สาเหตุของวิกฤตเศรษฐกิจ



3. การเก็งกำไรของกลุ่มวาณิชธนกิจหรือบรรษัทเงินทุนในสหรัฐอเมริกา

สถาบันการเงินในสหรัฐอเมริกา นอกจากธนาคารแล้ว ยังมี บริษัทประกันชีวิตและบริษัทวาณิชธนกิจหรือบรรษัทเงินทุน เช่น บริษัทเลห์แมน บราเธอร์ส(Lehman Brothers) บริษัทเมอร์ริน ลินซ์ (Merrill Lynch) บริษัทมอร์แกน สแตนลีย์(Morgan Stanley) ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการระดมเงินทุนถือว่าเป็นบริษัทเอกชนจึงมีอิสระในการระดมเงินทุน ซึ่งจะไม่ถูกควบคุมโดยธนาคารกลาง ที่ผ่านมาจึงสามารถระดมเงินทุนและกู้ยืมเงินมาลงทุนได้ถึง20-30เท่าของหลักทรัพย์ค้ำประกันซึ่งโดยปกติธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกาจะกำหนดไว้ไม่เกิน12 เท่าของหลักทรัพย์ค้ำประกัน เมื่อมีลูกค้ามากู้เงินและใช้อสังหาริมทรัพย์หรือตำแหน่งหน้าที่การงานเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อซับไพรม์ บริษัทวาณิชธนกิจหรือบรรษัทเงินทุนจะแสวงหากำไรหรือเก็งกำไรโดยแปลงสินทรัพย์เป็นทุน นำสินเชื่อที่ปล่อยกู้มารวมกันกับพันธบัตรประเภทต่างๆแล้วเปลี่ยนสินเชื่อออกมาอยู่ในรูปตราสารทางการเงินที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือเรียกว่า ซีดีโอ(Collateralized Debt Obligations:CDO)โดยจะแบ่งเป็นกองทุน แต่ละกองทุนจะมีผลตอบแทนและความเสี่ยงแตกต่างกันไปและเพื่อลดความเสี่ยงหรือเป็นการกระจายความเสี่ยงจะนำ ซีดีโอไปประกันความเสี่ยงกับบริษัทประกันต่างๆและกระจายออกมาในรูปของตราสารอนุพันธ์ซีดีเอส(Credit Default Swaps:CDS) และนำออกมาขายให้กับบริษัทที่สนใจร่วมลงทุนในความเสี่ยง โดยจะมีบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือเช่น Standard and Poor’s(S&P) ถ้าตราสารอนุพันธ์ใดมีความเสี่ยงมากลูกค้าที่ซื้อไปจะได้ผลตอบแทนสูง ดังนั้นตราสารอนุพันธ์ซีดีเอส จะถูกกระจายไปในระบบเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ยุโรป เอเชียและออสเตรเลียเข้ามาซื้อขายตราสารอนุพันธ์ซีดีเอสผ่านสถาบันการเงินของสหรัฐอเมริกา เป็นที่นิยมกันมาก ในปี 2007มูลค่าตราสารอนุพันธ์ซีดีเอสมีประมาณ62 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งมีมูลค่ามากกว่าพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐฯ ถึง12 เท่า ดังนั้นการแปลงสินเชื่อเป็นสินทรัพย์โดยรวมเอาสินเชื่อประเภทซับไพรม์และสินเชื่อจำนองอื่นๆเข้าด้วยกันเพื่อใช้เป็นหลักประกันในการสร้างเครื่องมือทางการเงินออกมาเป็นตราสารประเภทต่างๆจากการเก็งกำไรแสวงหาประโยชน์ของกลุ่มวาณิชธนกิจหรือบรรษัทเงินทุน จึงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้น เมื่อลูกหนี้ไม่สามารถชำระคืนเงินกู้ได้และกลายเป็นหนี้สูญ

   

<< Previous Next >>