คำถามถามบ่อย

  • การสมัครนักศึกษาใหม่

  • เคยเป็นนักศึกษาของ มสธ แต่ได้หมดสถานภาพไปแล้ว
    หากต้องการศึกษาต่อจะต้องดำเนินการอย่างไร และจะต้องสั่งซื้อวัสดุการศึกษาใหม่หรือไม่

    นักศึกษาจะต้องสมัครเป็นนักศึกษาใหม่  โดยดำเนินการสมัครเข้าเป็นนักศึกษาเช่นเดียวกับผู้สมัครใหม่ทุกประการและจะต้องสั่งซื้อวัสดุการศึกษาใหม่ แม้ว่าชุดวิชานั้นนักศึกษาจะเคยลงทะเบียนเรียนมาแล้วในสถานภาพนักศึกษาก่อน ๆ ก็ตาม

  • มีความสนใจจะสมัครเป็นนักศึกษา มสธ แต่หลักฐานการศึกษาสูญหายจะต้องดำเนินการอย่างไร

    สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    1. ให้ติดต่อสถานศึกษาเดิมเพื่อให้ออกหลักฐานการสำเร็จการศึกษาให้ใหม่ หรือ
    2. กรณีที่ไม่สามารถติดต่อสถานการศึกษาเดิมได้  ขอให้ติดต่อขอสำเนาวุฒิการศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการโดยตรง

  • จะสั่งซื้อระเบียบการสมัครเป็นนักศึกษาใหม่ได้ที่ไหน

    ระเบียบการสมัครนักศึกษาใหม่ประจำปีการศึกษา 2565 ผู้สมัครสามารถศึกษารายละเอียดและ DOWNLOAD ได้ฟรีที่เว็บไวต์ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (www.stou.ac.th/main/apply.html) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

  • มีวุฒิการศึกษาจากต่างประเทศหากสมัครเข้าศึกษาต่อจะต้องดำเนินการอย่างไร

    ให้นำวุฒิการศึกษาไปเทียบวุฒิการศึกษาที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แล้วส่งใบเทียบวุฒิการศึกษาไปยังมหาวิทยาลัยพร้อมเอกสารการสมัคร

  • กรณีที่สมัครเป็นนักศึกษาแล้วแต่ชำระค่าสมัครและลงทะเบียนไม่ครบจะต้องดำเนินการอย่างไร

    1. เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่านักศึกษาลงทะเบียนเรียนมากกว่า 1 ชุดวิชาจะตัดชุดวิชาที่นักศึกษาลงทะเบียนออกบางชุดวิชาเพื่อให้พอกับจำนวนเงินที่ส่งมาและแจ้งให้นักศึกษาลงทะเบียนเพิ่มชุดวิชาที่ตัดออกพร้อมชำระเงินเพิ่มเติมให้ครบถ้วน
    2. กรณีนักศึกษาสมัครและลงทะเบียนเรียนเพียง 1 ชุดวิชาจะมีหนังสือแจ้งให้นักศึกษาชำระ  ค่าลงทะเบียนเพิ่มเติมให้ครบถ้วนจึงจะรับเป็นนักศึกษา

  • กรณีที่ยื่นหลักฐานการสมัครเข้าเป็นนักศึกษาตามขั้นตอนแล้วจะทราบได้อย่างไรว่ามหาวิทยาลัยรับขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาแล้วและข้อมูลการสมัครถูกต้อง

    1. มหาวิทยาลัยจะแจ้งผลการขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาใหม่ให้นักศึกษาทราบภายใน 15 วัน  นับตั้งแต่วันที่ได้รับเอกสารการสมัครครบถ้วน สมบูรณ์ และตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครว่าถูกต้องแล้ว
    2. จะจัดส่งใบตอบรับการขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาใหม่ พร้อมบัตรประจำตัวนักศึกษา คู่มือนักศึกษา โครงสร้างและรายละเอียดของหลักสูตรที่ต้องศึกษาให้ทางไปรษณีย์ สำหรับวัสดุการศึกษาจะทยอยจัดส่งให้ภายหลังต่อไป
    3. ตรวจสอบข้อมูลการขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาใหม่ได้ที่เว็บไซต์ มสธ www.stou.ac.th  หัวข้อ  หัวข้อบริการนักศึกษา  เลือกนักศึกษาปริญญาตรี หัวข้อระบบสารสนเทศงานทะเบียนนักศึกษาและงานบริการการศึกษา  คลิกที่ สอบถามการสมัครเป็นนักศึกษา/ผู้เรียน
      หมายเหตุ หากข้อมูลที่นักศึกษาได้รับไม่ตรงกับข้อมูลที่นักศึกษาแจ้งไว้ในใบสมัคร  ขอให้นักศึกษาแจ้งแก้ไขข้อมูลไปยังสำนักทะเบียนและวัดผลทันที

  • กรณีที่ได้รับเอกสารการสอนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับและบัตรประจำตัวนักศึกษาจะต้องดำเนินการอย่างไร

    นักศึกษาสามารถตรวจสอบการตอบรับการขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาและการจัดส่งบัตรประจำตัวนักศึกษาได้จาก website ของมหาวิทยาลัย หรือแจ้งไปยังสำนักทะเบียนและวัดผล  เพื่อทำการตรวจสอบ

  • เป็นผู้ต้องขังจะสมัครเป็นนักศึกษา มสธ จะต้องดำเนินการอย่างไร

    1. ผู้สมัครจะต้องขออนุญาตจากกรมราชทัณฑ์
    2. ส่งใบอนุญาตจากกรมราชทัณฑ์ และแบบกรอกข้อมูลสำหรับผู้สมัครทีเป็นผู้ต้องขังไปพร้อมกับเอกสารการสมัครตามขั้นตอนการสมัครเช่นเดียวกับผู้สมัครใหม่โดยทั่วไป

  • มีความสนใจจะศึกษาต่อ แต่อาศัยอยู่ในต่างประเทศจะสมัครเข้าศึกษาได้หรือไม่

    มหาวิทยาลัยได้จัดการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างประเทศไว้  2  รูปแบบคือ

    รูปแบบที่ 1 ดำเนินการรับสมัคร รับลงทะเบียนเรียน และจัดสอบ สำหรับคนไทยในต่างประเทศ เฉพาะประเทศสิงคโปร์ บรูไน มาเลเซีย เมืองฮ่องกง ไต้หวัน ซาอุดิอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ค่าลงทะเบียนเรียนเก็บในอัตราเหมาจ่าย (รวมค่าธรรมเนียมแรกเข้า ค่าบำรุงการศึกษา ค่าบัตรประจำตัวนักศึกษา และค่าใช้จ่ายในการจัดสอบ)

    ค่าลงทะเบียนเรียนครั้งแรก ที่สมัครเป็นนักศึกษาใหม่ ค่าลงทะเบียนเรียน ภาคการศึกษาต่อไป ค่าลงทะเบียนสอบซ่อมต่อครั้ง
    1 ชุดวิชา 5,600 บาท 1 ชุดวิชา 5,000 บาท 1,500 บาท
    2 ชุดวิชา 6,600 บาท
    2 ชุดวิชา 6,000 บาท  
    3 ชุดวิชา 7,600 บาท 3 ชุดวิชา 7,000 บาท  

     โดยนักศึกษาสามารถชำระค่าลงทะเบียนเรียนผ่านศูนย์บริการการศึกษาของ มสธ. ในต่างประเทศ ได้แก่

