กลับหน้าแรก มสธ.
Regional Distance Education Center-Udonthani

| หน้าแรก |


 << วิชาการสู่สังคมประจำปี 2552>>

 เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์

เดือนมีนาคม - เมษายน

เดือนพฤษภาคม - มิถุนายน

 เดือนกรกฎาคม - สิงหาคม

เดือนกันยายน - ตุลาคม

เดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม

 :--****************************--:

วิชาการสู่สังคมประจำเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2552
เรื่อง การทำงานเป็นทีม

 เทพ สงวนกิตติพันธุ์นักวิชาการศึกษา
ศูนย์วิทยพัฒนา มสธ.
อุดรธานี

                  การทำงานเป็นทีม หมายถึง การที่บุคคลหลายคนมาทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ  ซึ่งมีการแบ่งหน้าที่และความรับผิดชอบ  ทั้งนี้โดยมีวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายอย่างเดียวกัน

องค์ประกอบของการทำงานเป็นทีม
1. ด้านการดำเนินการของทีม

1.1 มีเป้าหมายและขั้นตอนการปฏิบัติที่กำหนดไว้ชัดเจน

1.2 มีการทำงานอย่างเป็นระบบ

1.3 มีการประสานงานและสื่อสารกันแบบเปิด

1.4 มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  ไว้ใจ และ ให้การยอมรับซึ่งกันและกัน 
2. ด้านสมาชิกกลุ่ม

2.1 มีเจตคติที่ดีและตั้งใจทำงาน

2.2 มีทักษะหรือมีความรู้ความเข้าใจในงานที่ทำนั้น

2.3 มีการร่วมมือประสานงานกันเป็นอย่างดี และ ยอมรับซึ่งกันและกัน

2.4 มีมนุษยสัมพันธ์ดี  สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
3.
ด้านผู้นำกลุ่ม

3.1 มีความสามารถในการวางแผนงาน

3.2 มีเทคนิคในการบริหารความขัดแย้งเพื่อให้เกิดผลดีต่อการปฏิบัติงาน

3.3 รู้จักนำเอากระบวนการจูงใจมาใช้ในการสร้างผลงานที่ดี

3.4 ให้ความสำคัญต่อสมาชิกทุกคนในกลุ่มและเพิ่มพูนความรู้ให้แก่สมาชิกอยู่เสมอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลักสำคัญในการทำงานเป็นทีม

1. มีอุดมการณ์หรือเป้าหมายที่ชัดเจนและสมาชิกทุกคนยอมรับ

2. มีการแบ่งงานกันตามความรู้ความสามารถ และ ต้องประสานงานกันในการปฏิบัติงานเป็นทีม

3. สมาชิกต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด และ มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

4. รู้จักใช้การประนีประนอม และ ให้อภัยกันหากเกิดความขัดแย้ง  ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน

5. ไม่เอาเปรียบกันหรือทำตัวดีเด่นแต่เพียงผู้เดียว และ ให้ถือว่าสมาชิกทุกคนล้วนมีความสำคัญต่อทีม

6. ผลประโยชน์ที่ทีมได้รับ  สมาชิกทุกคนต้องมีส่วนได้รับร่วมกันตามความเหมาะสม
ขั้นตอนที่จำเป็นในการทำงานเป็นทีม

1. ประชุมร่วมกันเพื่อศึกษาปัญหาและกำหนดเป้าหมายที่จะบรรลุได้

2. วางแผนงานร่วมกันโดยมีการกำหนดขั้นตอนของการปฏิบัติงานที่ชัดเจน  ทั้งนี้ให้คำนึงถึงปัจจัยด้าน  กำลังคน  งบประมาณ  วัตถุดิบ  เครื่องมือและอุปกรณ์  เวลา  และสถานการณ์  เป็นต้น

3. แบ่งงานและมอบหมายงานหรือกระจายความรับผิดชอบแก่ผู้ปฏิบัติงานตามความสามารถหรือความเหมาะสม

4. ลงมือปฏิบัติงานตามแผนงานที่วางไว้

5. ติดตามงานและให้มีการสอนงานหากจำเป็น  โดยมีผู้รับผิดชอบ  ผู้นำหรือหัวหน้าทีมเป็นผู้ควบคุม

         6. มีการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อนำผลที่ได้มาแก้ไข/ปรับปรุง  หรือพัฒนาวิธีปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป 
อุปสรรคในการทำงานเป็นทีม

