สูตรความสำเร็จของชีวิต
โดย...คุณกุลยาณี  อิทธิวรกิจ
ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
E-mail : kullayanee.i@cattelecom.com

(เนื้อหาและภาพประกอบเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน)

          ทุกคนต้องการความเจริญก้าวหน้าในชีวิต แต่ความก้าวหน้าต้องมีเหตุและปัจจัย ไม่ใช่จะเกิดขึ้นเองได้ พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนเรื่อง
โชคลาภหรือฤกษ์งามยามดี ไม่ได้สอนเรื่องบวงสรวงอ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธศาสนาสอนให้เชื่อกรรมคือการกระทำ ใครทำกรรมดีย่อม
ได้รับผลดีมีความสุข ใครทำกรรมชั่วย่อมได้รับผลชั่วมีความทุกข์ การกระทำจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนให้เชื่อแต่กรรมเก่า
ควรสร้างกรรมใหม่ในปัจจุบันให้ดี ความสำเร็จของชีวิตย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยในอดีตและปัจจัยในปัจจุบัน ตลอดจนสิ่งแวดล้อมและบุคคลที่เกี่ยว
ข้อง การกระทำสิ่งใดที่จะทำให้ผู้กระทำประสบความสำเร็จในชีวิต เรียกการกระทำนั้นว่า “มงคลชีวิต”

