มูลนิธิพันธกิจเรือนจำคริสเตียน
โดย...อาจารย์สุนทร สุนทรธาราวงศ์
ประธานมูลนิธิพันธกิจเรือนจำคริสเตียน

(เรียบเรียงเนื้อหาจากบทวิทยุกระจายเสียง ปี 2553)

          พันธกิจเรือนจำคริสเตียน คนกลุ่มแรกที่ร่วมกันก่อตั้งเป็นพี่น้องที่เป็นคริสเตียนมีความต้องการอยากจะให้งานนี้เป็นงานที่ช่วย
เหลือผู้ที่ถูกมองข้ามในสังคม ให้สามารถกลับเข้าสู่สังคมได้อีกครั้งหนึ่ง


ภาพจาก Web Site
http://www.happyhouse09.com/working/26-12-2554%2011-26-34.png
ข้อมูลภาพ ณ วันที่ 26-4-55

          วัตถุประสงค์ คือจะเข้าไปทำพันธกิจในการให้การอบรมพัฒนาชีวิตแก่ผู้ต้องขังในเรือนจำทุกแห่งทั่วประเทศไทย รวมถึง
เยาวชนที่อยู่ในสถานพินิจด้วย พันธกิจได้ให้การช่วยเหลือในด้านการอบรมพัฒนาชีวิต ด้านการศึกษาในด้านการส่งเสริมการเข้าสู่
สังคมของบรรดาผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำทุกแห่งรวมถึงเยาวชนที่อยู่ในสถานพินิจด้วยนั้นเป็นวัตถุประสงค์หลัก กลุ่มเป้าหมายนี้จะ
ขยายกว้างจากเรือนจำที่เป็นผู้ต้องขังในเรือนจำเขตกรุงเทพมหานคร และภาคปริมณฑล ภายหลักถูยอมรับจากหน่วยงานของราชการ
คือ กระทรวงยุติธรรม และกรมราชทัณฑ์ จากนั้นมีโอกาสขยายงานออกไปสู่จังหวัดต่าง ๆ เนื่องจากในประเทศไทยมีเรือนจำอยู่ทุก
จังหวัด ฉะนั้นจึงได้ขยายไปตามกำลังของอาสาสมัครที่มีอยู่ตามท้องถิ่นในจังหวัดต่าง ๆ กลุ่มเป้าหมายจึงขยายออกไปเพื่อให้การช่วย
เหลือผู้ต้องขังในเรือนจำทุกแห่งในประเทศไทย ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 60 แห่ง
          ปัญหาในการได้รับความร่วมมือจากทางภาคราชการยังน้อยเกินไปในแต่ละแห่ง เรือนจำแต่ละแห่งจึงมีนโยบายและความคิด
เมื่อไปจัดกิจกรรมพัฒนาผู้ต้องขังออกมาในแนวเน้นให้ได้รับการพัฒนาชีวิต เพื่อกลับสู่สังคม ฉะนั้นแนวทางจึงแตกต่างกัน บางเรือน
จำมีความเข้าใจให้ความร่วมมือดี แต่บางเรือนจำไม่มีความเข้าใจก็จะไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร อุปสรรคเป็นปัญหาที่เกิดขึ้น
ในบางเรือนจำที่มีเจ้าหน้าที่ ที่ไม่มีความเข้าใจและไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร
          ทางพันธกิจได้ทำหนังสือชี้แจงไปให้แต่ละเรือนจำเพื่อที่จะเข้าใจในนโยบายและหลักการ เข้าไปในเรือนเรือนจำไหนที่สามารถ
ร่วมมือกันได้ก็จะเริ่มในเรือนจำนั้น แต่ถ้าเรือนจำไหนยังไม่พร้อมก็จะไปเรือนจำอื่นก่อนกลุ่มเป้าหมายมีหลากหลายที่จะสามารถเข้า
ไปได้ ฉะนั้นจะใช้เวลาอธิบายให้กับบางเรือนจำที่มีเข้าใจ
         กิจกรรมที่มูลนิธิจัดให้กับผู้ต้องขังโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยเอาดนตรีไปเป็นแนวฟื้นฟูบำบัดให้แก่ผู้ต้องขัง เนื่องจากว่า
สภาวะของชีวิตและจิตใจของผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำไม่ปกติแบบคนทั่วไป ทั้งความเป็นอยู่ ทั้งสภาพแวดล้อม รวมถึงอนาคต ฉะนั้น
ดนตรีเป็นแนวทางในการพัฒนาชีวิตเพื่อให้เกิดอารมณ์แห่งความสบายใจ โครงการหลักเข้าไปในเรือนจำทุกแห่ง คือจะเน้นการ
พัฒนาคุณธรรมและจริยธรรมของชีวิต จะให้เข้าใจหลักการของชีวิตความหมายของชีวิตสอดคล้องกับดนตรีนั้นเป็นสิ่งแรกและหลัง
จากนั้นจะมีกิจกรรมอื่นส่งเสริมเข้าไปตามสภาพของผู้ต้องขัง เช่นการส่งเสริมด้านการศึกษา เพื่อจะให้ผู้ต้องขังได้รับคุณภาพทางด้าน
การศึกษาเพื่อจะออกไปประกอบอาชีพได้ รวมถึงอีกกิจกรรมหนึ่งที่ทำประจำเป็นการฝึกวิชาชีพตามความจำเป็น หรือในสิ่งที่ทาง
เรือนจำไม่ได้ทำ โครงการการช่วยเหลืออบรมผู้พ้นโทษ ผู้ที่ใกล้พ้นโทษ จะได้รับความช่วยเหลือจากทางมูลนิธิ มีหอพัก มีศูนย์ช่วย
เหลือผู้พ้นโทษอยู่ในกรุงเทพฯ ในกรณีที่ทำกิจกรรมเหล่านี้กับผู้ต้องขังในเรือนจำ เพื่อให้บุคคลเหล่านี้ออกจากเรือนจำไปทางมูลนิธิ
ยังให้ความช่วยเหลือกับบุคคลเหล่านี้ โครงการที่หลังจากพ้นโทษออกมาแล้ว ทางศูนย์เรียกว่าบ้านพระพร ศูนย์ที่ให้ความช่วยเหลือ
ผู้พ้นโทษ เป็นโครงการที่เพิ่มเติมจากที่ทำอยู่ในเรือนจำการเปิดหอพักเป็นการรองรับปัญหาจากผู้พ้นโทษที่ออกมาแล้วไม่มีผู้
สนับสนุนไม่มีผู้ช่วยเหลือรวมถึงบางคนที่ไม่สามารถกลับไปที่เดิมได้ ฉะนั้นถ้าไม่มีใครช่วยเหลือหลังจากที่เขาออกจากเรือนจำไปไม่
นานเขาก็จะกลับมาสู่ที่เดิมอีก ทางมูลนิธิให้ความสำคัญทำอย่างไรให้คนเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนกับสู่สังคมได้อย่างมั่นคง จึงตั้งศูนย์
หอพักนี้เรียกว่า บ้านพระพร เพื่อรองรับทุกคนและเยาวชนที่ออกจากสถานพินิจหรือผู้ต้องขังที่ออกมาจากเรือนจำต่าง ๆ ที่ต้องการ
และสมัครใจเข้ามาอยู่ระหว่าที่เข้ามาอยู่จะให้พักฟรี กินฟรี เพื่อจะฝึกทักษะอาชีพต่าง ๆ รวมถึงการจัดหางานเพื่อให้มีงานทำจนกระ
ทั่งออกไปทำงานเรียบร้อยและยังมีการติดตามดูแลเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถอยู่ได้ในสังคมจริง ๆ


