คำถามที่พบบ่อย (FAQ)


หัวข้อคำถามเรื่อง การสอบ/ผลสอบ/กำหนดการ

ตอบ กรณีที่นักศึกษาแสดงความจำนง เลือกรูปแบบการสอบออนไลน์ในภาคการศึกษาที่ 2/2564 แล้ว ขอให้นักศึกษาเข้าสอบตามกำหนดการสอบที่มหาวิทยาลัยแจ้ง ไม่สามารถ เปลี่ยนรูปแบบการสอบเป็นสนามสอบได้

ตอบ ในการเข้าสอบ ณ สนามสอบ นักศึกษาจะต้องแสดงผลการได้รับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) อย่างน้อย 3 เข็ม หรือแสดงผลการตรวจโควิด-19 ด้วยผลการตรวจแบบ RT-PCR หรือแสดงผลการตรวจ ATK (Antigen Test Kit) โดยมีเอกสารรับรองผลการตรวจจากสถานพยาบาลของรัฐหรือเอกชนไม่เกิน 72 ชั่วโมง ที่มีผลเป็นลบอย่างใดอย่างหนึ่งก่อนเข้าสอบ

ตอบ การแสดงผลการได้รับวัคซีน สามารถแสดงได้ทั้งในลักษณะของเอกสาร หรือจากแอปพลิเคชั่น “หมอพร้อม” ส่วนการแสดงผลการตรวจ ATK สามารถแสดงได้ทั้งในลักษณะของเอกสารรับรองการตรวจ หรือใบรับรองแพทย์ โดยสามารถสั่งพิมพ์จากแอปพลิเคชั่น “หมอพร้อม” หรือแสดงผลจากหน้าจอโทรศัพท์


หัวข้อคำถามเรื่อง การลงทะเบียนเรียน/การเรียน

ตอบ นักศึกษาสามารถเลือกแผนการศึกษาภาคการศึกษาที่ 1/2565 ได้ภายในวันที่ 25 สิงหาคม 2565

ตอบ มหาวิทยาลัยเปิดให้ลงทะเบียนเรียนภาคการศึกษาที่ 1/2565 ตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 1 สิงหาคม 2565

ตอบ ในแต่ละภาคการศึกษานักศึกษาสามารถเลือกแผนการศึกษา ก1 ก2 หรือ ก3 ของแต่ละชุดวิชาที่เหมือนหรือต่างกันก็ได้

ตอบ กรณีที่นักศึกษาเลือกแผนการศึกษาของชุดวิชาที่ลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษานั้นแล้ว จะไม่สามารถเปลี่ยนแผนการศึกษาภายหลังได้ จนกว่าจะลงทะเบียนเรียนใหม่ในภาคการศึกษาถัดไป

ตอบ นักศึกษาลักษณะพิเศษ และนักศึกษาผู้ต้องขังให้ลงทะเบียนเรียนเฉพาะแผนการศึกษา ก1 เท่านั้น

ตอบ หากพ้นระยะเวลาที่กำหนดให้เลือกแผนการศึกษาไปแล้ว ชุดวิชาที่ลงทะเบียนเรียนจะถูกกำหนดให้เป็นแผนการศึกษา ก 1 เท่านั้น

ตอบ หากนักสึกษาสอบไม่ผ่านในการลงทะเบียนเรียนครั้งแรก ในการลงทะเบียนเรียนครั้งต่อไปและได้เลือกแผน ก2 และ ก3 จะต้องชำระค่าชุดวิชา 300 บาท และค่ากิจกรรมการเรียนการสอนแบบนัดหมาย 700 บาท

ตอบ กรณีสมัครเป็นนักศึกษาใหม่ ในภาคการศึกษาแรก มหาวิทยาลัย กำหนดให้ลงทะเบียนเรียน 1-2 ชุดวิชาเท่านั้น และต้องชำระค่าใช้จ่ายในการศึกษา ดังนี้

  1. กรณีลงทะเบียนเรียน 1 ชุดวิชา ชำระเงินค่าลงทะเบียนเรียน 5,600 บาท
  2. กรณีลงทะเบียนเรียน 2 ชุดวิชา ชำระเงินค่าลงทะเบียนเรียน 6,600 บาท
  3. กรณีลงทะเบียนเรียน 3 ชุดวิชา ชำระเงินค่าลงทะเบียนเรียน 7,600 บาท
  4. กรณีลงทะเบียนสอบซ่อม ต้องชำระ 1,500 บาท (เหมาจ่าย)
ทั้งนี้ ในการสอบท่านไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมการจัดสอบแต่อย่างใด