    - สำนักงานแรงงานไทยในประเทศสิงคโปร์                           ประเทศสิงคโปร์  
    - สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน             ประเทศบรูไน
    - สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์                    ประเทศมาเลเซีย
    - สำนักงานแรงงานไทย ณ เมืองฮ่องกง                               ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
    - สำนักงานแรงงานไทย ณ กรุงมะนิลา (ส่วนที่ 2) กรุงไทเป        ประเทศไต้หวัน
    - สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ  กรุงริยาด                             ประเทศซาอุดิอาระเบีย
    - สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ                                         ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

    รูปแบบที่ 2 จัดสอบอย่างเดียว สำหรับคนไทยในต่างประเทศ นอกเหนือ รูปแบบที่ 1

    1. ผู้สมัครสามารถสมัครโดยใช้ที่อยู่ในประเทศไทย ชำระค่าลงทะเบียนเรียนในอัตราเดียวกับผู้สมัครในประเทศ มหาวิทยาลัยจะจัดส่งเอกสารการสอนและเอกสารอื่น ๆ ให้ตามที่อยู่ในประเทศไทย ผู้สมัครต้องมีญาติหรือบุคคลที่คอยรับ และจัดส่งเอกสารต่าง ๆ ที่มหาวิทยาลัยส่งให้เพื่อส่งต่อให้กับผู้สมัคร ทั้งนี้ผู้สมัครต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดส่งเอกสารเอง
    2. ชำระค่าจัดสอบอัตราเหมาจ่ายจำนวน 6,500 บาท ต่อการจัดสอบแต่ละครั้ง โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขานนทบุรี บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 140-0-96697-2 ชื่อบัญชี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พร้อมส่งสำเนาใบโอนเงิน ก่อนการสอบ 45 วัน ไปยัง ฝ่ายจัดสอบ สำนักทะเบียนและวัดผล มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 หรือแจ้งการโอนเงินทาง e-mail address  : ev.reoffice@stou.ac.th  หรือแจ้งทางโทรสารหมายเลข 0 2503 2742 ภายในวันที่ชำระเงินหรือวันรุ่งขึ้น ทั้งนี้ค่าธรรมเนียมการโอนเงินให้อยู่ในความรับผิดชอบของผู้สมัคร
    3. มหาวิทยาลัยจะจัดสอบให้ ณ สถานกงสุลไทย / สถานทูตไทยประจำประเทศนั้น ๆ ที่มีความพร้อมที่จะจัดสอบให้ได้ หากมีข้อขัดข้องใด ๆเกี่ยวกับสถานที่สอบ มหาวิทยาลัยจะแจ้งให้นักศึกษาทราบและจะคืนเงินค่าธรรมเนียมในการจัดสอบให้นักศึกษา หรือหากมีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติมมหาวิทยาลัยจะแจ้งให้นักศึกษาทราบก่อนการสอบ

  • มหาวิทยาลัยเปิดรับนักศึกษาใหมในแต่ละปี/ภาคการศึกษา มีรอบใดบ้าง

    มหาวิทยาลัยเปิดรับนักศึกษาใหม่ปีการศึกษาละ 2 ครั้ง ดังนี้

    ภาคต้น แบ่งเป็น 2 ช่วง     ช่วงที่ 1 ตั้งแต่ 1 เมษายน ถึง 20 มิถุนายน ของทุกปี
      ช่วงที่ 2 ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม ถึง 1 กันยายน  ของทุกปี
    ภาคปลาย                          ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน ถึง 16 กุมภาพันธ์      ของทุกปี

  • สมัครเรียนออนไลน์ ต้องใช้เอกสารประกอบการสมัครอะไรบ้าง

    การสมัครเรียนออนไลน์ ผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต ผู้สมัครจะต้องจัดเตรียมเอกสารประกอบการสมัครในลักษณะไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้

    1.รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว หน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตาดำ แต่งกายสุภาพ (ไม่สวมเสื้อยืดคอกลม) ฉากหลังของภาพเป็นสีพื้นเท่านั้น แนบเป็นไฟล์ .JPG

    2.สำเนาวุฒิการศึกษาฉบับที่ระบุหลักสูตรที่จบการศึกษาและวันจบการศึกษา เช่นใบรับรองสำเร็จการศึกษา หรือใบประกาศนียบัตร หรือใบปริญญาบัตร หรือใบรายงานผลการศึกษา (TRANSCRIPT)

    3.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้าน อย่างใดอย่างหนึ่ง

    4.สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ ชื่อ ชื่อสกุล เช่นใบเปลี่ยนชื่อ ชื่อ-สกุล ใบแต่งตั้งยศ ใบสำคัญการสมรส เป็นต้น

    หมายเหตุ  เอกสารประกอบการสมัครในข้อที่ 2-4 ต้องรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ และจัดทำในรูปแบบไฟล์ .PDF

  • สมัครเรียนออนไลน์ สามารถเข้าได้ที่เว็บไซต์ใดบ้าง

    1. สมัครได้ที่เว็บไซต์ มสธ. www.stou.ac.th  เลือกคลิกที่หัวข้อสมัครเรียนกับมสธ. เลือกคลิกที่หัวข้อระดับปริญญาตรี  และเลือกคลิกที่หัวข้อสมัครเรียนออนไลน์

    2. สมัครได้ที่เว็บไซต์ https://web4.stou.ac.th/eduplan  เลือกคลิกที่หัวข้อสมัครเรียนออนไลน์

  • ขอทราบรายละเอียดผู้ที่จะสมัครเข้าเป็นนักศึกษาใหม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมพร้อมกับการสมัคร ประกอบด้วยอะไรบ้าง

    1.ค่าธรรมเนียมการสมัคร จำนวนเงิน 1,400 บาท ประกอบด้วย

    1.1 ค่าธรรมเนียมแรกเข้า  800 บาท  (ผู้สมัครที่มีอายุครบ 60 ปี ขึ้นไป นับถึงวันเปิดภาคการศึกษาที่สมัคร จะได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้า)

    1.2 ค่าบำรุงการศึกษา 500 บาท

    1.3 ค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงทะเบียนประวัตินักศึกษา 100 บาท

    2.ค่าชุดวิชาสำหรับนักศึกษาใหม่ในแต่ละชุดวิชาจะมีอัตราเรียกเก็บแตกต่างกัน โปรดอ่านรายละเอียดได้ที่ระเบียบการสมัครเป็นนักศึกษาใหม่และลงทะเบียนเรียนภาคต้นและภาคปลายของปีการศึกษานั้นๆ

  • ชำระค่าธรรมเนียมการสมัครนักศึกษาใหม่ที่ใดบ้าง

    1.ระบบ Pay At Post ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทุกสาขา

    2. จุดบริการเคาน์เตอร์เซอร์วิส ที่ร้าน 7-ELEVEN ทุกสาขา

    3.ศูนย์วิทยบริการและชุมชนสัมพันธ์ มสธ.10 แห่ง จังหวัดลำปาง  สุโขทัย  อุดรธานี  อุบลราชธานี  นครสวรรค์  จันทบุรี  เพชรบุรี  นครนายก  นครศรีธรรมราช  และยะลา

    4. ศูนย์บริการร่วมแบบครบวงจร ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จ.นนทบุรี

  • สามารถจัดส่งใบสมัครและขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา (มสธ.1) พร้อมเอกสารการสมัครนักศึกษาใหม่ได้ที่ใด

    สามารถนำใบสมัครและขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา (มสธ.1) เอกสารการสมัคร และสำเนาหลักฐานการชำระเงินค่าสมัคร บรรจุลงในซอง ฝากส่ง ณ ที่ทำการไปรษณีย์ หรือบริษัทขนส่งพัสดุ  โดยจ่าหน้าซองดังนี้

