เรือกอและ จิตรกรรมชิ้นเอกของชายแดนใต้
โดย...นายเจ๊ะอัสมิง  เจ๊ะมูดอ
ต.ตันหยงลุโละ อ.เมือง จ.ปัตตานี

(เนื้อหาและภาพประกอบเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน)


          เรือกอและที่ทิ้งสมอจอดลอยลำอยู่เรียงรายในอ่าว ดูเหมือนจะเป็นสัญลักษณ์ของชายแดนใต้ไปแล้วโดยปริยายคงด้วยเพราะ
สีสันอันฉูดฉาด และลวดลายอันสวยงามตระการตาที่มีสีฟ้าเข้มของน้ำทะเลตัดกับแสงที่สะท้อนน้ำเปล่งรัศมีแห่งความงามและชวน
ให้หลงใหล ตราตรึงใจ

         เรือกอและเป็นเรือที่ใช้กันมากบริเวณภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้คำว่า กอและ ในภาษายาวี มี
ความหมายว่า โคลงเคลง เรือกอและจึงมีความหมายอันแสดงถึงลักษณะเรือที่มีสภาพโคลงเคลงเมื่ออยู่ในน้ำ ไม่เคยหยุดนิ่งเหมือน
กระแสคลื่นในทะเลนั่นเอง ที่มาของเรือกอและนั้น สันนิษฐานว่า เกิดขึ้นก่อนสมัยสุโขทัยพร้อมๆกับการแผ่ขยายของอิสลามใน
ประเทศไทย และการเข้ามาตั้งรกรากถิ่นฐานในภาคใต้ตอนล่างเลียบชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตั้งแต่นครศรีธรรมราชลงไปถึงแหลม
มลายู และเนื่องจากมุสลิมในภาคใต้มีความเชี่ยวชาญในการออกทะเล เนื่องด้วยคนส่วนใหญ่เป็นชาวพื้นเมือง เครื่องไม้เครื่องมือ
ในการทำประมงแต่เดิมใช้ใบในการขับเคลื่อน และเป็นเรือที่มีความคล่องตัวสูง โต้คลื่นได้ดี และคว่ำยาก เนื่องจากท้องเรือมีลักษณะ
กลม อันเป็นรูปทรงที่รับกันกับลักษณะของคลื่นในทะเล จึงสามารถที่จะแล่นบนน้ำทะเลได้อย่างมั่นคง “ เรือกอและ ” คือสัญลักษณ์
แห่งท้องทะเลฝั่งตะวันออกของแหลมมลายู นับตั้งแต่ อ.ยะหริ่ง อ. ปะนาเระ อ. สายบุรี จังหวัด ปัตตานี เรื่อยไปจนถึง อ.ตากใบ จังหวัด
นราธิวาส ริมฝั่งด้านนี้น้ำตื้นเหมาะกับการออกเรือเล็กเพื่อทำประมงชายฝั่งตำนานของเรือกอและเริ่มต้นที่นั่น เรือกอและเป็นเรือ
ประมงที่ใช้ในแถบจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง มีลักษณะเป็นเรือยาวที่ต่อด้วยไม้กระดานโดยทำให้ส่วนหัวและท้ายสูงขึ้นจากลำเรือให้
ดูสวยงาม นิยมทาสีแล้วเขียนลวดลายด้วยสีฉูดฉาดเป็นลายไทยหรือลายอินโดนีเซีย ซึ่งนำมาประยุกต์ให้เหมาะกับลำเรือ

          เรือกอและมี ๒ แบบคือ แบบหัวสั้นและแบบหัวยาว ขนาดของเรือแบ่งเป็น ๔ ขนาด โดยยึดความยาวของลำเรือเป็นเกณฑ์ใน
การแบ่ง คือ ขนาดใหญ่ยาว ๒๕ ศอก ขนาดกลางยาว ๒๒ ศอก ขนาดเล็กยาว ๒๐ ศอก และขนาดเล็กมากเรียกว่า "ลูกเรือกอและ"
ยาว ๖ ศอกโดยประมาณ และด้านนอกซึ่งค่อนขึ้นไปทางขอบเรือ ทำเป็นขอบนูนออกมาข้างนอก ลักษณะเป็นกันชนของเรือยาวตลอด
ลำเรือเรียกว่า "ปาแปทูวอ" ที่ตอนล่างของปาแปทูวอทำรอยแซะเนื้อไม้ด้วยกบให้เป็นแนวยาวตลอดลำเรือเรียกว่า "กอมา" เรือทั้งลำ
แบ่งเป็น ๒ ส่วน ส่วนหัวเรียกว่า "ลูแว" ส่วนท้ายเรียกว่า "บูเระแต" ถ้าแบ่งออกเป็น ๓ ส่วน ส่วนหัวเรียกว่า "ปาลอ" ส่วนกลาง (ลำเรือ)
เรียกว่า "ตือเราะ" ส่วนท้ายเรียกว่า "ปูงง"


