Search this page
Module 5
Common Grammar and Writing Problems
ปัญหาที่พบเสมอด้านไวยากรณ์และการเขียน

ปัญหาที่คนไทยส่วนใหญ่พบเสมอคือปัญหาด้านไวยากรณ์ ความสำคัญระหว่างคำในประโยค และการเขียน ซึ่งเห็นได้ชัดจากการวิเคราะห์เรียงความและข้อเขียนอื่น ๆ ของคนไทย ปัญหาดังกล่าวส่วนมากเกิดขึ้นจากอิทธิพลของภาษาไทยซึ่งเข้าไปแทรกอยู่ในการแสดงความคิดเห็นเป็นภาษาอังกฤษและทำให้ข้อความที่เขียนนั้น แม้ว่าจะใช้ถ้อยคำภาษาอังกฤษก็ตาม แต่ใช้รูปแบบหรือโครงสร้างซึ่งคล้าย ๆ กับภาษาไทยหรือกึ่งไทยกึ่งอังกฤษ ซึ่งต้องนับว่าผิดกฎไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ และในบางกรณีทำให้ผู้เขียนไม่อาจสามารถสื่อความหมายแก่ผู้อ่านได้ ถ้านักศึกษาวิเคราะห์และทำความเข้าใจกับปัญหาดังกล่าวจะช่วยลดความผิดพลาดในการเขียนภาษาอังกฤษได้ ปัญหาหลักๆ ที่พบมีดังต่อไปนี้

 
ปัญหาอันเนื่องมาจากการใช้ comma เชื่อมประโยคหลักสองประโยค (comma splices)
การที่มีประโยคหลักสองประโยครวมเข้าด้วยกัน โดยไม่มีเครื่องหมายวรรคตอนหรือคำเชื่อมระหว่างกัน (run-on sentences)
และการใช้ข้อความที่เป็นเพียงวลีหรือกลุ่มคำแทนที่จะใช้ประโยคที่สมบูรณ์ (fragments)
ปัญหาอันเนื่องมาจากการเขียนแสดงความคิดโดยใช้โครงสร้างทางไวยากรณ์ที่ต่างกัน (faulty parallelism)
ปัญหาอันเนื่องมาจากการใช้คำสรรพนามที่ไม่สอดคล้องกับคำที่คำสรรพนามอ้างถึงในแง่บุรุษ เพศ และพจน์
(pronoun disagreement with antecedent)
ปัญหาอันเนื่องมาจากการใช้คำหรือกลุ่มคำที่มิได้อ้างถึงหรือขยายคำใดในประโยค (dangling elements)
ปัญหาอันเนื่องมาจากการวางคำขยายไว้ผิดที่ผิดตำแหน่งในประโยค (misplaced modifiers)
ปัญหาอันเนื่องมาจากการใช้คำหรือกลุ่มคำซ้ำซากหรือยาวเยิ่นเย้อ เพราะไม่ใช้ subordination
[การนำความคิดที่มีน้ำหนักไม่เท่ากันมาใส่ในประโยคเดียวกัน โดยวางความคิดที่สำคัญกว่าไว้ในประโยคหลัก (main clause)
และวางความคิดที่มีความสำคัญน้อยกว่าในอนุประโยค (subordinate clause)] และ elliptical clause
(อนุประโยคที่มีส่วนหนึ่งละไว้ในฐานที่เข้าใจ)
ปัญหาการใช้คำขยายแสดงจำนวนและการเปรียบเทียบ
ปัญหาการใช้คำคุณศัพท์
ปัญหาการใช้ relative clauses
ปัญหาการใช้อนุประโยคเสริมประโยคหลัก
ปัญหาการเขียนตามคำแปลภาษาไทย

 

ปัญหาอันเนื่องมาจาก comma splices, run-on sentences, and fragments

ในการเขียนภาษาอังกฤษมีประเด็นบางประเด็นที่นับได้ว่าเป็นปัญหาเสมอ แม้แต่สำหรับเจ้าของภาษาอังกฤษ ผู้เขียนจึงหยิบเอาประเด็นดังกล่าวมาอธิบายในตอนนี้เพื่อประโยชน์ของนักศึกษา ถ้านักศึกษาสามารถเข้าใจหลักไวยากรณ์และหลีกเลี่ยงการทำผิดเกี่ยวกับปัญหาประเภทต่าง ๆ จะช่วยให้การเขียนมีประสิทธิภาพ สื่อความหมายได้ดีขึ้น ในเรื่องนี้จะกล่าวถึงปัญหาอันเนื่องมาจาก comma splices, run-on sentences, and fragments

1. Comma splices

หมายถึงการใช้ comma ( , ) เชื่อมประโยคหลัก (independent/main clauses) สองประโยค ซึ่งถือว่าผิดไวยากรณ์ เช่น
The poet loved classical music, it inspired him to write.