    ฝ่ายรับนักศึกษา สำนักทะเบียนและวัดผล มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 9/9 หมู่ 9 ถนนแจ้งวัฒนะ  ต.บางพูด  อ.ปากเกร็ด  จ.นนทุบรี  11120  (วงเล็บมุมซอง สมัครนักศึกษาใหม่)

  • การเทียบผลการศึกษา

  • การเทียบผลการศึกษาคืออะไร

    การเทียบงานรายวิชา หรือกลุ่มรายวิชาของผู้ศึกษาจากการศึกษาในระบบ หรือการเทียบผลการเรียนรู้ของผู้ศึกษาจากการศึกษานอกระบบ เข้าสู่ชุดวิชาในหลักสูตรระดับปริญญาตรี หรือหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาของมหาวิทยาลัย  ทั้งนี้การจะเทียบผลการศึกษาได้กับชุดวิชาใดนั้นให้อยู่ในดุลพินิจของสาขาวิชาที่จะพิจารณาเทียบให้

  • นักศึกษาสามารถยื่นคำร้องขอเทียบผลการศึกษาได้เมื่อใด

    นักศึกษาที่ประสงค์ขอเทียบผลการศึกษา สามารถยื่นคำร้องขอเทียบผลการศึกษาได้ตั้งแต่ภาคการศึกษาแรกที่สมัครเข้าศึกษาเป็นต้นไป และสามารถขอเทียบผลการศึกษาได้มากกว่า 1 ครั้ง

  • การขอเทียบผลการศึกษาจะต้องดำเนินการอย่างไร

    1. กรอกรายละเอียดลงในคำร้องการขอเทียบผลการศึกษา ( มสธ 18 )  หรือถ่ายสำเนาแบบฟอร์มคำร้องจากคู่มือนักศึกษา  หรือ  ดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ มสธ.  http://www.stou.ac.th/Offices/ore/Adre/Form/default.asp  ส่งไปสำนักทะเบียนและวัดผลพร้อมกับรับรองสำเนาถูกต้องลงในใบรายงานผลการศึกษาของสถาบันเดิม 3 ฉบับ และสำเนาเอกสารอื่นๆ ถ้ามี
    2. ชำระค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้องการเทียบผลการศึกษา จำนวนเงิน  300 บาท

  • ผู้ที่มีสิทธิขอเทียบผลการศึกษาต้องมีคุณสมบัติอย่างไร

    • เป็นผู้มีสถานภาพเป็นนักศึกษาของ มสธ
    • เป็นผู้ศึกษาอยู่ในหลักสูตรปริญญาตรี

  • นักศึกษาสามารถขอเทียบผลการศึกษาได้กี่ชุดวิชา

    มหาวิทยาลัยจะพิจารณาเทียบผลการศึกษาได้ไม่เกินสามในสี่ของชุดวิชาตามหลักสูตรที่ขอเทียบ  และเมื่อเทียบผลการศึกษาเข้าสู่ชุดวิชาในหลักสูตรระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยแล้ว นักศึกษาต้องมีระยะเวลาในการศึกษาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีการศึกษา

  • การเทียบผลการศึกษามีสิทธิได้รับปริญญาเกียรตินิยมหรือไม่

    นักศึกษาทีได้รับอนุมัติเทียบผลการศึกษา หรือ เทียบประสบการณ์แล้ว จะไม่มีสิทธิได้รับปริญญาเกียรตินิยม

  • รายวิชา หรือ กลุ่มรายวิชาของผู้ศึกษาจากการศึกษาในระบบที่จะนำมาขอเทียบผลการศึกษาเข้าสู่ชุดวิชาในหลักสูตรระดับปริญญาตรีได้ ต้องมีลักษณะอย่างไร

    1.เป็นรายวิชา หรือกลุ่มมรายวิชาในหลักสูตรของสถาบันอุดมศึกษาที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง

    2.เนื้อหาของรายวิชา หรือกลุ่มมรายวิชานั้นต้องมีเนื้อหาสาระครอบคลุม หรือตรงกับเนื้อหาของชุดวิชาในหลักสูตรระดับปริญญาตรีที่นักศึกษาผู้นั้นเข้าศึกษาไม่น้อยกว่าสามในสี่ของชุดวิชาที่ขอเทียบผลการศึกษาของรายวิชาหรือกลุ่มมรายวิชานั้น

    3.รายวิชา หรือกลุ่มรายวิชานั้นต้องได้ลำดับขั้นไม่ต่ำกว่าระดับคะแนนตัวอักษร C หรือมีแต้มไม่ต่ำกว่าระดับคะแนน 2.00 หรือเทียบเท่า และจำนวนหน่วยกิตของแต่ละรายวิชาหรือกลุ่มรายวิชาที่นำมาขอเทียบผลการศึกษานั้น เมื่อรวมกันแล้วต้องได้เท่ากับหรือมากกว่า 6 หน่วยกิตขึ้นไป

  • การเปลี่ยนแปลงข้อมูล (ขอเปลี่ยนที่อยู่/คำนำหน้า/ชื่อ/สกุล)

  • การเปลี่ยนที่อยู่ต้องดำเนินการอย่างไร

    1. ให้นักศึกษาขอคำร้องขอเปลี่ยนที่อยู่  (มสธ  7)  ไปยังสำนักทะเบียนและวัดผล  หรือคัดลอกสำเนาคำร้องจากคู่มือนักศึกษา  หรือ  website  http://www.stou.ac.th/Offices/ore/Adre/Form/เมื่อได้รับใบคำร้องขอเปลี่ยนที่อยู่ (มสธ 7) แล้วให้กรอกรายละเอียดให้เรียบร้อยแล้วจัดส่งไปยังสำนักทะเบียนและวัดผลพร้อมชำระค่าธรรมเนียม 100 บาท หรือ
    2. ยื่นคำร้องขอเปลี่ยนที่อยู่ทางอินเทอร์เน็ต (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่)
    3. เมื่อสำนักทะเบียนและวัดผลดำเนินการเปลี่ยนที่อยู่ให้เรียบร้อยแล้ว จะจัดส่งใบตอบอนุมัติการเปลี่ยนที่อยู่ให้นักศึกษาทราบ ในระหว่างที่รอการตอบอนุมัติให้นักศึกษาตรวจสอบเอกสารต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยส่งไปให้ตามที่อยู่เดิมด้วย

    หมายเหตุ -นักศึกษาที่ชำระค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงทะเบียนประวัตินักศึกษาตั้งแต่แรกเข้าศึกษา จำนวน 100 บาทแล้วไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนที่อยู่              -นักศึกษาจะต้องกรอกในส่วนข้อมูลสำหรับให้มหาวิทยาลัยใช้ในการจัดสนามสอบด้วยทุกครั้ง มิฉะนั้น จะถือว่านักศึกษายืนยันให้ใช้สถานที่ในการจัดสนามสอบตามข้อมูลที่กรอกไว้ในใบสมัคร

  • ที่อยู่ที่ใช้ติดต่อกับมหาวิทยาลัยไม่สะดวกอยู่นอกเขตไปรษณีย์นำจ่ายจะต้องดำเนินการอย่างไร

    1. ให้ใช้วิธีฝากส่งต่อ  โดยแจ้งที่อยู่ของญาติ  หรือเพื่อน  เพื่อรับเอกสารแทนนักศึกษาแล้วส่งต่อให้นักศึกษาอีกต่อหนึ่ง
    2. ใช้วิธีพักไว้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ โดยทำการตกลงกับนายไปรษณีย์ ให้พักเอกสารที่มีถึงนักศึกษาไว้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ก่อน แล้วนักศึกษาจะไปรับจากที่ทำการไปรษณีย์ภายหลังด้วยตนเอง
    3. ติดต่อเช่าตู้ไปรษณีย์ จากการสื่อสารแห่งประเทศไทย