ส่วนกลาง (ลำเรือ) เรียกว่า “ตือเราะ”

          เรือกอและ เป็นเรือประมงที่แตกต่างจากเรือประมงประเภทอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด เพราะเรือกอและนั้นมีเอกลักษณ์ประจำตัว
ที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นลวดลายต่าง ๆ ที่อวดโฉมอยู่บนตัวเรือ ซึ่งมีความวิจิตรสวยงามมาก มีลวดลายที่ผสมผสานระหว่างศิลปะไทย
อิสลาม จีน และศิลปะอื่น ๆ เนื่องจากอิทธิพลที่ได้รับมาจากสภาพแวดล้อมอันได้แก่ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ สังคมความเป็นอยู่ ซึ่ง
สังคมความเป็นอยู่ในจังหวัดปัตตานีนั้น ประกอบไปด้วยชนชาติ 3 ชนชาติที่อาศัยอยู่ร่วมกันนั่นคือ ชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิมและ
ชาวจีนนั่นเองเป็นกระจกเงา สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของมนุษย์ ในแต่ละชุมชนแต่ละเชื้อชาติที่สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
เรียกว่าวัฒนธรรมซึ่งแต่ละกลุ่มชนย่อมมีความแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และสภาพสิ่งแวดล้อมที่
แตกต่างกัน แต่ทั้งสิ้นย่อมเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าต่อชนรุ่นหลัง วัฒนธรรมสูงส่งในด้านศิลปะ ทำให้เพิ่มความสง่างามของ
เรือกอและด้วยการเน้นศิลปะการตกแต่งลวดลายตั้งแต่หัวเรือจนถึงท้ายเรือ เรือกอและจะแตกต่างจากเรือประมงประเภทอื่นอย่าง
ชัดเจน เพราะเรือกอและเป็นวัฒนธรรมทางวัตถุที่น่าสนใจ อีกทั้งมีคุณค่าทางสุนทรียศาสตร์กอร์ปด้วยความงามวิจิตรของลวดลาย
จิตรกรรมที่เขียนลวดลายและระบายสีอย่างสวยงามตลอดทั้งลำ นั่นคือเรือกอและมิใช่เรือประมงธรรมดาเท่านั้นแต่เรือกอและเป็น
เสมือนหนึ่งศิลปกรรมที่มีคุณค่าชิ้นหนึ่ง ซึ่งสะท้อนถึงจิตวิญญาณของกลุ่มชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ประดิษฐ์และสร้างสรรค์ขึ้น
          ความงดงาม โดดเด่นของเรือกอและไม่ได้งามเฉพาะบางส่วน แต่จะงามตลอดลำ ไม่ว่าจะเป็นลายที่อยู่บนเรือ สีสันที่แต่งแต้ม
ลงไปรวมทั้งรูปทรงของเรือที่มีปลายทั้งสองด้านบรรจบกันเป็นมุมแหลม ขณะที่เรือทั่วไปด้านหนึ่งจะแหลม อีกด้านหนึ่งจะตัดครึ่ง นี่
เป็นความต่างของเรือกอและที่ไม่เหมือนเรือชนิดอื่นๆ และเป็นเหตุผลว่าทำไมเรือกอและถึงสะกดใจคนดู


เอกสารอ้างอิง

...................................................................................................................................................................................................................................................
วุฒิ วัฒนสิน. ลวดลายจิตรกรรมบนเรือกอและในจังหวัดปัตตานี. ปัตตานี :คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. 2542.
เรือกอและราชินีแห่งท้องน้ำ. กรุงเทพฯ : บริษัท 2020 World Media จำกัด, [ม.ป.ป.]
http://www.mcdang.com/Club/YM28.asp