วิธีแก้ไข Comma splices

2. Run–on sentences

หมายถึงประโยคหลักสองประโยคที่รวมเข้าด้วยกันโดยไม่มีเครื่องหมายวรรคตอน หรือคำเชื่อมระหว่างกัน
ซึ่งถือว่าผิดไวยากรณ์ เช่น
The traffic situation in Bangkok is terrible there are too many cars.

วิธีแก้ไข Run–on sentences

3. Fragments

หมายถึงข้อความที่เป็นเพียงวลีหรือกลุ่มคำไม่ใช่ประโยคที่สมบูรณ์ ซึ่งถือว่าผิดไวยากรณ์

ปัญหา Fragments และวิธีแก้ไข



 
Index: Module 4 Exercises
Exercise 1

^Top


ปัญหาอันเนื่องมาจาก Faulty Parallelism

Parallel construction หรือ Parallelism หมายถึง การเขียนแสดงความคิดในโครงสร้างทางไวยากรณ์ที่คล้ายคลึงกัน เพื่อให้ข้อความในประโยคต่อเนื่อง ทำให้ลีลาในการเขียนสละสลวย และทำให้ผู้อ่านติดตามเรื่องและเข้าใจแนวคิดของผู้เขียนได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้การใช้ parallel construction จะช่วยทำให้ข้อความสัมพันธ์กัน มีความคล้องจอง ทำให้จำได้ง่าย จึงมักนิยมใช้ในคำพังเพยและภาษิตที่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป เช่น

- I came, I saw, I conquered. (Julius Caesar)
- Early to bed and early to rise makes a man healthy, wealthy, and wise. (Benjamin Franklin)
- Give me liberty, or give me death. (Patrick Henry)
- Government of the people, by the people, and for the people shall not perish from the earth. (Abraham Lincoln)

การเขียน parallel construction ใช้ได้ในระดับคำ คือเป็นคำเดียวโดด ๆ หรือใช้ในระดับกลุ่มคำคือวลี หรืออนุประโยค ดังตัวอย่างต่อไปนี้

1. Single Words - Edison studied, thought, and experimented. (Past tense verbs)
- Clark Gable was tall, dark, and handsome. (Adjectives)
- They waited four hours at the airport, reading, chatting, and drinking. (Participles)
2. Phrases - The enemy invaded by land, by sea, and by air. (Prepositional phrases)
- To support his family and to put himself through college, he worked at different part-time jobs.   (Infinitive phrases)
- His favorite hobbies were playing chess, reading novels, and watching television. (Gerund phrases)
3. Clauses - The suspect denied that he had broken into the house and that he had taken the money. (Noun clauses)
- An athlete who practices regularly and who eats nutritious meals has an edge over his opponents. (Adjective clauses)

Faulty parallelism คือการเขียนแสดงความคิดโดยการใช้โครงสร้างทางไวยากรณ์ต่างกัน กล่าวคือ ใช้องค์ประกอบต่างระดับกัน ให้นักศึกษาอ่านประโยคต่อไปนี้ ส่วนที่ขีดเส้นใต้ของประโยคแรกมีปัญหา faulty parallelism ซึ่งมีคำอธิบายอยู่ในวงเล็บ ต่อไปเป็นตัวอย่างของประโยคใหม่ที่เขียนขึ้นโดยขจัดปัญหา faulty parallelism ออกไปแล้ว

Eating is time-consuming, expensive, and it makes you fat.
     (องค์ประกอบสองส่วนแรกเป็นคำคุณศัพท์ แต่องค์ประกอบที่สามเป็น independent clause)
Eating is time-consuming, expensive, and fattening.

Come to the seminar prepared to take notes and with some questions to ask.
     (องค์ประกอบแรกเป็น infinitive phrase แต่องค์ประกอบที่สองเป็น prepositional phrase)
Come to the seminar prepared to take notes and to ask questions.