          การกระทำอันเป็นมงคล คือ การกระทำอันเป็นเหตุให้เจริญก้าวหน้า สิ่งสำคัญคือกระทำอย่างไรจึงจะถือเป็นเหตุที่ดีในการเกิดมงคลชีวิต ที่เรียกว่าเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต การกระทำที่ดีที่เรียกว่ามงคลได้แก่ การเป็นคนดีด้วยการไม่คบคนพาล คบบัณฑิตและบูชาสิ่งที่ควรบูชา
ซึ่งเป็นเรื่องการเริ่มต้นสร้างชีวิต สร้างครอบครัว ตลอดจนหน้าที่การงาน การคบคนเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าคบคนไม่ดีก็จะพาชีวิตตกต่ำไปด้วย การไม่
คบคนพาลมีความสำคัญมาก ในพระพุทธศาสนาจึงจัดไว้เป็นมงคลข้อแรก และสนับสนุนด้วยการคบบัณฑิตเป็นข้อสอง ต่อจากนั้นให้บูชาสิ่งที่
ควรบูชาได้แก่ บิดา มารดา ครู อาจารย์ พระมหากษัตริย์ เป็นต้น เพื่อปรับกายและใจให้เป็นคนดี พระพุทธศาสนาสอนให้เตรียมปัจจัยพื้นฐานใน
การสร้างชีวิต ได้แก่ การมีบุญที่กระทำไว้ก่อนและตั้งตนไว้ชอบ และการอยู่ในประเทศที่เหมาะสมหมายถึงการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
เป็นที่ยอมรับกันว่าสิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อชีวิตของคนเรา
          การพัฒนาหรือการเพิ่มประสิทธิภาพให้ตนเอง ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถที่เรียกว่า พหูสูตคือใฝ่ศึกษาเล่าเรียนให้มีความรู้
กว้างขวาง มีศิลปะและมีระเบียบวินัย รวมถึงการเจรจาด้วยคำที่สุภาพ เพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพหรือคุณค่าให้แก่ตนเอง ถือเป็นการประสบ
ความสำเร็จของชีวิต สิ่งสำคัญของความสำเร็จคือ การบำเพ็ญประโยชน์ต่อครอบครัว ทั้งนี้ครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญต่อชีวิตของคนเรา พระพุทธ
ศาสนาสอนให้บำรุงบิดา มารดา สงเคราะห์บุตรภรรยาให้มีความสุขตามสมควรแก่อัตถภาพ และจัดการงานให้เสร็จเรียบร้อย ไม่มีงานคั่งค้าง
การบำรุงบิดามารดาถือว่าเป็นการใช้หนี้และเป็นการตอบแทนบุญคุณที่ท่านเลี้ยงดูเรามา เมื่อบำเพ็ญประโยชน์ต่อครอบครัวแล้วก็ควรบำเพ็ญ
ประโยชน์ต่อส่วนรวม โดยการให้หรือการแบ่งปัน ประพฤติตนเป็นคนดีของสังคม สงเคราะห์ญาติมิตร และทำงานไม่มีโทษหรือไม่ทำงานทุจริต
ผิดศีลธรรม อันจะนำความเดือดร้อนให้แก่สังคมโดยส่วนรวม
          จะเห็นได้ว่าการพัฒนาตนเองต้องใช้สูตรความสำเร็จของชีวิตอันเป็นคำสอนในพระพุทธศาสนา ถือว่าเป็นการพัฒนาการดำเนินชีวิตไว้
อย่างละเอียดทุกด้านทุกขั้นตอน พระพุทธศาสนายังได้แสดงให้เห็นถึงภาพรวมของการพัฒนาชีวิตไปสู่เป้าหมาย จากสิ่งเล็กน้อยไปหาสิ่งสำคัญ
จากขั้นต่ำไปหาขั้นสูง จากสิ่งง่ายๆไปหาสิ่งที่ยากขึ้นๆโดยลำดับ กระทั่งถึงจุดสุดยอดของการพัฒนาชีวิต คำสอนดังกล่าวนี้ก็คือ “ มงคลสูตร”
หรือที่รู้จักในชื่อว่า “ มงคล ๓๘” กล่าวคือ ความเจริญก้าวหน้าของบุคคลขึ้นอยู่กับเหตุที่บุคคลนั้นกระทำ ถ้าทำเหตุไม่ดี ผลที่ได้รับก็ไม่ดี แทนที่
จะเป็นความเจริญก้าวหน้าก็จะกลายเป้นความวิบัติ ในทางตรงกันข้าม หากกระทำดีก็ได้รับผลดี พระพุทธศาสนาได้ให้คำสอนเกี่ยวกับความ
เจริญรุ่งเรืองที่เกิดจากการกระทำของคน คือสิ่งที่ต้องทำเองจึงจะมีความเจริญก้าวหน้า เรียกว่าเป็น “ การพัฒนาชีวิต” อันเป็นกระบวนการ
พัฒนาชีวิตตามแนวพระพุทธศาสนา เพราะเป็นหลักการสร้างสรรค์ชีวิตทุกด้านและทุกระดับอย่างครบถ้วน การพัฒนาชีวิตจึงเป็นการกระทำ
ความดี เพื่อพัฒนาตนเอง เพื่อประสบความสำเร็จด้านบุคคล สังคม และทางธรรม โดยมีวิธีการปฏิบัติที่เป็นลำดับและขั้นตอนของชีวิตตาม
บันได ๗ ขั้นตอนดังนี้
          ๑.สิ่งแวดล้อมภายนอก ได้แก่ ไม่คบคนพาลเพื่อป้องกันตัวให้ไม่เป็นคนพาล คบบัณฑิตเพื่อปรับตัวให้เป็นคนดีเฉลียวฉลาดเยี่ยงบัณฑิต