  • เป็นนักศึกษากรุงเทพมหานครแต่วันสอบประจำภาคมีความจำเป็นต้องไปทำธุระต่างจังหวัดจะขอสอบที่ต่างจังหวัดได้หรือไม่

    นักศึกษาสามารถยื่นคำร้องขอเปลี่ยนสนามสอบเป็นการชั่วคราวไปยังสำนักทะเบียนและวัดผลได้ก่อนการสอบภาคการศึกษานั้น ๆไม่น้อยกว่า 45 วัน

  • การขอทำบัตรประจำตัวนักศึกษา ในกรณีที่บัตรสูญหายจะต้องดำเนินการอย่างไร

    1. ให้แจ้งมหาวิทยาลัยเพื่อขอคำร้อง ขอทำบัตรประจำตัวนักศึกษา โดยระบุ “บัตรประจำตัวหาย”ไปยังสำนักทะเบียนและวัดผล หรือ download แบบฟอร์มได้จาก website ของมหาวิทยาลัย http://www.stou.ac.th/Offices/ore/Adre/Form/เมื่อได้รับคำร้องแล้วให้กรอกรายละเอียดให้ถูกต้องและชัดเจน
    2. ส่งคำร้องพร้อมสำเนาใบแจ้งความ รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 2 รูปและค่าธรรมเนียม 100 บาท  ไปยังสำนักทะเบียนและวัดผล

  • การขอทำบัตรประจำตัวนักศึกษาในกรณีที่บัตรหมดอายุ/บัตรชำรุดมีขั้นตอนอย่างไร

    1. ให้แจ้งมหาวิทยาลัยเพื่อขอคำร้องขอทำบัตรประจำตัวนักศึกษาโดยระบุว่า”บัตรหมดอายุ” หรือ ”บัตรชำรุด” แล้วแต่กรณี ไปยังสำนักทะเบียนและวัดผลหรือ download แบบฟอร์มได้จาก website ของมหาวิทยาลัย
    2. เมื่อได้รับคำร้องแล้วให้กรอกรายละเอียดให้ถูกต้องและชัดเจน
    3. ส่งคำร้องพร้อมบัตรประจำตัวนักศึกษาที่หมดอายุหรือบัตรชำรุด รูปถ่ายแต่งกายสุภาพ ขนาด 1 นิ้ว 2 รูป และค่าธรรมเนียม 100 บาท ไปยังสำนักทะเบียนและวัดผล

  • การขอเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ ชื่อ และชื่อสกุล มีขั้นตอนอย่างไร

    1. ให้ยื่นคำร้องเพื่อขอคำร้องขอเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ ชื่อ และชื่อสกุล ไปยังสำนักทะเบียนและวัดผลหรือ download แบบฟอร์มได้จาก website ของมหาวิทยาลัย
    2. เมื่อได้รับคำร้องแล้วให้กรอกรายละเอียดให้ถูกต้องและชัดเจน
    3. ส่งคำร้อง มสธ 8 สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ  ชื่อ  ชื่อสกุล  และค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ - ชื่อ – ชื่อสกุล จำนวน 100 บาท  ไปยังสำนักทะเบียนและวัดผล
    4. ภายหลังจากที่มหาวิทยาลัยอนุมัติการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ  ชื่อ  และชื่อสกุลแล้ว  จะจัดส่งหนังสือตอบรับการอนุมัติให้นักศึกษาพร้อมกับเอกสารขอทำบัตรประจำตัวนักศึกษาใหม่
    5. นักศึกษาที่สมัครเข้าศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา  2545  เป็นต้นไป  กรณีที่เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อเช่น  ยศ  หรือตำแหน่ง ไม่ต้องขอทำบัตรประจำตัวนักศึกษาใหม่
    6. หมายเหตุ นักศึกษาที่ชำระค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงทะเบียนประวัตินักศึกษา จำนวน 100 บาทแล้วไม้ต้องชำระค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ  ชื่อ  ชื่อสกุล 

  • ยื่นคำร้องขอทำบัตรประจำตัวนักศึกษาใหม่แล้วแต่ยังไม่รับบัตร เมื่อถึงกำหนดการสอบแล้วจะต้องดำเนินการอย่างไร

    ให้นักศึกษาเตรียมรูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป ไปติดต่อกองอำนวยการสอบ ณ สถานที่สอบ เพื่อทำบัตรเข้าห้องสอบ โดยใช้ควบคู่กับบัตรประจำตัวประชาชน

  • นักศึกษาต้องยื่นคำร้องขอทำบัตรประจำตัวนักศึกษาในกรณีใดบ้าง

    1.บัตรประจำตัวนักศึกษาสูญหาย

    2.บัตรประจำตัวนักศึกษาชำรุด

    3.เปลี่ยนยศ คำนำหน้าชื่อ ชื่อ ชื่อสกุล

    4.บัตรประจำตัวนักศึกษาหมดอายุ

    5.ย้ายสาขาวิชา

  • การสอบ ณ สนามสอบ

  • มสธ จะจัดสอบให้นักศึกษาที่ใดและจะทราบสนามสอบได้อย่างไร

    1. มหาวิทยาลัยจะจัดสอบให้นักศึกษาตามจังหวัดที่นักศึกษาแจ้งที่อยู่ไว้กับมหาวิทยาลัยและจะจัดส่งใบแจ้งกำหนดการสอบให้นักศึกษาทุกคนก่อนกำหนดการสอบประมาณ  10 - 25 วัน
    2. หากไม่ได้รับใบแจ้งกำหนดการสอบ นักศึกษาสามารถตรวจสอบข้อมูลการสอบได้ที่เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย  www.stou.ac.th  ตรวจสอบผ่านทาง E-mail address: re.reoffice@stou.ac.th  ผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยเข้ากล่องข้อความถามไพฑูรย์  https://www.facebook.com/askpaitoon/

  • ขอทราบหลักฐานที่ใช้ในการเข้าสอบ

    การแสดงตนในการเข้าสอบให้นักศึกษานำบัตรประจำตัวนักศึกษาหรือบัตรประจำตัวผู้เรียน และบัตรประจำตัวประชาชนมาให้ครบทั้งสองบัตร กรณีขาดบัตรประจำตัวอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้ง 2 บัตร ให้นำรูปถ่ายมาติดใบคำร้องขอทำบัตรเข้าสอบ 2 รูป (เป็นรูปถ่ายที่ถ่ายในคราวเดียวกัน) ซึ่งถ่ายมาไม่เกิน  6  เดือน  ที่กองกลางสนามสอบ  บัตรเข้าสอบที่ไม่ได้ติดรูปถ่าย มหาวิทยาลัยฯ จะไม่ตรวจกระดาษคำตอบและให้ถือว่านักศึกษาสอบไม่ผ่านในชุดวิชานั้น

     

     

     

  • จะทราบได้อย่างไรว่าชุดวิชาไหนข้อสอบมีลักษณะเป็นปรนัยหรืออัตนัย หรือว่าทุกชุดวิชาจะมีทั้งปรนัยและอัตนัย

    ลักษณะของข้อสอบโดยทั่วไปจะเป็นแบบปรนัย แต่จะมีบางชุดวิชาจะมีลักษณะเป็นอัตนัยด้วยซึ่งมหาวิทยาลัยจะแจ้งลักษณะของข้อสอบของแต่ละภาคการศึกษาให้นักศึกษาทราบในข่าว มสธ.ก่อนการสอบภาคการศึกษานั้น ๆ หรือสามารถตรวจสอบได้จาก website ของมหาวิทยาลัย ที่ www.stou.ac.th