 
Index: Module 4 Exercises
Exercise 2

^Top


ปัญหาเกี่ยวกับ Pronoun Disagreement with Antecedent

การใช้คำสรรพนามจะต้องสอดคล้องกับคำสรรพนามที่อ้างถึงในแง่บุรุษ เพศ และพจน์ (pronoun agreement with antecedent) คำที่อ้างถึงนั้นเรียกว่า antecedent
ให้ดูตัวอย่างประโยคต่อไปนี้ซึ่งคำสรรพนามสอดคล้องกับ antecedent

The student turned in his report.
The girls finished preparing their lessons.
Mike expressed his views on the drug problem.
The club members enjoyed their trip to the museum.
Every country is proud of its heroes.

การใช้สรรพนามให้สอดคล้องกับบุรุษ เพศ และพจน์นี้ บางครั้งมีปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้น ให้ศึกษาข้อสังเกตดังนี้ >>
 
Index: Module 4 Exercises
Exercise 3

^Top


ปัญหาอันเนื่องมาจาก Dangling Elements

Dangling element คือคำหรือกลุ่มคำซึ่งมิได้อ้างถึงหรือขยายคำใดในประโยค ส่วนมากมักปรากฏอยู่ข้างหน้าประโยค และปัญหานี้โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ 1. participle 2. infinitive 3. gerund และ 4. elliptical clause

ต่อไปนี้จะยกตัวอย่างของ dangling elements ทั้งสี่ประเภทพร้อมกับประโยคที่ได้แก้ไขให้ถูกต้องแล้ว >>
 
Index: Module 4 Exercises
Exercise 4

^Top


ปัญหาอันเนื่องมาจาก Misplaced Modifiers

Misplaced modifier คือคำขยายที่เอาไว้ผิดที่ผิดตำแหน่งในประโยค ทำให้ดูเหมือนว่าขยายผิดคำ ปัญหานี้เกิดขึ้นเพราะผู้เขียนไม่ได้ใส่คำขยายนั้นติดกับคำที่ควรขยาย ส่วนมาก misplaced modifier นี้จะเป็นบุพบทวลีหรือ relative clause ที่วางไว้ในประโยคผิดที่ ให้ดูตัวอย่างต่อไปนี้

Everyone was born in March in this room.
เนื่องจากว่าใส่บุพบทวลี in this room ผิดที่ ดูเหมือนว่าทุกคนเกิดในเดือนมีนาคมในห้องนี้ ซึ่งคงแปลกมาก นอกจากว่าเป็นห้องสูติกรรมที่โรงพยาบาล ควรแก้เป็น
Everyone in this room was born in March.
ในประโยคนี้บุพบทวลี in this room ใส่ติดกับคำที่ควรจะขยายคือ Everyone แล้วทำให้ประโยคมีความหมายว่าทุกคนในห้องนี้เกิดในเดือนมีนาคม

The dictionary was found in the library that had been missing for weeks.
ในประโยคนี้ relative clause “that had been missing for weeks” ใส่ผิดที่ ดูเหมือนว่าสิ่งที่ขาดหายไปเป็นหลายอาทิตย์คือห้องสมุด ไม่ใช่พจนานุกรม ควรแก้โดยนำ relative clause มาใส่ติดกับ “พจนานุกรม” ดังนี้
The dictionary that had been missing for weeks was found in the library.

 
Index: Module 4 Exercises
Exercise 5

^Top


ปัญหาอันเนื่องมาจากการใช้คำซ้ำซากหรือยาวเยิ่นเย้อ

บางครั้งผู้เขียนจะเขียนข้อความเยิ่นเย้อโดยใช้คำซ้ำ ๆ ซึ่งทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าน่าเบื่อ ในการเขียนภาษาอังกฤษมีวิธีที่จะทำให้ข้อความกะทัดรัดและเนื้อเรื่องรัดกุมขึ้น โดยการใช้ subordination และการใช้ elliptical clauses ดังรายละเอียดต่อไปนี้คือ

1. Subordination
Subordination เป็นวิธีการซึ่งผู้เขียนนำใจความที่มีน้ำหนักไม่เท่ากันมาวางเรียงกัน โดยวิธีที่ทำให้ผู้อ่านเห็นอย่างชัดเจนว่าใจความใดมีความสำคัญมากกว่า และใจความใดมีความสำคัญน้อยกว่า โดยใส่ใจความที่สำคัญกว่าในประโยคหลัก (main/independent clause) และใจความที่มีความสำคัญน้อยกว่าในอนุประโยค (subordinate/dependent clause)
ให้ศึกษาตัวอย่างประโยคต่อไปนี้และเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างประโยคหลักและอนุประโยค >>

