มิติใหม่ทางอัจฉริยภาพ : พหุปัญญา
(Multiple Intelligences)

โดย... นางสาวสุดาพร  ปัญญาพฤกษ์
อาจารย์ประจำสาขาวิชาหลักสูตรและการสอน
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย
(เนื้อหาและภาพประกอบเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน)


          พหุปัญญา (Multiple Intelligences: MI) เป็นแนวคิดที่พัฒนาโดย Howard Garner ซึ่งเริ่มจากแนวคิดทางสติปัญญา
ในปี 1960-1970 จนมาถึงปัจจุบัน โดยมี Multiple Intelligence อันเป็นที่ยอมรับ 9 ด้าน คือ ด้านภาษา ด้านตรรก/คณิตศาสตร์
ด้านดนตรี/จังหวะ ด้านการจินตภาพ/ศิลปะ ด้านร่างกาย/ การเคลื่อนไหว ด้านการเข้าใจผู้อื่น ด้านการเข้าใจตนเอง ด้านธรรมชาติ
และด้านการมองเห็นตัวเรา ทั้งนี้ในการพัฒนาความฉลาดหรืออัจฉริยภาพในแต่ละด้านนี้เราสามารถพัฒนาให้เกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นการ
เปลี่ยนความคิดได้ว่า ความเป็นอัจฉริยภาพนี้ไม่ใช่เรื่องของฟ้าประทานหรือกำหนดได้ แต่ความเป็นอัจฉริยภาพนั้น มนุษย์สามารถ
สร้างขึ้นได้


ภาพจาก Web Site
รูปภาพ : The Multiple Intelligences (MI) Chart
แหล่งที่มา: http://edweb.fdu.edu/anyfile/RobinsonT/MultipleIntelligences.jpg

          อัจฉริยภาพนี้มีความแตกต่างกับเมื่อก่อนที่เรามักให้ความสำคัญกับความฉลาดทางด้าน IQ ซึ่งจะเห็นได้จากการมีการวัด IQ
อย่างแพร่หลายโดยใช้แบบวัด IQ ที่จะบอกได้ว่าใครโง่ ใครฉลาด และ นี่คือนิยามแบบเก่าๆ ซึ่งทำให้ข้อสอบวัด IQ นี้มีจุดอ่อน โดยถูก
ออกแบบด้วยความเชื่อที่ว่าสมองมนุษย์ เป็นสิ่งคงที่/เสถียร แต่ในความเป็นจริงในการเติบโตของมนุษย์ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา
เช่น การได้เรียนรู้หรือได้รับประสบการณ์จากสิ่งแวดล้อมรอบตัว เป็นต้นดังนั้นเราคงต้องเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการคิดว่าความฉลาด
ของมนุษย์นั้นวัดแค่ IQ เท่านั้น ซึ่งจริงๆ แล้วมนุษย์เราก็ฉลาดในเรื่องอื่นๆ ได้อีกมากมาย ทั้งนี้ได้มีการวิจัยจาก Howard Garner
จากหนังสือ Frames of Mind ซึ่งแนวคิด MI นี้ได้ มีอิทธิพลต่อการพัฒนาทางการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการพัฒนาหลักสูตร
รวมไปถึงการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะกับการพัฒนาเด็กที่มีความสามารถ/ความฉลาดหรืออัจฉริยภาพที่แตกต่างกัน

..........แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าเรามีอัจฉริยภาพแบบไหน?............


ภาพจาก Web Site
http://web.mac.com/mdmulholland/key2spanish/MI_myths.html และ
http://inmoment-toystory.blogspot.com/2010/07/question.html

          การที่เราจะทราบได้อย่างไรว่าเรามีอัจฉริยภาพด้านใดนั้นเราต้องตรวจสอบตนเองก่อนว่าเรามีพฤติกรรมเช่นไร ดังเช่น

อัจฉริยภาพด้านภาษา…การพกหนังสือติดตัว, ฟังเพลงได้ไม่จำกัดภาษา, เขียนบันทึกประจำวัน เป็นต้น
อัจฉริยภาพด้านตรรกะ/คณิตศาสตร์....คิดเลขในใจได้รวดเร็ว, จำเบอร์โทรศัพท์แม่นยำ, ชอบวางแผน เป็นต้น
อัจฉริยภาพด้านการจินตภาพ/ศิลปะ....ชอบวาดรูป, จำหน้าคนแม่นยำ, นึกภาพในสมองชัดเจน เป็นต้น
อัจฉริยภาพด้านดนตรี/จังหวะ....ฮัมเพลง/ร้องเพลงบ่อยๆ, จำเพลงเก่าๆ ได้ดี, เล่นดนตรีได้ เป็นต้น
อัจฉริยภาพด้านร่างกาย/การเคลื่อนไหว....ชอบเล่นกีฬา, สนุกกับการเต้นรำ. พิมพ์ดีดคล่อง เป็นต้น
อัจฉริยภาพด้านการเข้าใจผู้อื่น....มีเพื่อนหลายกลุ่ม, เพื่อนๆวางใจ, ทักทายผู้อื่นก่อน เป็นต้น
อัจฉริยภาพด้านการเข้าใจตนเอง....มั่นใจในตนเอง, ยืนยันความคิดของตน, ชอบตั้งเป้าหมายชีวิต เป็นต้น
อัจฉริยะด้านธรรมชาติ....ชอบท่องเที่ยวแหล่งธรรมชาติ, รักสัตว์, คาดเดาภูมิอากาศได้ เป็นต้น
อัจฉริยะด้านการมองเห็นตัวเรา.... ชอบตั้งคำถามที่ขึ้นว่า “ทำไม”, สนใจในการมีชีวิตอยู่ เป็นต้น