  • ลงทะเบียนเรียนชุดวิชา 10151 ไทยศึกษาไว้แต่ไม่ได้เข้าสอบไล่และไม่ได้ลงทะเบียนสอบซ่อม แต่ทำไมได้รับใบแจ้งกำหนดการสอบซ่อมชุดวิชาดังกล่าว และหากเข้าสอบซ่อมจะมีปัญหาหรือไม่

    1. มหาวิทยาลัยจัดเตรียมข้อมูลการสอบซ่อมจากรายชื่อผู้ที่สอบไล่ไม่ผ่าน หรือไม่ได้เข้าสอบในภาคการศึกษานั้น ๆ และมีสถานภาพเป็นนักศึกษาอยู่ในภาคการศึกษาปัจจุบัน (ลงทะเบียนเรียนหรือลาพักการศึกษาตามระยะเวลาที่กำหนด) ดังนั้นนักศึกษาอาจจะมีรายชื่อในบัญชีผู้มีสิทธิเข้าสอบซ่อมด้วยถึงแม้ว่าท่านไม่ได้ลงทะเบียนสอบซ่อมก็ตาม แต่ผู้ที่มีสิทธิเข้าสอบซ่อมจะต้องเป็นผู้ที่ลงทะเบียนสอบซ่อม ในภาคการศึกษาดังกล่าวเท่านั้น
    2. หากนักศึกษาเข้าสอบซ่อมโดยที่ท่านไม่ได้ลงทะเบียนสอบซ่อมไว้ มหาวิทยาลัยจะไม่แจ้งผลการสอบให้ทราบ และจะต้องนำชุดวิชานั้นไปลงทะเบียนเรียนใหม่ในภาคการศึกษาต่อไปที่เปิดสอน

  • การขอเปลี่ยนสนามสอบต้องดำเนินการอย่างไร

    1. ในกรณีที่นักศึกษามีความจำเป็นต้องไปราชการต่างจังหวัด หรือไปธุระต่างจังหวัดใน ช่วงสอบ  ให้นักศึกษายื่นคำร้องขอเปลี่ยนสนามสอบก่อนสอบ 45 วันเพื่อมหาวิทยาลัยจะได้จัดเตรียมข้อสอบให้นักศึกษา โดยให้ยื่นคำร้องขอเปลี่ยนสนามสอบ มสธ 27 ซึ่งคัดลอกสำเนาคำร้องจากคู่มือนักศึกษา  หรือ  website  http://www.stou.ac.th/Offices/ore/Adre/Form/
    2. ถ้านักศึกษาต้องเดินทางอย่างกระทันหันให้นักศึกษายื่นคำร้องขอเข้าห้องสอบสำรองที่ สนามสอบที่นักศึกษาไปราชการ หรือไปธุระเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการสนามสอบ จึงจะเข้าสอบได้

  • กรณีที่หมดเขตการเปลี่ยนสนามสอบแล้ว แต่มีความจำเป็นต้องไปจังหวัดอื่นอย่างกะทันหันจะต้อง ดำเนินการอย่างไร

    กรณีนี้ให้นักศึกษาไปติดต่อที่กองกลางประจำสนามสอบในจังหวัดที่นักศึกษาไปธุระหรือมีราชการเพื่อขอเข้าสอบห้องสอบสำรอง โดยนักศึกษาจะต้องเตรียมบัตรประจำตัวนักศึกษา บัตรประจำตัวประชาชน และใบเสร็จรับเงินค่าลงทะเบียนหรือใบแจ้งสนามสอบ ไปแสดงประกอบการพิจารณาด้วย

  • กรณีที่ได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนสนามสอบชั่วคราวแล้ว แต่เมื่อถึงกำหนดการสอบไม่มีความจำเป็นต้องไปสอบที่สนามสอบชั่วคราวแล้ว จะต้องดำเนินการอย่างไร

     กรณีนี้นักศึกษาจะต้องไปติดต่อขอเข้าสอบห้องสอบสำรองที่สนามสอบเดิม และเตรียมหลักฐานเพื่อขอเข้าสอบห้องสอบสำรองคือ บัตรประจำตัวนักศึกษา บัตรประจำตัวประชาชน และใบเสร็จรับเงินค่าลงทะเบียนหรือใบแจ้งสนามสอบไปแสดงประกอบการพิจารณาด้วย

  • ที่อยู่ที่แจ้งไว้กับมหาวิทยาลัยเป็นอำเภอเมือง จังหวัดน่าน แต่การคมนาคมสะดวกที่จะไปสอบที่โรงเรียนปัว อำเภอปัว จะขอเปลี่ยนสนามสอบเป็นการถาวร โดยให้จัดส่งเอกสารต่าง ๆ ตามที่อยู่เดิมได้หรือไม่

    กรณีดังกล่าวนักศึกษาสามารถยื่นคำร้องขอเปลี่ยนสนามสอบเป็นการถาวรพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็นไปยังสำนักทะเบียนและวัดผลเพื่อพิจารณาได้

  • แจ้งที่อยู่ไว้ในเขตบางกอกน้อย แต่สะดวกที่จะไปสอบในเขตภาษีเจริญเนื่องจากใกล้ที่ทำงาน

    กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล  มหาวิทยาลัยจะจัดสนามสอบตามเขตไปรษณีย์ที่อยู่ของนักศึกษาที่แจ้งไว้กับมหาวิทยาลัย โดยพยายามจัดสนามสอบให้กระจายทั่วไปทุกเขตไปรษณีย์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักศึกษาและผู้เรียน ซึ่งสนามสอบแต่ละแห่งมีข้อจำกัดในเรื่องของอาคารสถานที่ และบุคลากรในการดำเนินการสอบ แต่มหาวิทยาลัยได้พยายามจัดให้เหมาะสมหรือใกล้เคียงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่างไรก็ตามหากนักศึกษามึความจำเป็นที่จะขอเปลี่ยนสนามสอบ ขอให้ยื่นคำร้องพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็นไปยังสำนักทะเบียนและวัดผลเพื่อพิจารณาต่อไป

  • กรณีที่ลงทะเบียนเรียนแล้วแต่ไม่มีรายชื่อที่สนามสอบ

    ให้นักศึกษาติดต่อที่กองกลางสนามสอบเพื่อตรวจสอบรายชื่อผู้เข้าสอบจากบัญชีผู้เข้าสอบอีกครั้ง(ถ้าไม่พบอาจจะต้องตรวจสอบข้อมูลการลงทะเบียน หรือตรวจสอบสถานภาพนักศึกษาเพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติให้เข้าสอบห้องสอบสำรอง)

  • มีความจำเป็นไม่สามารถเข้าสอบได้จึงขอเปลี่ยนแปลงวัน และเวลาสอบ หรือขอเลื่อนการสอบได้หรือไม่

    เนื่องจาก มสธ จัดสอบพร้อมกันทั่วประเทศจึงไม่มีนโยบายให้นักศึกษาขอเปลี่ยนแปลงวัน และเวลาสอบ

  • ลงทะเบียนเรียนแล้วเพราะเหตุใดจึงไม่มีรายชื่อในบัญชีผู้มีสิทธิเข้าสอบ

    นักศึกษาอาจจะมีปัญหาในการลงทะเบียนเรียน หรือสาเหตุดังนี้ 
    1.ลงทะเบียนเพิ่มชุดวิชา โดยที่ไม่ได้ลงทะเบียนเรียนไว้ก่อนในกรณีนี้ จะถูกยกเลิกการลงทะเบียนเพิ่มและไม่จัดสอบให้ หรือ

