เรื่องราว ประวัติความเป็นมา ประเพณี ความเชื่อ และวิถีชีวิตของชาวไทยพวน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
         

นางกวัก

ผู้ที่จะเล่นนางกวักจะต้องเตรียมอุปกรณ์ในการเล่น ซึ่งได้แก่ การทำตัวนางกวักและเครื่องเซ่น ตัวนางกวักนั้นจะนำเอาตัวกวัก ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการทอผ้าชิ้นหนึ่ง มีรูปร่างลักษณะเป็นตัวจักสานรูปกลมโปร่งเป็นลายเหมือนตาชะลอม ปกติใช้สำหรับพันด้าย หรือเส้นไหมก่อนจะนำมาตั้งลายกับหูก หลังจากได้ตัวนางกวักแล้ว ก็นำกะลามะพร้าวด้านที่มีรู มาร้อยเชือกมัดกับตัวกวัก เพื่อสมมุติให้ดูมีลักษณะเป็นรูปศรีษะคน แล้วนำไม้บงหรือไม้รวก ที่เป็นไม้เหยียบกี่ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการทอผ้าอีกชิ้นหนึ่ง ทีมีความยาวประมาณ 1 วา เพื่อนำมาเสียบกลางตัวกวัก สมมุติให้เป็นแขนนางกวัก ต่อจากนั้นก็นำนางกวักที่มีหัว มีแขนมาใส่เสื้อ เสื้อที่ใช้ก็ใช้เสื้อชาวนาสีดำสวมลงบนตัวนางกวักที่เตรียมไว้

การเตรียมเครื่องเซ่น เพื่อจะทำพิธีเชิญผีนางกวักลงมานั้น ก็นำกระด้งมา 1 อัน ในกระด้งก็ใส่กระจก หวี ช้องผม เสร็จแล้วนำกระด้งไปวางที่โคนก้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง โดยนำไม้ไผ่ยาวๆ วางพาดกับต้นไม้ใหญ่นั้น ให้ปลายของไม้ยาวนี้ด้านหนึ่งอยู่ใกล้กระด้ง สมมุติว่าเป็นบันไดให้นางกวักลงมาจากต้นไม้เพื่อมาเข้าตัวกวัก

เมื่อเตรีมอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว ก็ลงมือเล่น วิธีเล่นนั้นหนุ่มๆ สาวๆ ก็จะพากันนั่งล้อมวงรอบตัวนางกวักที่ทรงเครื่อง และมีผู้หญิงสองคนนั่งจบนางกวักที่ทรงเครื่อง และนั่งอยู่บนสากตำข้าวคู่หนึ่งที่วางลาบบนพื้นดิน โดยคนละข้างของนางกวัก คนอื่นๆ ก็นั่งล้อมร้องเพลง ( ซิ้ง ) นางกวัก เพื่อเชิญวิญญานนางกวักลงมาเข้าตัวกัวก เพลงที่ร้องมีเนื้อเพลงดังนี้

“ นางกวักเอย นางกวักเจ้าแม่กวัก อี่พ่อยักแย่ อี่แม่แย่ยอ คนยกคนยอ

เจ้าสูงเพียงข้าง เจ้าอวดอ้างต่ำหูกเดือนหงาย ตกดินตกทรายเดือนแจ้ง

เจ้าแอ้งแม้งนางฟ้าลงมา นางสีดาแกว่งแขนต๊องแต๊ง ต๊องแต๊ง ”

เมื่อร้องเพลงนางกวักกลับกลับมา ผีนางกวักก็จะมาเข้ากวักที่ทรงเครื่องไว้ เมื่อเข้าแล้วก็จะสามารถทำสิ่งที่คนล้อมรอบขอให้ทำ เช่น ทายชื่อคน ทายเนื้อคู่ เป็นต้น วิธีทายของนางกวักก็คือใช้แขนไม้ข้างหนึ่งเขียนตัวหนังสือ หรืออักษรย่อบนพื้นดิน โดยที่หญิงที่ถือนางกวักในสมัยก่อนนั้นไม่รู้ตัวหนังสือเลย แต่นางกวักก็เขียนให้คนที่ล้อมวงอ่านได้ เป็นที่สนุกสนานอย่างยิ่ง