ภาพจาก Web Site
http://ywcabangkok.com/images/bangkok/community_service/social_welfare/DSC_0036.jpg
http://www.peterdreamland.com/content/images/stories/Lm123.JPG.JPG
ข้อมูลภาพ ณ วันที่ 26-4-55

          อาชีพส่วนใหญ่จะเป็นอาชีพด้านการฝีมือ เช่นช่างแอร์ ช่างไฟฟ้า ช่างยนต์ เป็นหลักตามที่ตลาดต้องการ คือในแต่ละบุคคลก็จะ
มีการฝึกอาชีพในเรือนจำกันมาบ้างแล้ว ผู้ต้องขังที่ได้รับการฝึกอยู่ในเรือนจำเมื่อออกมาแล้วจะมาประกอบอาชีพนั้นจริง ๆ ฉะนั้น
เวลาที่อยู่ในศูนย์จะมีการสอบถามตามความเป็นจริงถ้าบางคนอยากจะค้าขายจะลงทุนค้าขายให้ ถ้าบางคนอยากจะทำงานถ้ามีความ
สามารถทางศูนย์จะติดต่องานให้เพื่อให้ตรงกับความสามารถของบุคคลนั้น
          สำหรับผู้สนใจที่อยากจะเข้ามาเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือกับมูลนิธิด้านการศึกษายังขาดอยู่ หรือว่าผู้ใดสามารถฝึกด้านอาชีพ
สอนเกษตรได้ อยากจะได้มามีส่วนช่วยเนื่องจากตอนนี้ทางศูนย์มีที่ดินส่วนหนึ่งเพื่ออยากจะฝึกบุคคลเหล่านี้ที่มาอยู่ ให้ทำด้านเกษตร
แต่ยังขาดคนช่วยเหลือถ้ามีอาสาสมัครในด้านนี้ทางศูนย์ยินดีขอความร่วมมือ

          ทางศูนย์ได้เปิดหอพักบ้านพระพรช่วยเหลือผู้พ้นโทษและยังเป็นศูนย์ชุมชนการศึกษา กศน. ไม่เพียงแต่รับผู้ที่เป็นนักโทษยัง
ช่วยเหลือเยาวชนในศูนย์ฝึกหรือสถานพินิจต่าง ๆ เด็กเหล่านี้เป็นเยาวชนที่มีปัญหาทางครอบครัว และเข้าไปอยู่ในสถานพินิจเมื่อเขา
ออกมาก็จะมีงานทำร่วมกับกรมพินิจ ในการรับเด็กเหล่านี้ที่ไม่มีพ่อแม่บ้าง ที่ไม่มีคนดูแลบ้าง และไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เป็นเด็ก
กลุ่มเสี่ยง เยาวชนจะมีอายุประมาณ 16 – 17 ปี ก็จะเข้ามาอยู่ที่ศูนย์ฉะนั้นเมื่อเด็กเหล่านี้มาอยู่ก็จะช่วยส่งเสริมทางด้านการศึกษา
ด้วยการให้การศึกษา


นางสาวกชพร จูฑะจันทร์   ผู้เรียบเรียง
(เรียบเรียงเนื้อหาจากบทวิทยุกระจายเสียง ปี 2553)