หัวข้อคำถามเรื่อง การทดลองเรียน

ตอบ ใบสมัครไม่มีจำหน่ายสามารถสมัครทางออนไลน์ได้ที่ https://web4.stou.ac.th/portal/apply-trial/

ตอบ แผนการศึกษาของชุดวิชาของนักศึกษาทดลองเรียนจะเป็นแผนการศึกษา ก1 เท่านั้น

ตอบ นักศึกษาทดลองเรียนสามารถเลือกสอบได้ทั้งออนไลน์และสนามสอบอย่างใดอย่างหนึ่ง

ตอบ เมื่อนักศึกษาทดลองเรียนสอบผ่านครบโครงสร้างหลักสูตร 4 ชุดวิชา ภายในเวลา 2 ปี สามารถนำหลักฐาน การสอบผ่านมาสมัครเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีตามช่วงเวลาและช่องทางการสมัครที่ มหาวิทยาลัยกำหนดได้โดยไม่ต้องใช้วุฒิการศึกษาใด ๆ

ตอบ นักศึกษาทดลองเรียนลงทะเบียนเรียนอย่างน้อย 1 ชุดวิชา แต่ไม่เกิน 3 ชุดวิชา

ตอบ ผู้ที่สมัครเป็นนักศึกษาทดลองเรียนอยู่ต่างประเทศ สามารถสมัครเช่นเดียวกับผู้สมัครในประเทศ ไทยทุกประการ โดยผู้สมัครต้องแจ้งที่อยู่ภายในประเทศไทย สำหรับใช้ติดต่อกับมหาวิทยาลัยในการรับเอกสารที่มหาวิทยาลัยจัดส่งให้โดยต้องมีญาติ หรือบุคคลอื่น ดำเนินการจัดส่งต่อให้กับ ผู้สมัครในประเทศที่พำนักอยู่ต่อไป

ตอบ ไม่ใช้วุฒิการศึกษาในการสมัครทดลองเรียน เพียงอายุเกิน 18 ปี ก็สามารถสมัครทดลองเรียนได้


หัวข้อคำถามเรื่อง การสมัครเรียน

ตอบ ท่านสามารถสมัครเรียนระดับปริญญาตรีในภาคต้นปีการศึกษา 2565 ดังนี้

    1.1 สมัคเรียนทางออนไลน์ ท่านสามารถสมัครเรียนผ่านทางออนไลน์พร้อมชำระเงินได้ตามลิงค์นี้ https://www.stou.ac.th/main/apply.html
    1.2 สมัครเรียนทางไปรษณีย์ ท่านสามารถดาวน์โหลดใบสมัครระดับปริญญาตรี พร้อมวิธีการสมัครผ่านช่องทางไปรษณีย์ได้ที่ https://www.stou.ac.th/main/apply.html

ตอบ กรณีที่ท่านใช้วุฒิการสึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) มหาวิทยาลัยกำหนดให้ศึกษาชุดวิชาตามหลักสูตร 4 ปี ซึ่งขณะนี้เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ในภาคต้นปีการศึกษา 2565 ท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.stou.ac.th/main/apply.html

ตอบ มหาวิทยาลัยกำหนดคุณสมบัติ ประสบการณ์การทำงานและชุดวิชาที่จะศึกษาของผู้สมัครที่ใช้วุฒิ การศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) ดังนี้

  1. อายุ 25 ปีบริบูรณ์นำวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) มาสมัครได้เลย
  2. อายุไม่ถึง 25 ปีบริบูรณ์จะต้องสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
  3. ประสบการณ์ในการทำงานที่ระบุไว้ในคุณสมบัติของผู้สมัครเข้าศึกษานั้น หมายถึงประสบการณ์ในการ ทำงานภาคธุรกิจเอกชน หรือ ภาครัฐบาล หรือประกอบอาชีพส่วนตัวอย่างหนึ่งอย่างใด
  4. ชุดวิชาที่ต้องศึกษาตลอดโครงสร้างหลักสูตรจะเหมือนกับผู้สมัครที่ใช้วุฒิมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6)

ตอบ กรณีของท่านสามารถสมัครเข้าศึกษาใหม่ โดยดำเนินการเช่นเดียวกับผู้สมัครเป็นนักศึกษาใหม่ทั่วไปทุกประการซึ่งขณะนี้มหาวิทยาลัยกำลังเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.stou.ac.th/main/apply.html

ตอบ ท่านสามารถดำเนินการได้โดยการขอย้ายสังกัดสาขาวิชาจากสาขาวิชานิติศาสตร์เป็นสาขาวิชานิเทศศาสตร์ โดยดำเนินการ ดังนี้

