|ระบบสารสนเทศปริญญาตรี |หลักสูตรการศึกษา |

 

สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ

      

หลักสูตรระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2565

  มีหลักสูตร 1 ระดับ 3 หลักสูตร คือ
  1. หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต วิชาเอกสาธารณสุขชุมชน (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2565-TQF)
  2. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต วิชาเอกอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2561-TQF)
  3. หลักสูตรการแพทย์แผนไทยบัณฑิต (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2564-TQF)
 
e-Book หลักสูตรการศึกษาสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ
 
หมายเหตุ   กำหนดเวลาการเปิดสอนแต่ละหลักสูตรสามารถดูรายละเอียดไดที่ http://www.stou.ac.th/main/apply.html

ระดับปริญญาตรี

หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต วิชาเอกสาธารณสุขชุมชน
Bachelor of Public Health Program in Community Public Health
  ชื่อปริญญา
  ชื่อเต็ม สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต (สาธารณสุขชุมชน)
  อักษรย่อ ส.บ. (สาธารณสุขชุมชน)
  ชื่อเต็มภาษาอังกฤษ Bachelor of Public Health (Community Public Health)
  อักษรย่อภาษาอังกฤษ B.P.H. (Community Public Health)
   
  คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา
คุณสมบัติเฉพาะ
  ผู้สมัครต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรที่กระทรวงศึกษาธิการ หรือกระทรวงสาธารณสุข หรือหน่วยงานอื่นที่สำนักงาน ก.พ. รับรอง และคุณวุฒิการศึกษาที่สภาวิชาชีพรับรอง จะต้องได้รับการรับรองจากสภาวิชาชีพนั้นๆ
วุฒิการศึกษา
 
1. 
สำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือเทียบเท่าตามที่กระทรวงศึกษาธิการรับรอง หรือ     
2. 
สำเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) ประเภทวิชาบริหารธุรกิจ ศิลปหัตถกรรม หรือ
3. 
สำเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) ประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรม เกษตรกรรม คหกรรม หรือ
4. 
สำเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ประเภทวิชาพาณิชยกรรม หรือบริหารธุรกิจ อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ศิลปกรรม หรือ
5. 
สำเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ประเภทวิชาอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมสิ่งทอ คหกรรมเกษตรกรรม ประมง และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ
6. 
สำเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ หรือวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือประกาศนียบัตรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรับจากผู้สำเร็จการศึกษาประโยคมัธยมศึกษาตอนปลายและศึกษาในหลักสูตร 1 ปี (เช่น ป.ผู้ช่วยทันตแพทย์ ป.ผู้ช่วยเภสัชกร ป.ผู้ช่วยแพทย์ ป.ผดุงครรภ์อนามัย ป.พนักงานอนามัย ป.พนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์) หรือ     
7. 
สำเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล ซึ่งรับจากผู้สำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลายและศึกษาในหลักสูตร 1 ปี หรือ
8. 
สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีหรือสูงกว่าปริญญาตรีทางด้านสังคมศาสตร์ หรือเทียบเคียง หรือ
9. 
สำเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรหรืออนุปริญญาทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งรับจากผู้สำเร็จการศึกษาประโยคมัธยมศึกษาตอนปลายและศึกษาในหลักสูตรไม่น้อยกว่า 2 ปี (เช่น รังสีเทคนิค เซลล์วิทยา พยาธิวิทยา พยาธิวิทยาคลินิก โลหิตวิทยา และธนาคารเลือด หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง) หรือ
10. 
สำเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรหรืออนุปริญญาทางวิทยาศาสตร์สุขภาพที่เป็นงานสนับสนุน ซึ่งรับจากผู้สำเร็จการศึกษาประโยคมัธยมศึกษาตอนปลายและศึกษาในหลักสูตรไม่น้อยกว่า 2 ปี (เช่น เวชระเบียน โสตทัศนศึกษา โสตทัศนูปกรณ์ ส่งเสริมสุขภาพ สุขศึกษา หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง) หรือ
11. 
สำเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรหรืออนุปริญญาทางการแพทย์แผนไทย หรือเทียบเคียง ซึ่งรับจากผู้สำเร็จการศึกษาประโยคมัธยมศึกษาตอนปลายและศึกษาในหลักสูตรไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือ
12. 
สำเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรหรืออนุปริญญาทางสาธารณสุขศาสตร์ แต่ไม่ใช่สาธารณสุขศาสตร์โดยตรง ซึ่งรับจากผู้สำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลายและศึกษาในหลักสูตรไม่น้อยกว่า 2 ปี (เช่น ทันตาภิบาล ทันตสาธารณสุข เจ้าพนักงานเภสัชกรรม เทคนิคเภสัชกรรม) หรือ
13. 
สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีหรือสูงกว่าปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์ (เช่น วิศวกรรมศาสตร์สิ่งแวดล้อม หรืออื่นๆ) หรือ
14. 
สำเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรทางการพยาบาล หรือสำเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรหรืออนุปริญญาทางเวชกิจฉุกเฉิน หลักสูตร 2 ปี ซึ่งรับจากผู้สำเร็จการศึกษาประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือ
15. 
สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีหรือสูงกว่าปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่หลักสูตรไม่มีการเรียนและฝึกปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขในชุมชน (เช่น สัตวแพทย์ เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด รังสีเทคนิค หรืออื่นๆ) หรือ
16. 
สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีหรือสูงกว่าปริญญาตรีด้านแพทย์แผนไทย หรือเทียบเคียง หรือ
17. 
สำเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรหรืออนุปริญญาทางสาธารณสุขศาสตร์ ซึ่งรับจากผู้สำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลายและศึกษาในหลักสูตรไม่น้อยกว่า 2 ปี (เช่น สาธารณสุขชุมชน พนักงานอนามัย นักเรียนนายสิบทหารบกเหล่าทหารแพทย์ หรือเทียบเคียง) หรือ
18. 
สำเร็จการศึกษาสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต วิชาเอกอาชีวอนามัยและความปลอดภัย หรือวิชาเอกอนามัยสิ่งแวดล้อม หรือ
19. 
สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีทางการพยาบาลหรือสูงกว่า หรือสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีหรือสูงกว่าทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ (เช่น แพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ เภสัชกรรม ส่งเสริมสุขภาพ สุขศึกษา หรือสาขาวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง)
  หมายเหตุ   1) กรณีผู้สมัครใช้วุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ที่มิใช่ทางสาธารณสุขศาสตร์ ให้ศึกษาชุดวิชาศึกษาทั่วไปตามประกาศมหาวิทยาลัย เรื่องเกณฑ์การกำหนดชุดวิชาศึกษาทั่วไป สำหรับบุคคลที่สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พ.ศ.2556
                   2) สำหรับผู้เข้าศึกษาโดยมีวุฒิการศึกษาตามข้อ 7 – 19 อาจได้รับยกเว้นหรือเทียบโอนรายวิชาที่ได้ศึกษามาแล้ว ในระดับประกาศนียบัตร/อนุปริญญา/ปริญญาตรี ตามโครงสร้างและรายละเอียดของหลักสูตรที่กำหนดไว้
                   3) ผู้มีสิทธิเข้าศึกษาซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ 1 – 19 ต้องไม่เป็นโรคที่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา หรือเคยถูกถอนสถานภาพการเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเนื่องจากความประพฤติเสื่อมเสีย บุคคลซึ่งเคยถูกถอนสถานภาพการเป็นนักศึกษา
ของมหาวิทยาลัย เนื่องจากความประพฤติเสื่อมเสียจะกลับเข้าศึกษาใหม่ได้เป็นรายกรณี หากสภาวิชาการพิจารณาเห็นสมควร ให้เข้าศึกษา เมื่อพ้นกำหนด 5 ปี นับแต่วันประกาศถอนสถานภาพการเป็นนักศึกษา หรือเป็นนักศึกษาโครงการความร่วมมือ
ในการจัดการศึกษาให้พิจารณาเป็นรายกรณี
         

ระดับปริญญาตรี

หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต วิชาเอกอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
Bachelor of Science Program in Occupational Health and Safety
  ชื่อปริญญา
 
ชื่อเต็ม
วิทยาศาสตรบัณฑิต (อาชีวอนามัยและความปลอดภัย)
  อักษรย่อ วท.บ. (อาชีวอนามัยและความปลอดภัย)
  ชื่อเต็มภาษาอังกฤษ Bachelor of Science (Occupational Health and Safety)
  อักษรย่อภาษาอังกฤษ B.Sc. (Occupational Health and Safety)
   
  คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา
 
1. 
สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีวิทยาศาสตร์สุขภาพ หรือ
 
2. 
สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือ
 
3. 
สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีสาธารณสุขศาสตร์ หรือ
 
4. 
สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีพยาบาลศาสตร์ หรือ
 
5. 
สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีการแพทย์แผนไทย หรือ
 
6. 
สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ หรือ
 
7. 
สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีครุศาสตร์อุตสาหกรรม หรืออุตสาหกรรมศาสตร์ หรือ
 
