เรื่องราว ประวัติความเป็นมา ประเพณี ความเชื่อ และวิถีชีวิตของชาวไทยพวน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
         

ภาษามีบทบาทที่สำคัญและมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมของมนุษย์ทั้งในด้านจิตวิทยา สังคมวิทยา และมานุษยวิทยา วัฒนธรรมตลอดจนความเจริญในด้านต่าง ๆ ของชนแต่ละกลุ่มที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบันได้ ก็ด้วยอาศัยภาษาเป็นเครื่องมือถ่ายทอดและอนุรักษ์ไว้ ภาษาของชนทุกชาติ รวมทั้งภาษาถิ่นไทยก็ย่อมมีบทบาทสำคัญเช่นนี้เหมือนกันทั้งสิ้น

ภาษาถิ่นไทยเป็นภาษาที่มีผู้พูดกระจายอยู่ทั่วไป ลาว พม่า เวียดนาม มาเลเซีย อินเดีย และบริเวณตะวันตกเฉียงใต้ ของสาธารณะรัฐประชาชนจีนโดยกระจายออกเป็นภาษาถิ่นกลุ่มย่อย ๆ เรียกชื่อต่างกันออกไป ภาษาพวกนี้ก็นับว่าเป็นภาษาไทยถิ่นภาษาหนึ่งก็มีลักษณะเฉพาะแตกต่างภาษาไทถิ่นกลุ่มอื่น ๆ และจากการศึกษาของมาร์วิน บราวน์ ซึ่งเขาได้ศึกษาเปรียบเทียบภาษาไทยถิ่นจำนวน 60 ภาษาเพื่อจะได้ทราบถึงลักษณะของภาษาไทยเดิม สรุปได้ว่า

ภาษาพวนเป็นภาษาหนึ่งในเจ็ดกลุ่มใหญ่และได้สืบทอดมาจากยูนาน - เชียงแสน ในราว 1000 ปีมาแล้ว ในปัจจุบันนี้จากแผนที่ประเทศไทย จากแผนที่ภาษาในประเทศไทย ปรากฏว่า มีผู้พูดภาษาพวนในประเทศไทยตามท้องถิ่นต่าง ๆ ดังนี้ คือ ลพบุรี สิงห์บุรี สระบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ สุโขทัย พิจิตร แพร่ นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา เลย หนองคาย และอุดรธานี

เนื่องจากภาษาเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งและมนุษย์ใช้การเลียนแบบเป็นวิธีที่สำคัญในการสืบทอด วัฒนธรรมทางภาษา ซึ่งเป็นที่ทราบกันอยู่ว่าการเลียนแบบนั้นไม่ว่าจเป็นเรื่องใดก็ตามจะทำให้เหมือนจริงตามแบบทุกอย่างนั้นคงเป็นไปไม่ได้ เสียงพูดในภาษาที่มีการเลียนแบบ สืบต่อกันมาชั่วระยะหนึ่งย่อมผิดเพี้ยนกันไปได้เช่นกัน ฉะนั้นในภาษาทุก ๆ ภาษาที่ยังมีผู้ใช้พูดอยู่จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่ค่อยเป็นค่อยไป หรือเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งเรา จะมองเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนก็ต่อเมื่อเวลาผ่านไปมากพอสมควร เช่นเราอาจกลับไปดูภาษาเขียนสมัยก่อน ๆ แล้วจึงสังเกตเห็นได้เป็นต้น ในชั่วชีวิตเราเองนั้นยากที่จะเห็นภาพของการเปลี่ยนแปลงที่สมบูรณ์ได้ แต่ในชั่วชีวิตของคนหนึ่งคน ก็อาจจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างได้

นอกจากนี้ผู้ใช้ภาษาที่มีวัยหรืออายุแตกต่างกันก็นับได้ว่าเป็นปัจจัยทางสังคมที่สำคัญทำให้การใช้ภาษานั้น ๆ แตกต่างไป โดยเฉพาะถ้าเปรียบเทียบภาษาพูดที่อยู่ในสังคมเดียวกันแต่ต่างกันที่อายุจะเห็นว่ามีความแตกต่างกันเด็กที่เพิ่มพูดได้ใหม่ ๆ ก็พูดต่างไปจากคนที่พูดได้เก่ง เหตุที่คนวัยต่างกันมีการใช้ภาษาพูดของตน วัยนี้อาจเป็นวัยที่ไวต่อการรับคำใหม่ใช้คำใหม่หรือคำแสลง ส่วนผู้สูงอายุอาจไม่สนใจ ในการเปลี่ยนแปลงนักและพอใจที่จะใช้ภาษาของตนที่เคยใช้มามากกว่า