  1. กรอกรายละเอียดในคำร้องขอย้ายสังกัดสาขาวิชา/เปลี่ยนวิชาเอก (มสธ.9)
  2. สำเนาวุฒิการศึกษา จำนวน 2 ฉบับ
  3. ส่งเอกสารข้อ 1-2 ส่งไปยังสำนักทะเบียนและวัดผล เพื่อดำเนินการต่อไป

ตอบ ท่านสามารถดำเนินการได้ ดังนี้

  1. ติดต่อสถานศึกษาเดิม เพื่อขอใบแทนใบประกาศนียบัตรจากกระทรวงศึกาธิการและใช้ ใบแทน ดังกล่าว เป็นหลักฐานในการสมัครต่อไป หรือ
  2. กรณีเป็นข้าราชการใช้สำเนาสมุดประวัติ (ก.พ.7) ส่วนที่แสดงวุฒิการศึกษาแทนวุฒิการศึกษาได้

ตอบ สำเนาเอกสารที่ใช้เป็นหลักฐานในการสมัครเข้าเป็นนักศึกษานั้น ผู้สมัครสามารถลงนามรับรองความ ถูกต้องด้วยตนเองได้ และให้ลงนามรับรองทุกฉบับ

ตอบ ท่านสามารถสมัครเป็นนักศึกษาได้โดยแสดงหลักฐานเพิ่มเติม ดังนี้

  1. ใช้หนังสือต่างด้าวเป็นหลักฐานในการสมัครแทนบัตรประจำตัวประชาชน หรือ
  2. ให้อำเภอ/เขต ออกหนังสือรับรองว่า กำลังทำเรื่องขอสัญชาติไทยโดยติดรูปถ่ายของท่านด้วย

ตอบ กรณีของท่านขอให้พิจารณาเลือกดำเนินการวิธีใดวิธิการหนึ่ง ดังนี้

  1. หลังจากทราบผลการสอบ ภาคการศึกษาที่ 1/2565 และทราบว่าสำเร็จการศึกษายื่นคำร้องขอหนังสือ รับรองการศึกษาครบตามหลักสูตร (มสธ.13) และสามารถใช้หนังสือรับรองดังกล่าวเป็นหลักฐานในการ สมัครเป็นนักศึกษาใหม่ได้
  2. ใช้วุฒิการศึกษาเดิมสมัครเป็นนักศึกษาในวิชาเอกนิติศาสตร์ 4 ปี โดยลงทะเบียนเรียนชุดวิชาตาม โครงสร้างหลักสูตรสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่าหรือปริญญาตรีชั้นใดชั้นหนึ่งหรือ เทียบเท่าทุกสาขาวิชา ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการศึกษาตามโครงสร้างหลักสูตร 3 ปีครึ่งและหลังจาก ได้รับวุฒิการศึกษาที่สำเร็จการศึกษา จาก มสธ. แล้ว ขอให้ยื่นคำร้องขอเปลี่ยนวิชาเอก จากวิชาเอก นิติศาสตร์ 4 ปี เป็นโครงสร้างหลักสูตร 3 ปีครึ่ง ส่งไปยังสำนักทะเบียนและวัดผล เพื่อดำเนินการต่อไป

ตอบ กรณีของท่านสามารถสมัครเรียนหลักสูตรบัญชีบัณฑิตโดยใช้ระยะเวลาศึกษาตามโครงสร้างหลักสูตร 3 ปี

ตอบ ทั้ง 2 วิชาเอกมีความแตกต่างกันทางเนื้อหาวิชาเรียน และ ความแตกต่างกันทางลักษณะงานหลังสำเร็จการศึกษา ดังรายละเอียดต่อไปนี้

  1. ความแตกต่างกันของชุดวิชาที่เรียน ดังนี้
    1. 1.1 วิชาเอกสารนิเทศ จะศึกษาเน้นการพัฒนาคุณภาพบุคลากรที่ทำหน้าที่จัดเก็บค้นหาและบริการสารสนเทศในหน่วยงานหรือในสำนักงาน กำหนดให้ศึกษาชุดวิชา ต่างๆ เช่น การอ่านภาษาอังกฤษ,การบริการและเผยแพร่สารนิเทศ,การวางแผนและการบริหารสารนิเทศ เป็นต้น
      1.2 วิชาเอกเทคโนโลยีสารสนเทศธุรกิจ เน้นการศึกษาเกี่ยวกับความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาตนเองและพัฒนางานที่ปