วิถีทางแห่งการเข้าถึงความสุข
โดย...อาจารย์ ดร.ดลฤดี  สุวรรณคีรี
อาจารย์ประจำคณะสังคมศึกษา
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

(เรียบเรียงเนื้อหาจากบทวิทยุกระจายเสียง ปี 2555)

          คำว่าความสุขมีความหมายมากมาย ความสุขจริงๆแล้วคืออะไร อยู่ที่ไหน แล้วก็มีเส้นทางอะไรที่จะนำเราไปพบกับความสุขให้สมกับคำอวยพร จะเปลี่ยนความทุกข์ให้เป็น
ความสุขได้อย่างไร เรื่องของความสุขเป็นคำที่ได้ยินกันบ่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศชาติมีปัญหา ความสำคัญมากเพราะว่า เป้าหมายสูงสุดของชีวิตคนทุกคนแสวงหา
ความสุข เรียนหนังสือเกือบยี่สิบปี ทุกอย่างทำไปเพื่อเป็นหนทางที่จะนำไปสู่ความสุข ทำงานเพื่อที่จะได้เงินทองทรัพย์สิน ซื้อบ้านซื้อรถเพื่อได้เกียรติยศชื่อเสียงให้คนอื่นมองเป็น
คนที่มีความสุข แต่จริง ๆ ลึก ๆ บางคนเหนื่อยแทบตายวิ่งหาสิ่งเหล่านี้ แต่ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองยังไม่พบ ยังไม่พอใจ เป็นเพราะว่าความสุขวิ่งตามยังไงก็หาไม่เจอ ถ้าจะเจอได้แต่
ความสุขสงบหรือว่าความพึงพอใจ


ภาพจาก Web Site
http://www.dmc.tv/images/newsworld_1/frlower/PeacePosition1.jpg
http://www.dmc.tv/images/ScoopUpdate/Dream07/D541003/C541003p1.jpg
ข้อมูลภาพ ณ วันที่ 23-2-58

          ความหมายตามทฤษฎีของทางจิตวิทยาจากหลายสำนัก ความสุขหมาย เช่น ความต้องการห้าขั้น
          1. ขั้นที่ 1 ต้องการปัจจัยสี่ อาหารทานที่ดี ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค ถ้ามีปัจจัยสี่
          2. ขั้นที่ 2 ความปลอดภัย ในประเทศที่มีปัญหาในด้านการเมืองต่างๆ จะไม่มีความสุข
          3. ขั้นที่ 3 ความต้องการความรัก ถ้าเผื่อคนที่ไม่มีความรัก หรืออยู่ในสังคมไปที่ทำงานก็มีแต่คน รู้สึกว่าไม่อยากให้เข้ากลุ่ม หรือว่าไม่มีใครคุยด้วย ตรงนี้ก็จะเริ่ม
ทุกข์ใจ มีควทำงานไม่มีใครรักก็จะรู้สึกว่าไม่มีความสุข
          4. ขั้นที่ 4 ต้องการการยอมรับ เกียรติยศชื่อเสียง ความรักอย่างเดียวบางทีไม่พออยู่ที่ไม่เคยได้อย่าง เรื่องเกียรติยศชื่อเสียงก็เป็นสิ่งสำคัญเหมือนกันในทางจิตวิทยา
          5. ขั้นที่ 5 บรรลุสัจจการแห่งตน ว่ารู้ว่าเกิดมาเพื่ออะไร มีเป้าหมายในชีวิตอะไร แล้วก็รู้ว่าต้องการอะไรจริงๆในชีวิต แล้วก็ทำไปถึงจุดนั้น ซึ่งคนทั่วไปเนี่ยจะก้าวขึ้นไป
สู่ขั้นยากมาก
          การรู้จักที่จะคิดแล้วก็วางใจให้อยู่ตรงความสุขจะเป็นเรื่องของการรู้จักตัวตนที่แท้จริง คือสิ่งของภายนอกเกียรติยศชื่อเสียงหรือว่าทรัพย์สินเงินทอง ที่กล่าวมาทั้งสี่ขั้นเนี่ย
เขาอาจจะไม่ได้รับผลกระทบเลยเมื่อเขาได้รู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของมนุษย์เป็นอย่างไง เหมือนกับค้นพบกับพรสวรรค์กับสิ่งพิเศษที่อยู่ในตัว การรู้จักที่จะคิดแล้วก็วางใจให้อยู่ตรง
ความสุข นอกจากจะต้องการการยอมรับจากคนอื่นแล้วต้องยอมรับตัวเราเองด้วยเหมือนกันข้อนี้สำคัญมาก การเรายอมรับตัวเราเองจะทำให้ความสัมพันธ์กับคนอื่นด้วยดี ถ้าเรา
ไม่รู้คุณค่าในตัวเอง เวลาไปทำงานก็ไม่รู้ว่าจุดหมายในการทำงานคืออะไร คือทำไปวันวัน ไม่ได้สร้างสรรค์ผลงานก็จะไม่เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง ก็จะหงุดหงิดนั่งทำงาน
ยังไงตั้งแปดชั่วโมงต่อวันเบื่อจัง พอเบื่อจะส่งผลไปถึงคนรอบข้างจะมีผลที่ทำงานและต่อครอบครัวถ้าเรายังหาตัวตนของเราไม่เจอ


ภาพจาก Web Site
http://www.dmc.tv/forum/uploads/monthly_06_2014/post-52558-0-87837700-1401844694.jpg
ข้อมูลภาพ ณ วันที่ 23-2-58