ฉะนั้นจากการศึกษาวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงการใช้คำของคนสามระดับอายุในภาษาพวนของจังหวัดลพบุรี และสิงห์บุรี จึงพบว่า ผู้พูดภาษาพวนนำคำศัพท์อื่นมาใช้ร่วมกับคำศัพท์เดิมในภาษพวนถึงร้อยละ 53.4 ซึ่งเป็นที่สังเกตโดยสรุปว่าปรากฏอัตราการนำคำศัพท์อื่นมาใช้ร่วมกันกับคำศัพท์เดิมในปริมาณที่มากกว่าการใช้คำศัพท์เดิม ร่วมกันทุกระดับอายุโดยเฉพาะผู้พูดภาษาซึ่งมีอายุน้อยกว่า 30 ลงมา จะเปลี่ยนแปลงคำในการใช้ภาษาพวนมากกว่าระดับอายุอื่น ๆ ภาษาทุกภาษาเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีธรรมชาติที่จะต้องเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งนี้อาจจะมีสาเหตุหรือปัจจัย ทางสังคมบางประการร่วมด้วยก็ได้ อย่างเช่นการแลกเปลี่ยนลักษณะและความหมายของคำในภาษาพวนนี้ อาจสรุป เหตุผลของการเปลี่ยนแปลงที่นอกเหนือไปจากการเปลี่ยนแปลงที่เป็นธรรมชาติของภาษาได้หลายประการด้วยกันคือ

1. สถานที่ตั้งของชุมชนผู้พูดภาษาพวน(ทั้งที่ตำบลบางน้ำเชี่ยว อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง จ.ลพบุรี อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี) อยู่แวดล้อมด้วยผู้พูดภาษาภทย จำเป็นต้องติดต่อสื่อสารด้วยภาษาไทยอยู่เป็นประจำทุกวัน จะพูดภาษาพวนเฉพาะคนพวนด้วยกันเท่านั้น โอกาสที่จะพูดภาษาพวนเพียงภาษเดียวมีน้อยลงไปกว่าเดิม
2. สภาพการประกอบอาชีพของชุมชนพวกทุกกลุ่มดังกล่าว อยู่ในข่ายงานพัฒนาที่สำคัญของจังหวัด ทำให้สภาพทางเศรษฐกิจของครอบครัวชาวพวนอยู่ในฐาานะดีเกือบทั้งสิ้น จึงมีผลให้ผู้พูดภาษาพวกรุ่นปัจจุบันมีการศึกษาดี และมีโอกาส เรียนรู้ภาษาไทยกรุงเทพจากระบบโรงเรียน ภาษไทยกรุงเทพจึงเข้ามามีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงเสียงและความหมายของคำเป็นอย่างมาก
3. ค่านิยมหรือความรู้สึกที่ไม่ต้องการแตกต่างไปจากชนกลุ่มใหญ่ของสังคมทำให้คนพวนรุ่นใหม่ไม่นิยมที่เรียนรู้ภาษาของตนอย่างลึกซึ้ง ดังจะสังเกตได้ว่ามีผู้พูดภาษาพวนที่อยู่ในวัยกลางคนหรืออายุน้อยกว่า 30 ปีลงมา น้อยคนมากที่จะสนใจหรือเข้าใจความหมายของถ้อยคำในผญาภาษิตหรือวรรณกรรมท้องถิ่นที่เขียนด้วยอักษรไทยน้อยของคนพวน ซึ่งผู้สูงอายุชาวพวนเองก็รู้สึกและได้พยายามที่จะรณรงค์ส่งเสริม ลูกหลานชาวพวนให้ตระหนักในการที่จะเพิ่มกิจการประเภทอนุรักษ์และส่งเสริมภาษาพวน เมื่อมีการชุมนุมชาวพวนที่จัดให้มีขึ้นเป็นประจำทุกปีแล้ว

อย่างไรก็ดี ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงลักษณะความหมายของคำในภาษาพวนทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นเพียงทัศนะหนึ่งของผู้สนใจศึกษาความเป็นมาของภาษาถิ่นไทย เท่านั้นและมีจุดมุ่งหมายที่สำคัญยิ่งในอันที่จะกระตุ้นเตือนให้ผู้พูดภาษาถิ่นไททุกคนสนใจ เอาใจใส่ศึกษาภาษาไทยอย่างจริงจัง หากเราคนไทยไม่สนใจศึกษาภาษาไทย เอาใจใส่ภาษาพูด ภาษาเขียน ภาษาไทยแล้ว จะมีใครอีกเล่าที่จะช่วยกันรักษาภาษาไทยของเรายิ่งกว่าคนไทยทุกคน