8. 
สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ทุกสาขาวิชา หรือปริญญาตรีเทคโนโลยี
     
       

ระดับปริญญาตรี

หลักสูตรการแพทย์แผนไทยบัณฑิต
Bachelor of Thai Traditional Medicine Program
  ชื่อปริญญา
 
ชื่อเต็ม
การแพทย์แผนไทยบัณฑิต
  อักษรย่อ พท.บ.
  ชื่อเต็มภาษาอังกฤษ Bachelor of Thai Traditional Medicine
  อักษรย่อภาษาอังกฤษ B.TM.
  คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา
 
คุณสมบัติเฉพาะ
1. 
ผู้เข้าศึกษาต้องมีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่เป็นโรคซึ่งต้องห้ามในการขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย ดังนี้ โรคเรื้อนในระยะติดต่อหรือระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม วัณโรคในระยะอันตราย โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคพิษสุราเรื้อรัง หรือโรคอื่นที่สภาวิชาชีพฯ พิจารณาเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย และ
 
2. 
ผู้เข้าศึกษาต้องไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายซึ่งสภาการแพทย์แผนไทยเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยศาลพิพากษาถึงที่สุดในคดีที่สภาการแพทย์แผนไทยเห็นว่า อาจจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
 
วุฒิการศึกษา
1) 
สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) สายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ หรือเทียบเท่าตามที่กระทรวงศึกษาธิการรับรอง หรือ              
 
2) 
สำเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรืออนุปริญญาทางด้านการแพทย์แผนไทย หรือการแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือ
   
3) 
สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีทางด้านการแพทย์แผนไทย หรือการแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือ
   
4) 
สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ หรือสูงกว่า หรือ
   
5) 
สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีสาขาอื่นหรือสูงกว่าที่มิใช่ปริญญาตรีทางด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ
 
หมายเหตุ
(1)
ผู้สมัครตามข้อ 1) ต้องศึกษาในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ไม่ต่ำกว่า 22 หน่วยกิต คณิตศาสตร์ไม่ต่ำกว่า 12 หน่วยกิต และภาษาอังกฤษไม่ต่ำกว่า 9 หน่วยกิต
   
(2)
ผู้เข้าศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้ได้เฉพาะในหลักสูตรที่ได้รับการเผยแพร่โดยสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรม (เดิมคือ สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา) แล้ว กรณีเป็นสถาบันการศึกษาต่างประเทศต้องเป็นสถาบันที่สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรมรับรอง หรือใช้กรอบมาตรฐานคุณวุฒิอุดมศึกษาของประเทศนั้นๆ และหากเป็นนักศึกษาต่างคณะในสถาบันเดียวกัน จะต้องผ่านการประเมินทัศนคติต่อวิชาชีพ และรายละเอียดอื่นๆ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
   
(3)
ผู้เข้าศึกษาที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ/ประกอบวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย/สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ จะได้รับการยกเว้นชุดวิชาตามที่หลักสูตรกำหนด ดังนี้
      - กรณีมีใบประกอบโรคศิลปะแผนโบราณในสาขาเวชกรรม/ใบประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประเภทเวชกรรมไทย/ ใบประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยด้านเวชกรรมไทย ยกเว้นชุดวิชา 55331 เวชกรรมแผนไทย 1
      - กรณีมีใบประกอบโรคศิลปะแผนโบราณในสาขาเภสัชกรรม/ใบประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประเภทเภสัชกรรมไทย/ใบประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยด้านเภสัชกรรมไทย ยกเว้นชุดวิชา 55328 เภสัชกรรมแผนไทย 1
      - กรณีมีใบประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประเภทการนวดไทย/ใบประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยด้านการนวดไทย  ยกเว้นชุดวิชา 55325 นวดแผนไทย
      - กรณีมีใบประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ยกเว้นชุดวิชา 55325 นวดแผนไทย 1 ชุดวิชา 55328 เภสัชกรรมแผนไทย 1 และชุดวิชา 55331 เวชกรรมแผนไทย 1
 
   
 
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 35130 คน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ศูนย์สารสนเทศ โทร. 0 2504 7788

ควรใช้ความละเอียดหน้าจอที่ 1024 by 768 pixels และ Internet Explorer version 5.5 + ขึ้นไป
จัดทำข้อมูลโดย ฝ่ายพัฒนาหลักสูตรและการสอน สำนักวิชาการ
จัดทำระบบโดย คณะทำงานบริหารสารสนเทศในระบบอินเทอร์เน็ตและอินทราเน็ต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
Last updated: 21-April-2022; 15:02 PM
© 2003 Sukhothai Thammathirat Open University. All rights reserved.