปฏิบัติต่อกันเสมือนเป็นคนด้วยกัน บางเรื่องก็แสดงความฉลาดหรือความโง่เขลาของสัตว์ บางทีเป็นเรื่องของสัตว์
ที่มีลักษณะเป็นตัวโกงคอยแกล้งสัตว์อื่นแล้วได้รับความเดือดร้อน นิทานสัตว์ถ้าโดยเจตนาและสั่งสอนคติธรรมอย่างชัดเจนก็จัดเป็นนิทานคติสอน
ใจได้เช่นกัน
          ประเภทที่สิบสอง คือ นิทานเข้าแบบ คือนิทานที่มีแบบแผนในการเล่าเป็นพิเศษแตกต่างจากนิทานประเภทอื่น ๆ เช่น ที่เล่าซ้ำต่อเนื่อง
กันไป หรือมีตัวละครหลาย ๆ ตัว พฤติกรรมเกี่ยวข้องกันเป็นทอด ๆ
          ประเภทที่สิบสาม คือนิทานลูกโซ่ เป็นนิทานที่ดำเนินเรื่องราวไปอย่างเดียวแต่มีตัวละครหลายตัวและมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องเป็นทอด ๆ
พฤติกรรมนั้นอาจจะไม่สัมพันธ์กับตัวละครเดิมก็ได้ นิทานลูกโซ่ที่รู้จักของไทยคือเรื่องยายกับตาปลูกถั่วปลูกงาให้หลานเฝ้า ก็เป็นทอด ๆ ฟังแล้ว
ให้คิดตามไปเรื่อย ๆ และก็คิดตามไปเรื่อย ๆ และตื่นเต้นไปเรื่อย ๆ
          ประเภทที่สิบสี่ คือนิทานปริศนาเป็นนิทานที่ผูกถ้อยคำเป็นเงื่อนงำให้ทายหรือคิดไว้ในเนื้อหาหรือท้ายเนื้อหา หรือตอนสำคัญของเรื่อง
ผู้ฟังได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนิทานที่ฟังหรืออ่าน นิทานปริศนาที่พบมากในไทยได้แก่นิทานปริศนาธรรม นิทานเวตาล

คุณค่าของนิทานพื้นบ้าน
          1.ให้ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมของเจ้าของนิทาน เช่น ความรู้เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ จารีตประเพณี ความเชื่อ ค่านิยม สภาพเศรษฐกิจ
ภูมิประเทศ และถิ่นฐานบ้านเรือน
          2.ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน ปกติแล้วผู้เล่านิทานมักเป็นผู้ใหญ่หรือผู้มีประสบการณ์และผู้ฟังมักจะเป็นเด็กหรือมีประสบการณ์น้อย
กว่าการเล่านิทานพื้นบ้านเป็นกิจกรรมที่ยังความชื่นชอบในผู้ฟังทุกหมู่ทุกเหล่า
          3.สอนหรือสอดแทรกศีลธรรม จริยธรรม คุณธรรม หรือให้คติเตือนใจ เช่น นิทานชาดก นิทานอีสป นิทานสุภาษิต นิทานในศาสนาต่าง ๆ
นิทานเหล่านี้ล้วนสอนให้ผู้ฟังได้ตระหนักถึงคุณธรรมที่พึงประสงค์ทั้งทางโลกและทางธรรม เช่น สอนให้ไม่เห็นแก่ตัว สอนให้ยึดมั่นในพระผู้เป็น
เจ้า สอนให้ระวังการใช้คำพูด ฯลฯ กระตุ้นความเป็นวีรบุรุษ พัฒนาศรัทธาที่มีต่อศาสนา



เอกสารอ้างอิง
...........................................................................................................................

นิทานพื้นบ้าน. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://kanchanapisek.or.th/kp6/New/sub
/book/book.php?book=26&chap=5&page=chap5.htm (02/02/2556)
ความหมายของนิทานพื้นบ้าน พื้นบ้าน. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://www.baanmaha.com/(02/02/2556)
คลังปัญญาไทย.นิทานพื้นบ้าน . [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php (02/02/2556)
นางกมลรัตน์ สิริธรังศรี (2552). ตำนานนิทานพื้นบ้าน. . [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://www.stou.ac.th/study/sumrit/3-55/page4-3-55.html (02/02/2556)