          หลักจิตวิทยาเริ่มตั้งแต่มนุษย์เป็นสัตว์ที่อ่อนแอ ต้องได้รับการปกป้องจากแม่ เราช่วยตัวเองไม่ได้เหมือนสัตว์ คลอดออกมาเดินได้เลย ก็หาอาหารอะไรเองได้ แต่มนุษย์ต้อง
พึ่งน้ำนมจากมารดา ถ้าสมมุติว่าแม่ไม่มีความรัก หรือว่าเด็กถูกปล่อยปละละเด็กก็จะเกิดความก้าวร้าว พอเวลาที่เขาไม่ได้รับความรักหรือว่าไม่อิ่มท้องก็จะทำให้เหมือนกับสะสม
ความเครียดความก้าวร้าว มองโลกในแง่ลบ จะทำให้เขาไม่เห็นว่าคนอื่นมีความสำคัญ ว่าโลกนี้ไม่มีความรักไม่มีความปลอดภัยไม่มีความอบอุ่น ก็จะมีเหมือนกับว่าภาวะทาง
อารมณ์ในแง่ลบจะสะสมตั้งแต่เด็กฉนั้นเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก พวกเด็กกำพร้าหรือว่าพวกฆาตกรที่ทำความโหดร้ายมาก ๆ สืบค้นไปถึงประวัติในวัยเด็กจะมีปัญหาในการที่ว่าแม่
ปล่อยปละละไม่ให้ความรักกับพวกเขา
          การได้รับความยอมรับคือ เหมือนเป็นรางวัลของการทำงานของชีวิตเป็นเกียรติยศ เป็นเรื่องยาก เพราะว่าตำแหน่งน้อยก็ต้องแย่งชิง เรื่องการยอมรับอาจจะมีเพื่อนๆ ที่
ยอมรับเราในความสามารถ เห็นถึงความสามารถของเรา ครอบครัวอย่างผู้หญิงก็อาจจะฝันแบบว่าเป็นภรรยาเป็นแม่บ้านที่ดี ถึงแม้ว่าทางสังคมหน้าที่การงานอาจจะไปแบบไม่
รุ่งโรจน์ แต่ได้รับการยอมรับจากเพื่อนจากครอบครัว คนที่เกิดความสุขความทุกข์แตกต่างกัน ใส่ความคิดในแง่บวก เช่น อายุห้าสิบแล้วไม่ได้ก้าวหน้าในหน้าที่การงานอาจคิด
แบบว่าดีนะจะได้มีเวลาพักผ่อน อยู่กับครอบครัวได้มีเวลาดูหนังฟังเพลงทำอะไรที่ชอบจะมีความสุขในเรื่องการมองโลก ความคิดให้อยู่ทางสายกลางเหมือนกับเข้ามาสู่หลักของ
ศาสนาพุทธไม่ควรจะรู้สึกสุขมากหรือว่าทุกข์มากเกินไป เหมือนตาชั่งสมมุติว่าถ้าใส่ตรงด้านสุขมากๆ พอทุกข์ก็จะทุกข์มากเหมือนกับจะต้องสมดุลย์กัน


ภาพจาก Web Site
https://jamjuree5305.files.wordpress.com/2013/10/exercise.jpg
ข้อมูลภาพ ณ วันที่ 23-2-58

          คำว่าเพียงพอพอเพียงตรงประเด็น เพราะฉนั้นกลางๆเหมือนทางสายกลาง ความพอเพียงดีที่สุด แต่ว่ายากเพราะคนมีความโลภ ความต้องการไม่สิ้นสุด แต่สมมุติว่าพอไป
ถึงระดับนึง ได้เงินเดือน ได้รถ ได้บ้านระดับแล้ว จะเกิดการเปรียบเทียบแข่งขันกับคนอื่นที่มีดีกว่า ดีที่สุดก็คือจะต้องอยู่กับปัจจุบัน แล้วก็เทียบ แล้วก็อย่าไปดูคนที่สูงกว่าให้ดู
ระดับเดียวกัน ความสุขหาได้ง่ายๆ ไม่ต้องใช้เงิน อย่างการนั่งสมาธิ การพักผ่อนอยู่กับตนเอง พิจารณาตนเองสร้างคุณความดีอะไรบ้าง หรือทำประโยชน์อะไรให้กับโลกลองนั่ง
ทบทวนตรงนี้จะเกิดสุข ขึ้นในใจเป็นความสุขที่ง่ายที่ทำได้ทุกวัน ไม่ต้องลงทุนเลยไม่ต้องซื้อหาไม่ต้องอะไรความสุขอยู่กับตัวเรา ไม่ต้องทำอะไรยิ่งใหญ่ วันนี้ทำอะไรดีดีให้เพื่อน
บ้างหรือยัง ปีใหม่นี้จะเปลี่ยนแปลงตัวเองยังไงให้รู้สึกว่าพัฒนาตนเองขึ้นมา แค่นี้พอคิดว่ามีโครงการจะทำอะไรพัฒนาตัวเองมีความสุข ถ้าไปถึงจุดนั้นจะรู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง
รู้สึกพึงพอใจในการใช้ชีวิตของเรา ก็เป็นความสุขที่หาได้ง่ายๆ การกระทำไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนและให้อยู่ในกรอบของศีลธรรม ความสุขก็คือวิธีการมองโลกในแง่บวกหรือ
ว่ามองในแง่ดี แล้วก็รู้จักพอก็คือพอทางใจ และพอทางกาย จงมีความสุขกับสิ่งที่คุณมีและคุณจะมีสิ่งมากมายที่จะช่วยให้คุณมีความสุข




นางอุษณีย์ จูฑะศิลป์   ผู้เรียบเรียง
(เรียบเรียงเนื้อหาจากบทวิทยุกระจายเสียง ปี 2555)