บูชาคนควรบูชาเพื่อยกย่องคนดี และการอยู่ในถิ่นดีที่เหมาะสมย่อมมีโอกาสในการสร้างความดี
          ๒.สิ่งแวดล้อมภายในตนเอง ได้แก่ สั่งสมคุณความดีไว้เป็นทุนเดิม ย่อมกระตุ้นใจตนเองให้หมั่นสะสมบุญวาสนา ดำรงตนอยู่ในทางที่ดี
ที่ชอบ เป็นการป้องกันตนไม่ให้เดินผิดพลาด ศึกษาหาความรู้ในวิทยาการต่างๆเป็นคนคงแก่เรียนได้สดับฟังเกิดความแตกฉาน ฝึกฝนตนเอง
ให้มีความชำนาญในวิชาชีพ ช่วยให้เป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ หัดเป็นคนมีระเบียบวินัย ส่งเสริมให้เป็นคนเรียบร้อยและมีกิริยาวาจาสุภาพ
เรียบร้อย ทำให้เป็นคนมีวาจาสิทธิ์
          ๓.หน้าที่ทางครอบครัว ได้แก่ การบำรุงพ่อแม่ การสงเคราะห์ลูก การสงเคราะห์สามีหรือภรรยา เพื่อส่งเสริมให้มีสำนึกหวังตอบแทนที่ได้
รับบำรุงมาก่อน และการงานไม่คั่งค้าง ชื่อว่าเป็นคนบรรลุถึงความสำเร็จ
          ๔.หน้าที่ทางสังคม ได้แก่ การให้ปัน ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ธรรมจริยาคือการปฏิบัติธรรมชื่อว่าเอาสาระของชีวิต และการงานไม่มีโทษ
ชื่อว่าเกื้อกูลคนอื่น
          ๕.ศีลธรรมเป็นเครื่องชี้นำไปทางที่ควร อันจะเป็นเหตุให้ทำความชั่วไม่ได้โดยง่าย โดยจำแนกเป็น ศีลได้แก่ การงดเว้นจากบาปทั้งปวง
การงดเว้นจากการเสพของมึนเมา คำว่าธรรมคือความไม่ประมาทในธรรมทั้งปวง ความเคารพผู้ที่ควรเคารพ ความถ่อมตัว ความสันโดษ และ
ความกตัญญู เป็นต้น
          ๖. การพัฒนาชีวิตทางธรรม ได้แก่ บำเพ็ญตบะ คือลงมือปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังเพื่อเผาผลาญกิเลส ประพฤติพรหมจรรย์คือดำเนินชีวิต
เป็นนักบวช เห็นอริยสัจคือพัฒนาปัญญาจนรู้แจ้งจริงในอริยสัจ ทำนิพพานให้แจ้งคือทำลายกิเลสได้หมด จนเป็นผู้บริสุทธิ์สิ้นเชิง
          ๗.การพัฒนาชีวิตถึงขั้นสุดยอด ได้แก่ จิตไม่หวั่นไหว จิตไม่มีความเศร้าโศก จิตปราศจากธุลีคือกิเลสทั้งปวง จิตเกษมคือเป็นอิสระจาก
พันธะทั้งปวง
          ถึงแม้ว่าสูตรความสำเร็จของชีวิตตามหลักพระพุทธศาสนาจะเป็นสูตรสำเร็จของชีวิตอย่างแท้จริงจนกระทั่งบรรลุนิพพานก็ตาม ปุถุชน
ผู้ครองเรือนก็สามารถนำไปปฎิบัติให้บรรลุความสำร็จได้ ถือว่าเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเป็นขั้นตอน เป็นการพัฒนาจากง่ายไปหายาก
และเป็นการพัฒนาจากภายนอกและภายในตนเอง การกระทำต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อการดำเนินชีวิตทั้งครอบครัวและบุคคลในสังคม สิ่งที่สำคัญ
ก็คือการพัฒนาความรู้ความสามารถและการพัฒนาศีลธรรม ซึ่งถือเป็นสูตรความสำเร็จชีวิตที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง

สูตรความสำเร็จของชีวิต


          สูตรความสำเร็จของชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งภายนอกด้วยการอ้อนวอนบวงสรวง พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำของตนเองที่
เรียกว่า “กรรม”
          สูตรความสำเร็จของชีวิตเสมือนบันไดที่ต้องก้าวจากขั้นต้นไปสู่ขั้นสูงเสมือนแสงเทียนคือปัญญา



เอกสารอ้างอิง
...........................................................................................................................

๑.สมเด็จพระมหาวีรวงศ์(พิมพ์ ธมฺมธโธ) ,มงคลยอดชีวิต , ธรรมสภา ,กรุงเทพฯ.
๒.พระธรรมวิสุทธิกวี(พิจิตร ฐิตวณฺโณ) ,คุณค่าของความอ่อนน้อม ,วัดโสมนัส ,กรุงเทพฯ.
๓.พระพรหมคุณาภรณ์( ป.อ.ปยุตฺโต) , คุณบิดามารดา, บริษัทพิมพ์สวยจำกัด กรุงเทพฯ ๒๕๕๑.
๔.ร.ศ. สุเชาวน์ พลอยชุม, พุทธศาสนาเถรวาท ,มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ๒๕๕๑.