2. Elliptical Clauses
วิธีการที่จะช่วยให้การเขียนกะทัดรัดขึ้นอีกวิธีหนึ่งคือ การใช้ elliptical clauses ซึ่งหมายถึงการละ clause ส่วนหนึ่งไว้ในฐานที่เข้าใจ elliptical clauses ที่นิยมใช้มีสามประเภทคือ 1. relative clause ซึ่งละ relative pronoun ไว้ (เฉพาะกรณีที่ relative pronoun นั้นเป็นกรรม) 2. dependent clause ซึ่งละทั้งประธานและคำกริยา และ 3. clause หลังคำ than หรือ as ซึ่งละคำกริยาไว้
ให้ดูตัวอย่างของทั้งสามกรณีดังกล่าว >>
 
Index: Module 4 Exercises
Exercise 6

^Top


ปัญหาการใช้คำขยายแสดงจำนวนและการเปรียบเทียบ

ปัญหาการใช้คำขยายแสดงจำนวนและการเปรียบเทียบ แบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ 4 ประเภทคือ

ปัญหาในการใช้ most, almost และ almost all of the + คำนามหรือนามวลี

คนที่มีปัญหาดังกล่าวมักจะใช้คำและวลีทั้งสามอย่างสลับสับสนกัน โดยใช้ most ในกรณีที่ควรใช้ almost หรือตรงกันข้ามกลับใช้ almost เมื่อควรใช้ most ยิ่งกว่านั้นมักมีปัญหาในการนำคำเหล่านี้มาใช้กับคำนามหรือนามวลีอย่างถูกต้อง

ตัวอย่างปัญหาการใช้

 
Index: Module 4 Exercises
Exercise 7-1

^Top


ปัญหาการใช้ the same as, equal to, two times และ more than

The same as
ในการใช้ the same ผู้เขียนบางคนมีปัญหาในการใช้คำบุพบทอย่างถูกต้อง
Equal to/Equally
ในการใช้ equal to หรือ equally ผู้เขียนบางคนมีปัญหาในการใช้คำบุพบทหรือคำสันธานอย่างถูกต้อง
Two/three (etc.) times
ผู้เขียนบางคนใช้ equals ในกรณีที่ควรใช้ times เมื่อเปรียบเทียบจำนวนหนึ่งกับอีกจำนวนหนึ่ง
More than
ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยอีกอย่างหนึ่งเกี่ยวกับการเปรียบเทียบคือ การเรียงคำผิดในกรณีที่ต้องการจะเปรียบเทียบสิ่งของสองอย่างในระดับมากน้อยกว่ากัน

ตัวอย่างปัญหาการใช้

 
Index: Module 4 Exercises
Exercise 7-2

^Top


ปัญหาในการใช้ one of the + คำคุณศัพท์ในรูป superlative

นักศึกษาคงทราบแล้วว่าเมื่อต้องการที่จะเปรียบเทียบในระดับมากที่สุดน้อยที่สุด ถ้าคำคุณศัพท์มีหนึ่งหรือสองพยางค์มักจะเติม suffix -est (fairest, healthiest, fastest, ฯลฯ) และถ้าคำคุณศัพท์มีสามพยางค์ขึ้นไปก็ใช้ the most หรือ the least (the most beautiful, the least attractive ฯลฯ) แต่ปัญหามักจะเกิดขึ้นเมื่ออยากจะแสดงว่าสิ่งที่เปรียบเทียบนั้นอาจไม่ใช่เป็นสิ่งที่มาก/น้อยที่สุดเพียงสิ่งเดียว เป็นแต่เพียงอย่างหนึ่งในบรรดาสิ่งต่าง ๆ ที่มาก/น้อยที่สุดเท่านั้น ซึ่งในกรณีนี้ภาษาอังกฤษใช้ one of the + คำคุณศัพท์ในรูป superlative บางครั้งผู้เขียนเอาวลีนี้มาเรียงลำดับผิด