    2.ลงทะเบียนครั้งแรก ของแต่ละชุดวิชาแต่ไม่สั่งซื้อเอกสารการสอนในกรณีนี้จะถูกยกเลิกการลงทะเบียนและไม่จัดสอบในชุดวิชานั้นๆ หรือ

     3.ลงทะเบียนในชุดวิชาที่ไม่มีสิทธิลงทะเบียนหรือยังไม่มีคุณสมบัติในกรณีนี้จะถูกยกเลิกการลงทะเบียนเฉพาะชุดวิชาที่ยังไม่มีคุณสมบัติและไม่จัดสอบในชุดวิชานั้นๆ หรือ

      4. ลงทะเบียนล่าช้า

  • แนวปฏิบัติการเข้าสอบของนักศึกษา

    ตามระเบียบมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ว่าด้วย การสอบไล่ระดับปริญญาตรี พ.ศ. 2551

    หมวด 3 แนวปฏิบัติการเข้าสอบของนักศึกษา

    1.       นักศึกษา/ผู้เรียนที่จะเข้าสอบต้องเข้าสอบเฉพาะชุดวิชาที่ลงทะเบียนเรียนหรือลงทะเบียนสอบซ่อมแล้วเท่านั้น

    2.       ไม่อนุญาตให้นักศึกษา/ผู้เรียน เข้าสอบ 2 ชุดวิชา ในวันและเวลาสอบเดียวกัน

    3.       ไม่อนุญาตให้นักศึกษา/ผู้เรียนเข้าห้องสอบหลังจากเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนดให้เริ่มทำการสอบไปแล้ว 30 นาที

    4.       นักศึกษา/ผู้เรียนที่จะเข้าสอบต้องมีหลักฐานแสดงตน คือ บัตรประจำตัวนักศึกษา/บัตรประจำตัวผู้เรียนและบัตรประจำตัวประชาชนครบทั้งสองบัตร ถ้าขาดบัตรอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองบัตร ให้เขียนคำร้องขอทำบัตรเข้าสอบ (บัตรสีเหลือง) ณ กองกลางสนามสอบ ก่อนเวลาสอบชุดวิชานั้น โดยนำรูปถ่ายที่เหมือนกัน ขนาด 1 นิ้ว ที่ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 2 รูป (ห้ามใช้รูปถ่ายจากเครื่องถ่ายเอกสาร) มาขอทำบัตรเข้าสอบ และต้องคืนบัตรเข้าสอบ (บัตรสีเหลือง) ณ กองกลางสนามสอบเมื่อเสร็จสิ้นการสอบ

    5.       นักศึกษา/ผู้เรียนที่จะเข้าสอบต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย หากมีเหตุจำเป็นไม่สามารถแต่งกายได้ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด ต้องขออนุญาตผู้อำนวยการสนามสอบเพื่อขอเข้าห้องสอบโดยเขียนคำร้องขอเข้าสอบเนื่องจากแต่งกายไม่สุภาพ (บัตรสีฟ้า) เมื่อผู้อำนวยการสนามสอบอนุญาตให้นักศึกษา/ผู้เรียน ถือบัตรแต่งกายไม่สุภาพไปแสดงต่อกรรมการคุมสอบต่อไป

    6.       นักศึกษา/ผู้เรียนที่ไม่มีรายชื่อในบัญชีรายชื่อผู้เข้าสอบทั้งห้องสอบปกติและห้องสอบสำรอง แต่มีหลักฐานในการลงทะเบียนเรียน ลงทะเบียนสอบซ่อม ให้เขียนคำร้องขอเข้าห้องสอบสำรอง (บัตรสีชมพู) เมื่อผู้อำนวยการสนามสอบ อนุญาตให้นักศึกษา/ผู้เรียน ถือบัตรเข้าห้องสอบสำรองไปแสดงต่อกรรมการคุมสอบห้องสอบสำรองต่อไป

    หมายเหตุ  นักศึกษา/ผู้เรียนที่เข้าสอบโดยไม่มีรูปถ่าย ไม่ส่งรูปถ่ายหรือไม่ส่งบัตรเข้าสอบ (บัตรสีเหลือง) คืนให้ผู้ประสานงานการสอบ (ตามข้อที่ 4) มหาวิทยาลัยจะไม่ตรวจกระดาษคำตอบและให้ถือว่านักศึกษาสอบไม่ผ่านในชุดวิชานั้น

  • ทำบัตรประจำตัวสอบออนไลน์

    เข้าไปในระบบออนไลน์แล้ว แต่ไม่สามารถ link ไปที่หน้าเวบเพจใดใดได้ 

    จึงอยากทราบว่าต้องดำเนินการอย่างไรครับ เพื่อใช้ในการสอบออนไลน์ช่วงวันที่ 30-31 มกราคม 2564 ครับ

  • เข้าสอบออนไลน์ 1/2563 ไม่ได้

    พยายามเข้าสอบออนไลน์ของวันที่ 30 มกราคม 2564 เวลา 9.00-12.00 น. แต่เข้าสอบไม่ได้ เนื่องจากระบบ Error ต้องทำอย่างไรครับ

  • ค่าธรรมเนียมกิจกรรม

  • ค่าธรรมเนียมกิจกรรม

    1.ค่าธรรมเนียมแรกเข้า
      • ผู้ที่สมัครเป็นนักศึกษาใหม่ทุกคนต้องชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้า  800 บาท  ยกเว้นผู้สมัครที่มีอายุ  60  ปีขึ้นไปนับถึงวันที่  1  กรกฎาคม  ของปีการศึกษาที่สมัครเข้าศึกษา  จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้า

    2. ค่าบำรุงการศึกษา

     

    •    ตั้งแต่ภาคการศึกษาที่ 1/2559 เป็นต้นไป ทุกรหัสประจำตัวนักศึกษาจะต้องชำระค่าบำรุงการศึกษา ภาคการศึกษาละ 500 บาท   
    • สำหรับนักศึกษาที่มีสถานภาพเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีก่อนปีการศึกษา 2556 หากมีการชำระค่าบำรุงการศึกษาย้อนหลัง สามารถชำระค่าบำรุงการศึกษาภาคการศึกษาละ 300 บาท ได้จนถึงภาคการศึกษาที่ 2/2558  เท่านั้น

     

    3. ค่าชุดวิชา
       • นักศึกษาทุกคนที่ลงทะเบียนเรียน  หรือลงทะเบียนเพิ่มชุดวิชา  ต้องชำระค่าชุดวิชา ชุดวิชาละ  300  บาท

    4. ค่าวัสดุการศึกษา
        • นักศึกษาทุกคนที่ลงทะเบียนในชุดวิชาใดเป็นครั้งแรก ต้องชำระค่าวัสดุการศึกษา ชุดวิชาละ 700 บาท ยกเว้นชุดวิชาที่มีวัสดุเพิ่มเติม หรือชุดวิชาที่มีการฝึกปฏิบัติ ให้ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือการลงทะเบียนของแต่ละภาคการศึกษา

    5.  ค่าลงทะเบียนสอบซ่อม
        • นักศึกษาที่ลงทะเบียนสอบซ่อมต้องชำระค่าธรรมเนียมในการลงทะเบียนสอบซ่อม ชุดวิชาละ  200  ยกเว้นชุดวิชาที่ต้องลงทะเบียนสอบซ่อมภาคปฏิบัติให้ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจาก คำชี้แจงการลงทะเบียนสอบซ่อม

    6. ค่าธรรมเนียมการออกบัตรประจำตัวนักศึกษาใหม่
      • นักศึกษาที่ขอทำบัตรประจำตัวนักศึกษาใหม่กรณีเปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุลต้องชำระค่าธรรมเนียมในการออกบัตรใหม่ครั้งละ  100  บาท