เนื่องจากภาษาไทยพวนเป็นภาษาถิ่นซึ่งแปลกกว่าภาษาอื่นยากแก่การศึกษามากเพราะลีลาหรือสำเนียงของเสียงที่เปล่งออกแต่ละคนที่เป็นต้นเสียง เจ้าของภาษา พอจับใจความการขึ้นลงของเสียงแล้วก็จะมีความง่ายต่อการเรียนรู้มากขึ้น

ปัจจุบันภาษาไทยพวนมีเสียงต่าง ๆ สมควรที่จะนำมาเขียนประกอบไว้ในคำชี้แจงทำความเข้าใจเป็นเบื้องต้นดังนี้

เสียงพยัญชนะ
ภาษาพวนจะมีหน่วยเสียงทั้งหมด 20 หน่วยเสียง คือมีพยัญชนะที่แตกต่างไปจากเสียงพยัญชนะของภาษาไทย 3 หน่วยเสียงเท่ากัน ภาษาพวนจะไม่มีเสียง ช, ฉ จะออกเสียงเป็น ซ, ส แทน ไม่มีเสียง ร จะออกเสียงเป็น ฮ, ล แทน และเสียง ญ นาสิก เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังคงใช้เสียงพยัญชนะ ย อยู่

เสียงสระ
สระของภาษาพวนจะมีเสียงสระเดี่ยว 18 เสียง สระประสม 6 เสียง แต่ภาษาไทยจะมีสระประสมเพียง 5 เสียง (ไม่มีสระเอือะ) และที่น่าสนใจมากของภาษาพวนก็คือ จะออกเสียงสระไอ ต่างไปจากสระไอคำที่ภาษาไทยใช้สระไอ พวนจะออกเสียงสระเออ

เสียงสะกดและพยัญชนะควบกล้ำ
เสียงสะกดที่ใช้แตกต่างจากเสียงสะกดภาษาไทยคือ เสียง ก (แม่กก) ในคำท่ประสมด้วยสระเสียงยาวของภาษาไทย เช่น ปาก ออก ตาก เปียก เผือก ภาษาพวนจะออกเป็นสระเสียงสั้นและมีเสียงหยุดที่เส้นเสียงคือ ออกเป็น ปะ เอาะ ตะ เปียะ เผือะ

สำหรับเสียงพยัญชนะควบกล้ำ 2 เสียง คือ คว, กว, เช่น ควาย กวาง

เสียงวรรณยุกต์
เสียงวรรณยุกต์จะมี 6 เสียง มีความคล้ายคลึงกับภาษาไทยเป็นส่วนใหญ่ เว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้
1. คำเป็นที่มีพยัญชนะก จ ด ต บ ป อ เป็นพยัญชนะต้นและใช้ไม้โท ภาษาไทยจะเป็นเสียงโท คนพวนจะออกเป็นสูง - ขึ้น (คล้ายกับเสียงตรี)
2. เสียงวรรณยุกต์จัตวาของภาษาไทย เมื่อปรากฏอยู่ในพยางค์หน้าของวลีหรือคำประสมของภาษาพวน จะออกเสียงเป็นต่ำคลายเสียงเอก
3. คำตาย สระเสียงสั้น ภาษาพวนจะออกเป็นเสียงสูง-ขึ้น , สูง-ตก ต่างจากภาษาไทย

อักษรไทยพวน
1. อักษรที่ใช้ในการบันทึกเรื่องราวในศาสนาหรือคัมภีร์อัมศักดิ์ เรียกว่า อักษรธรรม หรือตัวธรรม
2. อักษรไทยน้อย ใช้เขียนเรื่องราวทางโลก เช่น การะเกด สุริวงศ์ และชาวพวนจะนิยมนำเรื่องราวเหล่านี้ที่เขียนด้วยอักษรไทยน้อยมาอ่านในการอยู่เป็นเพื่อนศพ เรียกว่า งันเฮือนดี โดยใส่ทำนองและลีลาที่ไพเราะ น่าฟังเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งอักษรทั้ง 2 ชนิดนี้มีผู้เฒ่าเป็นส่วนใหญ่ของชาวพวนสามารถอ่านได้เป็นอย่างดี