           ในการวิเคราะห์ว่าตนเองมีอัจฉริยภาพหรือความสามารถด้านใดก็ยังต้องมีการวัดที่ชัดเจนและถูกต้องซึ่งในปัจจุบันได้มีแบบวัด
หรือแบบทดสอบทั่วไป แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาว่าเป็นวัดถึงความสนใจ/ความชอบในด้านนั้นหรือเป็นความสามารถหรือเป็นสิ่งที่ทำได้ใน
ด้านนั้น ซึ่งการวัดโดยทั่วไปจะเป็นเพียงแนวโน้มหรือการพยากรณ์จากลักษณะที่ปรากฏได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น แต่ทั้งนี้ในการพัฒนา
ความสามารถหรืออัจฉริยภาพนี้สามารถทำให้เกิดขึ้นได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับการส่งเสริมโดยครอบครัวหรือสถาบันการศึกษา และการฝึกฝนด้วย
ตนเองได้ ทั้งนี้เราสามารถพัฒนาอัจฉริยภาพในแต่ละด้านจากกิจกรรมต่างๆ ดังเช่น
          ด้านภาษา – ฝึกการสื่อสารทั้งการฟัง พูด อ่าน เขียนอย่างสม่ำเสมอหรือให้มีความลึกซึ้งมากขึ้น เรียนรู้ภาษาอื่นดูบ้าง เรียนรู้
คำศัพท์/ประโยคใหม่ๆ ที่ไม่คุ้นเคย เป็นต้น
          ด้านตรรกะ/คณิตศาสตร์ – ฝึกบวกตัวเลขบ่อยๆ เช่น เลขทะเบียนรถ ค่าอาหาร ฝึกเล่นเกมที่เป็นการวางแผนหรือวางกลยุทธ์
จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย เป็นต้น
          ด้านการจินตภาพ/ศิลปะ- ฝึกการใช้สายตาในการสังเกต ฝึกใช้ Mind Maps หรือใช้ปากกาเน้นข้อความในการจดบันทึก
หรือฝึกการวาดภาพ การใช้แผนภูมิ แผนผัง หรือฝึกการจัดดอกไม้ เป็นต้น
         
ด้านดนตรี/จังหวะ – ฝึกฟังเพลงหรือร้องเพลงในบรรยากาศต่างๆ เช่น ในห้องน้ำ ในรถ รู้จักฟังเพลงแนวอื่นๆบ้าง ลองแต่ง
เพลงหรือแปลงเนื้อเพลงตามจินตนาการ เป็นต้น
          ด้านร่างกาย/การเคลื่อนไหว -สามารถส่งเสริมได้ด้วยการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องหรือทำกิจกรรมที่ไม่เคยทำมาก่อน โดยเริ่ม
จากกิจกรรมง่ายๆ หรือการฝึกใช้ร่างกายสลับซีก เช่น การใช้มือข้างที่ไม่ถนัดในการเขียนตัวหนังสือ เป็นต้น
          ด้านการเข้าใจผู้อื่น – พยายามสังเกตความรู้สึก อารมณ์ความคิดของผู้อื่น รู้จักยิ้ม รู้จักฟังอย่างลึกซึ้ง มีการแบ่งปันแลกเปลี่ยน
สิ่งต่างๆระหว่างกัน เป็นต้น
          ด้านการเข้าใจตนเอง – ทบทวนชีวิตของตนเองในแต่ละวัน มีกิจกรรมที่ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ เขียนเล่าเรื่องราวหรือ
เหตุการณ์ของชีวิตตนเอง เป็นต้น
          ด้านธรรมชาติ – เรียนรู้ที่จะอยู่และเข้าใจธรรมชาติ เช่น การศึกษาต้นไม้ การใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ การเดินบนหญ้า
การกอดต้นไม้หรือสัตว์เลี้ยง เป็นจ้น
          ด้านการมองเห็นตัวเรา – ฝึกการใช้/ตอบคำถามที่เกี่ยวกับการดำรงชีวิต โดยใช้เหตุผลในการตอบ เช่น เรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร
ฝึกใช้การคิดอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับสิ่งรอบตัว เป็นต้น

          อัจฉริยภาพในแต่ละด้านนี้ทุกคนสามารถพัฒนาได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้ชีวิตประจำวันของเราเป็นอย่างไรด้วย ซึ่งถ้าเรามี
กิจกรรมในชีวิตที่หลากหลาย สมองของเราก็จะถูกกระตุ้น ให้ได้ปรับเปลี่ยน และคิดอย่างหลากหลายเช่นกัน การพัฒนาอัจฉริยภาพจึง
ไม่ได้เรื่องยากเกินความสามารถของแต่ละคน เพียงแต่เราเริ่มจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประจำวัน เราก็จะพัฒนาอัจฉริยภาพของเราได้แล้ว


เอกสารอ้างอิง
...........................................................................................................................
วนิษา เรซ. (2550). อัจฉริยะสร้างได้. กรุงเทพมหานคร: บริษัท แปลน พริ้นติ้ง จำกัด.
George, Pamela. (2010). Ways to be Smart: The Theory of Multiple Intelligence.
Document of Training, Faculty of Education, CMU.
Voltz, Deborah L. , Sims, Michele Jean & Nelson, Betty. (2010). Connecting teacher, students,
and standards: strategies for success in diverse and inclusive classrooms. Alexandrin,
VA: ASCD publication.