    7. ค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนแปลงประวัติการศึกษา 100 บาท
       • นักศึกษาที่ต้องการเปลี่ยนที่อยู่ เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ เปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุล เปลี่ยนสาขาวิชา/วิชาเอก สามารถชำระค่าธรรมเนียมเพียงครั้งเดียวได้ตลอดหลักสูตร  

    8.ค่าธรรมเนียมการออกหนังสือรับรองการเป็นนักศึกษา
      • นักศึกษาที่ขอหนังสือรับรองการเป็นนักศึกษาต้องชำระค่าธรรมเนียมในการออกหนังสือรับรอง ฉบับละ  50  บาท

    9.ค่าธรรมเนียมการออกใบรายงานผลการศึกษา (Transcript)
      • นักศึกษาที่ประสงค์จะขอใบรายงานผลการศึกษา (กรณีไม่สำเร็จการศึกษา)  หรือนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาแล้ว และขอใบรายงานผลการศึกษาฉบับที่ 2 เป็นต้นไป  ต้องชำระค่าธรรมเนียม ฉบับละ 50 บาท

    10.ค่าธรรมเนียมการต่ออายุสถานภาพนักศึกษา
        • นักศึกษาที่มีสิทธิในการต่ออายุสถานภาพนักศึกษาเมื่อยื่นคำร้องขอต่ออายุสถานภาพ
    นักศึกษาต้องชำระค่าธรรมเนียม  300  บาท

    11.ค่าธรรมเนียมบัณฑิต
        • นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีทุกคนต้องชำระค่าขึ้นทะเบียนบัณฑิตคนละ  800  บาท

    12. ค่าธรรมเนียมใบรับรองอนุปริญญา
          • นักศึกษาที่ขอสำเร็จการศึกษาในระดับอนุปริญญา  ถ้าต้องการใบรับรองต้องชำระค่าธรรมเนียมฉบับละ  50  บาท

    13. ค่าธรรมเนียมใบรายงานผลการศึกษาอนุปริญญา
         • นักศึกษาที่ขอสำเร็จการศึกษาในระดับอนุปริญญา ถ้าต้องการใบรายงานผลการศึกษาต้องชำระค่าธรรมเนียมฉบับละ  50  บาท

    14. ค่าธรรมเนียมใบแปล ใบรับรองการศึกษาเป็นภาษาอังกฤษ
         • นักศึกษาที่ต้องการใบรับรองเป็นภาษาอังกฤษต้องชำระค่าธรรมเนียมฉบับละ 50  บาท

    15. ค่าธรรมเนียมใบแปลใบปริญญาบัตรเป็นภาษาอังกฤษ
         • นักศึกษาที่ต้องการใบปริญญาที่แปลเป็นภาษาอังกฤษต้องชำระค่าธรรมเนียมฉบับละ  50  บาท

    16. ค่าธรรมเนียมใบแทนใบปริญญาบัตร  ประกาศนียบัตร  สัมฤทธิบัตร
        • นักศึกษาที่ทำใบปริญญาบัตร  ประกาศนียบัตร  หรือสัมฤทธิบัตรที่มหาวิทยาลัยออกให้
    สูญหายและต้องการให้มหาวิทยาลัยออกใบแทนให้ใหม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมฉบับละ  50  บาท

    17. ค่าธรรมเนียมใบรับรองอื่นๆ
        • ถ้านักศึกษาต้องการใบรับรองที่ไม่ได้กำหนดค่าธรรมเนียมไว้เฉพาะนักศึกษาต้องชำระค่าธรรมเนียมฉบับละ  50  บาท

    18. ค่าธรรมเนียมใบสัมฤทธิบัตรกรณีพิเศษ
         • นักศึกษาที่ได้ลงทะเบียนและสอบผ่านหลังจากที่ได้พ้นสถานภาพการเป็นนักศึกษาไปแล้ว และต้องการให้มหาวิทยาลัยออกใบสัมฤทธิบัตรกรณีพิเศษให้ นักศึกษาต้องชำระค่าธรรมเนียมในการออกสัมฤทธิบัตรฉบับละ  50  บาท

    19. ค่าธรรมเนียมคำอธิบายชุดวิชา รายวิชา
         • นักศึกษาที่ต้องการคำอธิบายชุดวิชา หรือรายวิชา ต้องชำระค่าธรรมเนียมฉบับละ 50  บาท

    20. ค่าธรรมเนียมการคัดลอกเอกสารสำคัญ
         • นักศึกษาที่ต้องการถ่ายสำเนาเอกสารสำคัญต่างๆ  ของนักศึกษาที่สำนักทะเบียนและ
    วัดผล ได้จัดเก็บไว้ในไมโครฟิล์มนักศึกษาต้องชำระค่าถ่ายสำเนาฉบับละ  10  บาท

    21. ค่าธรรมเนียมการรับรองสำเนาถูกต้อง
          • นักศึกษาที่ต้องการให้มหาวิทยาลัยรับรองสำเนาเอกสารสำคัญต่างๆ  ที่มหาวิทยาลัยได้ออกให้นักศึกษาไปแล้วนักศึกษาต้องชำระค่าธรรมเนียมฉบับละ  10  บาท

    22. ค่าธรรมเนียมขึ้นทะเบียนอนุปริญญา
         • นักศึกษาที่ขอสำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญาเมื่อมหาวิทยาลัยพิจารณาให้สำเร็จ
    การศึกษาแล้วต้องชำระค่าธรรมเนียมขึ้นทะเบียนอนุปริญญาคนละ  200  บาท

    23.ค่าธรรมเนียมค่าขอโอนชุดวิชา
        • การขอโอนชุดวิชา นักศึกษาจะต้องชำระค่าธรรมเนียมการขอโอนชุดวิชา ชุดวิชาละ 200 บาท

    24.ค่าธรรมเนียมการออกหนังสือรับรองโครงการกู้ยืมเงินของธนาคารกรุงไทย (กยศ.204)
       • นักศึกษาที่ขอหนังสือรับรองโครงการกู้ยืมเงินของธนาคารกรุงไทย ต้องชำระค่าธรรมเนียมในการออกหนังสือรับรอง ฉบับละ  50  บาท

    25.ค่าธรรมเนียมการออกหนังสือรับรองการเป็นนักศึกษาองค์การทหารผ่านศึก (กสก.2)
       • นักศึกษาที่ขอหนังสือรับรองการเป็นนักศึกษาองค์การทหารผ่านศึก ต้องชำระค่าธรรมเนียมในการออกหนังสือรับรอง ฉบับละ  50  บาท

  • การสอบออนไลน์

  • การสอบออนไลน์เป็นการสอบในรูปแบบใด

    เป็นการสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในชุดวิชาที่มหาวิทยาลัยเปิดให้มีการจัดสอบ ทั้งการสอบกลางภาค การสอบไล่ การสอบซ่อม และการสอบอื่นตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

  • นักศึกษาและผู้เรียนโครงการสัมฤทธิบัตรสามารถเข้าระบบการสอบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ใด

    มหาวิทยาลัยเปิดระบบให้นักศึกษาและผู้เรียนโครงการสัมฤทธิบัตรสามารถ Login เข้าสู่ระบบสอบออนไลน์ ก่อนเวลาสอบ 60 นาที โดยเข้าไปที่เว็บไซต์  exam.stou.ac.th  และคลิกเข้าสู่ระบบสอบออนไลน์ พร้อมกรอกอีเมลและรหัสผ่าน (อีเมล คือ รหัสนักศึกษา @stou.ac.th) (รหัสผ่าน คือ เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน)