ตัวอย่างปัญหาการใช้


ปัญหาในการใช้รูปเอกพจน์และพหูพจน์ในวลีที่ขึ้นต้นด้วยคำ one

One of + นามวลี
มีหลายคนที่ใช้รูปเอกพจน์พหูพจน์ผิดในวลีที่ขึ้นต้นด้วยคำ one ไม่ว่าวลีนั้นจะเป็นโครงสร้าง superlative ดังที่ศึกษาหรือเป็นวลีอื่นก็ตาม

One type (kind, form) + คำนาม
ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่พบคือปัญหาเกี่ยวกับวลีที่ขึ้นต้นด้วย one ซึ่งถ้าพิจารณาอย่างผิวเผินดูเหมือนจะเป็นวลีประเภทเดียวกับที่ได้ศึกษาไปแล้วในข้อความข้างต้น แต่ถ้าวิเคราะห์อย่างรอบคอบจะเห็นว่าแตกต่างกัน วลีประเภทนี้มักจะใช้ one กับคำว่า type, kind หรือ form

Common singular/plural errors

ก่อนจะจบเรื่องเกี่ยวกับเอกพจน์และพหูพจน์ ควรกล่าวถึงคำกลุ่มหนึ่งที่เป็นปัญหาเสมอ คือเป็นคำที่จะต้องใช้ในรูปเอกพจน์ แต่ปรากฏบ่อยครั้งในข้อเขียนในรูปพหูพจน์ ซึ่งไม่ถูกต้อง

ตัวอย่างปัญหาการใช้

 
Index: Module 4 Exercises
Exercise 7-3

^Top


ปัญหาการใช้คำคุณศัพท์

ปัญหาการใช้คำคุณศัพท์นี้แยกออกเป็นปัญหาใหญ่สามปัญหา คือ
• ปัญหาการใช้ predicate adjective โดยไม่ใช้กริยา BE
• ปัญหาการใช้คำนามแทนคำคุณศัพท์หลัง BE
• ปัญหาการละ suffix – ed หลัง linking verbs

 
Index: Module 4 Exercises
Exercise 8

^Top


ปัญหาการใช้ relative clauses

ปัญหาในการเขียน relative clauses แบ่งออกเป็นปัญหาใหญ่ 5 ปัญหา คือ
• ปัญหาความสับสนระหว่าง restrictive และ nonrestrictive relative clauses
• ปัญหาเกี่ยวกับ relative clauses ที่แสดงการเป็นเจ้าของ
• ปัญหาเกี่ยวกับ relative clauses ที่ต้องใช้คำบุพบทคู่กับ relative pronoun
• ปัญหาการใส่คำสรรพนามในตำแหน่งกรรมตรงผิด
• ปัญหาการละ BE ใน relative clause ที่มี predicate adjective

 
Index: Module 4 Exercises
Exercise 9 [1] [2]

^Top


ปัญหาการใช้อนุประโยคเสริมประโยคหลัก

ปัญหาการใช้อนุประโยคเสริมประโยคหลัก (Complementation) อย่างถูกต้อง แบ่งออกเป็นปัญหาใหญ่ 7 ปัญหาดังนี้
• ปัญหาการใช้โครงสร้างแบบ The reason … is that ….
• ปัญหาการใช้ in order to
• ปัญหาการใช้คำเชื่อม as
• ปัญหาเกี่ยวกับคำถามที่อยู่ในประโยคบอกเล่า
• ปัญหาการใช้โครงสร้างประโยคเกี่ยวกับเหตุและผล
• ปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างซึ่งใช้ gerunds
• ปัญหาการผันกริยาที่สองในอนุประโยคที่มีคำกริยามากกว่าหนึ่งคำ

รายละเอียดปัญหาใหญ่ทั้ง 7 ปัญหา>>

 
Index: Module 4 Exercises
Exercise 10
[1][2][3][4][5][6]

^Top


ปัญหาการเขียนตามคำแปลภาษาไทย

ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเขียนตามคำแปลภาษาไทยมีดังนี้คือ
• ปัญหาการใช้ although, even though และ though
• ปัญหาการใช้ there is/there are สับสนกับ have
• ปัญหาการละคำสรรพนาม
• ปัญหาการใช้คำ ever
• ปัญหาการใช้คำ whether
• ปัญหาการใช้คำ win, lose, defeat, beat

 
Index: Module 4 Exercises
Exercise 11
[1][2][3][4][5][6][7]

^Top

Copyright © 2003-2005 STOU Sukhothai Thammathirat Open University. All rights reserved.