ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม จังหวัดปทุมธานี
 
ประเพณีการหุงข้าวแช่ (เปิงสงกรานต์ )
 
 

       เป็นประเพณีสงกรานต์ข้าวแช่ของชาวไทยรามัญ(มอญ) มีการนำข้าวสุกแช่ลงในน้ำเย็นลอยดอกมะลิพร้อมกับจัดอาหารคาวหวานจัดเป็นสำรับแล้วนำออกขบวนแห่ไปถวายพระและญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือในวันสงกรานต์ พอตอนบ่ายก็จะมีการก่อพระทรายและร่วมปล่อยนกปล่อยปลานำน้ำหอมไปสรงน้ำพระขอพรจากพระและยกขบวนไปรดน้ำอวยพรผู้ใหญ่ตามขนบธรรมเนียมประเพณีที่ได้ยึดถือกระทำกันมาเป็นประเพณีของชาวรามัญที่ยึดถือปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่สมัยโบราณ มาจนกระทั่งทุกวันนี้ เริ่มใน เมษายน ของทุกปี โดยชาวบ้านจะทำความสะอาดจัดเก็บบ้านเรือนที่อยู่อาศัยให้มีระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ทำการกวนขนม กะละแมซึ่งถือว่าเป็นขนมประเพณีสงกรานต์ที่สำคัญ เป็นขนมที่ใช้ทำบุญและใช้สำหรับต้อนรับ แขกที่มาเยี่ยมเยือน สิ่งที่สำคัญประการต่อไป คือ การเตรียมทำข้าวแช่ ซึ่งมีอยู่ 7อย่าง และ นอกจากนั้น ต้องเตรียมเครื่องอุปโภค บริโภคอื่นๆ ที่ต้องใช้ในการทำบุญและประกอบกิจกรรม ต่างๆ ตอนเย็นของวันที่ 12,13 และ 14 เมษายน ผู้ที่เป็นหัวหน้าครอบครัว คือพ่อบ้านจะมีการ เตรียมปลูกศาลเพียงตา มีเสา 4 ต้น ปูพื้นสูงระดับสายตา (สูงเพียงตา) ล้อมฝาสามด้านด้วย ผ้าขาว สะอาด ไม่มีหลังคา ฝ่ายแม่บ้านจะเตรียมทำกับข้าวแช่ไว้ให้เสร็จก่อนหกโมงเช้า และ ในตอนเช้าตรู่ของวันที่ 13,14 และ 15 เมษายน แต่ละครอบครัวจะนำข้าวแช่พร้อมกับข้าวใส่ สำรับไปวางเซ่นถวายบวงสรวงพระอินทร์ พระพรหม เทวดา อารักษ์ต่างๆ ณ ศาลเพียงตา 1 สำรับ พร้อมกับจุดเทียน กล่าวคำอัญเชิญบวงสรวง นำไปถวายพระภิกษุสามเณร 1สำรับ และ นำไปให้ญาติผู้ใหญ่ที่เคารพไม่จำกัดจำนวนสำรับ ตามแต่สมควร ส่วนที่เหลือไว้รับประทาน ในครอบครัว และสำหรับต้อนรับเชื้อเชิญแขกมิตรสหายมาร่วมรับประทาน ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ กระทำเพื่อเป็นสิริมงคล ความสุขความเจริญของครอบครัว และวงศ์ตระกูล ตลอดจนเป็น การแสดงความกตัญญูกตเวทิตาคุณ

 

 

                        แต่ละบ้านก็จัดเตรียมสำรับกับข้าวและขนมกะละแม ผัดแป้งแต่งตัวตามประเพณีนิยมไปทำบุญตักบาตร พร้อมกันที่วัดเวลา 8.00น.ซึ่ง มีการประกอบกิจกรรมประเพณี สงกรานต์ ตอนบ่ายบรรดาเด็ก หนุ่มสาว หรือ ผู้ที่มีอาวุโสน้อยกว่าจะนำน้ำกับนำไปรดน้ำดำหัวและให้น้ำอบญาติผู้ใหญ่ เพื่อเป็นการขอพร และการให้พรซึ่งกันและกันหลังจากนั้นก็พากันไปรดน้ำ พรมน้ำอบ ปักธงสีประดับ จุดธูปเทียน บูชากราบไหว้อัฐิของบุพการีซึ่งล่วงลับไปแล้วที่บริเวณโกศซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณวัดตั้งแต่ เวลาประมาณ 16.30น. เป็นต้นไป เป็นเวลาสรงน้ำพระภิกษุ สามเณร หลังการสรงน้ำพระภิกษุ สามเณร หลังจากสรงน้ำ พระเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมีการเล่นทะแยมอญ พร้อมกับ นำกล้วยน้ำว้าสุกแจกจ่ายให้แก่ลูกหลานที่มาห้อมล้อมชมอยู่บริเวณนั้นได้นำมาเซ่นและก็จะได้ รับประทาน