นางสาก

เป็นการเล่นของหนุ่มสาวในระหว่างประเพณีกำเกียงอีกอย่างหนึ่งผู้ที่เล่นนางสากก็จะพากันนำเอาครกตำข้าวใหญ่พร้อมด้วยสากมา ให้ผู้หญิงคนหนึ่งเข้าไปนั่งในครก ถือสากตั้งขึ้น แล้วใช้ผ้าห่มคลุมสากไว้ ผู้หญิงที่นั่งอยู่ในครก ก็จะเหมือนนั่งอยู่ในกระโจม คนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ ครก ก็จะร้องเพลงเชิญผีนางสากมาเข้าทรง เพลงที่ร้องมีเนื้อร้องดังนี้

“ นางสากเอย กะทะทองแดง สาวน้อยดำแดง มีคู่คำแพง ถอยหลังกลับไป

ถอยหลังกลับมา ขอยืมมีดจะเอาไปฟันหลัว ขอยืมผัวจะเอาไปเป่าปี่ เอ่อน่า

พี่เอย มาตีน้องข้า สมพูน้องน่า ลมพัดซ่อยซ่อย เอ็ดหอไวไว อี่ทองเดียว

ได้ละ อี่ทองคำเอย ”

พอนางสากมาเข้าทรงแล้ว สากก็จะโยกไปมา คนล้อมรอบก็ช่วยกันเปิดผ้าห่มเอาสากออกมาวางไว้นอกครก คนทรงก็จะออกมาจากครก เพื่อเป็นการแสดงว่า ผีนางสาก ได้เข้าสิงในร่างคนทรง แล้วคนที่นั่งล้อมรอบก็จะบอกให้คนทรงทำอาการต่างๆ เพื่อความสนุกสนานและตลกขบขัน เมื่อเล่นเสร็จแล้วผีนางสากก็จะออกจากร่างคนทรง บางทีนางสากก็ไม่ยอมออกต้องพาคนทรงไปลอดบันได้ 3 ครั้ง เป็นการแก้เคล็ด

นางด้ง

นางด้งเป็นการเล่นที่นิยมเล่นในเวลากลางคืนเช่นกัน ชายหนุ่มหญิงสาวที่จะเล่นนางด้ง จะต้องเตรียมอุปกรณ์ในการเล่น คือกระด้งฟัดข้าว บรรจุเครื่องบวงสรวงสำหรับผีนางด้ง เครื่องเซ่นก็ใช้แบบเดียวกันกับเครื่องเซ่นนางกวัก ได้แก่ หวี กระจก ซ้องผม ต่อจากนั้นก็จะให้ผู้หญิง 2 คน เป็นคนทรงโดยถือกระด้งคนละข้าง คนที่เหลือจะนั่งล้อมวงและร้องเพลง ( เซิ้ง ) เพื่อให้ผีนางด้งเข้าทรง เพลงที่ร้องมีเนื้อเพลงดังนี้

“ นางด้งเอย กะทงไม้หมาก กะทากไม้แดง ตะแคงแมงเม่า กระด้งฟัดเข้า

ออกมาคายคาย ออกมาคายคาย คนหญิงคนชายไม่ว่า ลงไม่ได้ไต่ไม้ลงมา

นางสีดาไกวแขวนต๊อนแต๊น ต๊อนแต๊น ”

เมื่อผีนางด้งเข้าทรงแล้ว ก็จะเอากระด้งออกไป คนทรง 2 คน ก็จะแสดงท่ารำตามคำขอร้องของคนที่นั่งล้อมรอบอยู่ การรำก็จะแสดงท่าที่ก่อให้เกิดความตลกขบขันและสนุกสนานแก่ผู้อยู่ล้อมรอบ เช่นมีการบอกให้นางด้งรำพวงมาลัย คนทรงก็จะรำออกไปมาสร้างความครื้นเครงให้กับคนที่นั่งล้อมอยู่