1. อุปสรรคที่เกิดจากหัวหน้าทีมหรือผู้นำทีม

1.1 ขาดการวางแผนงานหรือแนวทางปฏิบัติงานที่ชัดเจน

1.2 ไม่มีการแบ่งงานหรือกระจายงานอย่างเหมาะสม

1.3 สั่งการไม่ชัดเจนหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งบ่อยครั้ง

1.4 ขาดการสนับสนุนหรือสร้างแรงจูงใจที่ดีแก่ทีมงาน

1.5 ขาดการสอนงาน  การให้แนวทาง หรือ การฝึกอบรมที่จำเป็นแก่ทีมงาน

1.6 ขาดการติดตามงาน และ/หรือ การประเมินผลงาน

1.7 ใช้อำนาจเผด็จการมากเกินไป  ไม่ฟังคนอื่น

1.8 ขาดคุณธรรมและความยุติธรรมในการปฏิบัติงาน

1.9 ให้ความสำคัญแก่ผลของงานมากเกินไป  จนลืมนึกถึงความสำคัญของผู้ปฏิบัติงาน

1.10 สุขภาพไม่สมบูรณ์ และ/หรือ ไม่ทุ่มเทกำลังใจและกำลังกายในการปฏิบัติงานอย่างแท้จริง

2. อุปสรรคที่เกิดจากสมาชิกทีม

2.1 ขาดความร่วมมือร่วมใจกัน หรือ มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก

2.2 ไม่ตระหนักถึงการวางแผนงาน หรือ การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนร่วมกัน

2.3 รับคำสั่งโดยไม่มีการทบทวนให้แน่ชัด

2.4 ไม่สอบถามเมื่อมีข้อสงสัย

2.5 ปฏิบัติงานโดยไม่เป็นไปตามลำดับขั้นตอนก่อน-หลัง

2.6 ขาดความรู้ความชำนาญ หรือ ขาดผู้เชี่ยวชาญในงานที่ปฏิบัติ

2.7 ไม่รู้กำหนดเวลางานว่าให้แล้วเสร็จเมื่อใด

2.8 ขาดการสอนงานกันเอง หรือ ไม่พยายามเพิ่มพูนความรู้ภายในทีม

2.9 เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าส่วนรวม

2.10 สุขภาพไม่สมบูรณ์ และ/หรือ ไม่ทุ่มเทกำลังใจและกำลังกายในการปฏิบัติงานอย่างแท้จริง

การบริหารความขัดแย้งในทีม

1. เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่

2. เคารพในความคิดเห็นและประสบการณ์ของกันและกัน

3. หลีกเลี่ยงการพูดเรื่องส่วนตัว  การเสียดสี หรือ ดูถูกกัน

4. มุ่งประเด็นไปที่ข้อขัดแย้ง  ไม่ควรนำเรื่องส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง

5. ใช้ข้อมูลและความถูกต้อง หรือ ใช้เหตุและผลในการขจัดข้อยัดแย้ง

6. ใช้เทคนิคการบริหารความขัดแย้ง  ได้แก่

6.1 การประนีประนอม

6.2 การพบกันครึ่งทาง

6.3 การทดลองทำตามทุกแนวคิด  แล้วเปรียบเทียบผลที่ได้

6.4 การหลอมรวมความคิดกันเพื่อสร้างแนวทางใหม่ 

 

พบกันใหม่เดือนหน้าครับ
สวัสดี

                **หน่วยงานใดหรือหมู่คณะใดมีความประสงค์จะจัดฝึกอบรมเพื่อพัฒนาคนหรือพัฒนางานโปรดติดต่อคุณเทพ  สงวนกิตติพันธุ์
ศูนย์วิทยพัฒนา มสธ. อุดรธานี โทร.042-292493 หรือ 089-1876967

กรุณาให้ข้อคิดเห็นต่อบทความนี้ เพื่อเป็นข้อมูลในการปรับปรุงการนำเสนอบทความในโอกาสต่อไป

1. บทความนี้ท่านเห็นว่ามีประโยชน์

มากที่สุด   มาก   ปานกลาง   น้อย   น้อยที่สุด       ผลการ Vote

2. ความรู้จากบทความนี้ท่านสามารถนำไปใช้มีประโยชน์ได้

มากที่สุด   มาก   ปานกลาง   น้อย   น้อยที่สุด      ผลการ Vote

3. ความพึงพอใจของท่านต่อบทความนี้

มากที่สุด   มาก   ปานกลาง   น้อย   น้อยที่สุด      ผลการ Vote

  Top