  • การสอบออนไลน์กับการสอบ ณ สนามสอบโรงเรียนกำหนดวัน และเวลา ในการสอบอย่างไร

    มหาวิทยาลัยกำหนดให้นักศึกษาและผู้เรียนโครงการสัมฤทธิบัตรที่เลือกรูปแบบการสอบออนไลน์จะต้องใช้วัน และเวลาในการสอบเดียวกัน โดยยึดตามเวลาของประเทศไทย

  • นักศึกษาและผู้เรียนโครงการสัมฤทธิบัตรจะต้องแต่งกายในการเข้าสอบออนไลน์อย่างไร

    แต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย เนื่องจากมีการบันทึกภาพเหตุการณ์ตลอดระยะเวลาการทำข้อสอบออนไลน์ของนักศึกษา

  • สถานที่ที่จะใช้ในการสอบออนไลน์ต้องเป็นสถานที่อย่างไร

    นักศึกษาและผู้เรียนโครงการสัมฤทธิบัตรต้องจัดสถานที่สอบออนไลน์ด้วยตนเองและให้เหมาะสมกับการสอบออนไลน์ เช่น ที่พักอาศัย ที่พักในโรงแรม ที่ทำงาน หรือที่อื่นๆ ที่มีความเป็นส่วนตัว มีความมิดชิด โดยไม่มีบุคคลอื่นเข้า-ออก ภายในบริเวณห้องที่ใช้เป็นสถานที่สอบออนไลน์ตลอดคาบเวลาสอบออนไลน์ และโต๊ะที่นั่งสอบออนไลน์ต้องไม่มีสิ่งอื่นใดบนโต๊ะ ยกเว้นอุปกรณ์ที่ใช้สอบออนไลน์เท่านั้น

  • อุปกรณ์ใดที่สามารถนำมาใช้ในการสอบออนไลน์ได้บ้าง

    1. เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ PC ที่มีลำโพงพร้อมกล้องถ่ายภาพ หรือ Webcam พร้อมเชื่อมต่อ INTERNET ความเร็วอย่างน้อย 4Mbps ตลอดคาบสอบ
    2. เครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค  Notebook ที่มีลำโพงพร้อมกล้องถ่ายภาพ หรือ Webcam พร้อมเชื่อมต่อ INTERNET ความเร็วอย่างน้อย 4Mbps ตลอดคาบสอบ
    3. อุปกรณ์เครื่องสำรองไฟหรือ Power Bank เพื่อสำรองไฟให้เพียงพอต่อการสอบในแต่ละคาบ

    เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีลำโพงพร้อมกล้องถ่ายภาพ สามาถใช้แท็บเล็ต (Tablet) หรือ iPad ที่มีกล้องในตัวและโทรศัพท์เคลื่อนที่สมาร์ทโฟน เป็นกล้องแทนได้

     

  • การเข้าสอบออนไลน์จะต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง และต้องดำเนินการอย่างไร

    นักศึกษาและผู้เรียนโครงการสัมฤทธิบัตรต้องแสดงบัตรประจำตัวนักศึกษา หรือบัตรประจำตัวผู้เรียนโครงการสัมฤทธิบัตร และบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นบัตรใดที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐบัตรนั้นต้องปรากฏรูปถ่ายและเลขบัตรประจำตัวประชาชนสิบสามหลักบนบัตรนั้นด้วย พร้อมกับเขียนลายมือชื่อลงบนกระดาษ A4 ถ่ายรูปตนเอง (Selfie) ให้เห็นใบหน้าอย่างชัดเจน และ Upload เอกสารดังกล่าวเข้าระบบการสอบออนไลน์ เพื่อส่งให้มหาวิทยาลัยตรวจสอบ

  • นักศึกษาและผู้เรียนโครงการสัมฤทธิบัตรสามารถเข้าห้องสอบออนไลน์ได้ตั้งแต่เวลาใด

    นักศึกษาและผู้เรียนโครงการสัมฤทธิบัตรสามารถ Login เข้าระบบสอบออนไลน์ ก่อนเวลาสอบ 1 ชั่วโมงและไม่อนุญาตให้นักศึกษาและผู้เรียนโครงการสัมฤทธิบัตรเข้าระบบสอบออนไลน์หลังจากเริ่มดำเนินการสอบออนไลน์ไปแล้ว 30 นาที ทั้งนี้นักศึกษาและผู้เรียนโครงการสัมฤทธิบัตรต้องนั่งอยู่กับที่นั่งสอบจนกว่าจะหมดเวลาสอบตามคาบเวลาสอบนั้นๆ

  • ข้อห้ามนักศึกษาและผู้เรียนโครงการสัมฤทธิบัตรกระทำการในระหว่างการเข้าสอบออนไลน์

    1.ห้ามเข้าสอบมากกว่าหนึ่งชุดวิชาในวันและเวลาเดียวกัน

    2.ห้ามใส่หูฟังในขณะทำการสอบออนไลน์

    3.ห้ามกระทำการหรือมีพฤติกรรมอันเป็นการทุจริตในการสอบออนไลน์ เช่นให้ผู้อื่นเข้าสอบออนไลน์แทนตน พูดหรือติดต่อกับนักศึกษารายอื่น หรือบุคคลภายนอก พยายามดูคำตอบจากนักศึกษารายอื่น หรือยอมให้นักศึกษารายอื่นดูคำตอบของตนเองทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ  หรือคัดลอกข้อสอบ หรือทำสำเนาข้อสอบด้วยวิธีการบันทึก หรือจับภาพหน้าจอ หรือถ่ายรูปข้อสอบ

    4.ห้ามนำวัสดุอุปกรณ์ใดๆ ที่สามารถใช้รับและแสดงผลข้อมูลเพื่ออำนวยความสะดวกในการตอบข้อสอบ หรือในการคิดคำนวณ ตำรา เอกสาร ข้อความหรือวัสดุอุปกรณ์ใด ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอบออนไลน์ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยตามชุดวิชาที่มหาวิทยาลัยกำหนด

  • กรณีชุดวิชาที่มีลักษณะข้อสอบเป็นอัตนัยจะต้องเขียนตอบอย่างไร

    นักศึกษาและผู้เรียนโครงการสัมฤทธิบัตรสามารถเขียนตอบข้อสอบอัตนัยลงบนกระดาษ A4 ได้  และเมื่อนักศึกษาเขียนตอบเรียบร้อยแล้วให้ถ่ายรูปกระดาษคำตอบ แล้วให้ Upload กระดาษคำตอบส่งเข้าระบบสอบออนไลน์ ภายในเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด ทั้งนี้นักศึกษาจะต้องเก็บต้นฉบับกระดาษคำตอบอัตนัยไว้ 45 วัน หลังการสอบออนไลน์ เพื่อประโยชน์ของนักศึกษากรณีที่มหาวิทยาลัยเรียกตรวจสอบภายหลัง

  • แท็บเล็ต (Tablet) หรือ iPad หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ (smartphone) สามารถใช้เป็นอุปกรณ์ในการสอบออนไลน์ได้หรือไม่

    ไม่สามารถใช้แท็บเล็ต (Tablet) หรือ iPad หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ (smartphone) เป็นอุปกรณ์ในการสอบออนไลน์ได้   แต่สามารถใช้เปิดเป็นอุปกรณ์แทนกล้องได้ โดยนักศึกษาต้องดาวน์โหลดโปรแกรม cisco webex ลงบนอุปกรณ์ดังกล่าว

Close
ศูนย์ข้อมูลทะเบียนและบริการนักศึกษา สำนักทะเบียนและวัดผล มสธ. โทร. 02 504 7231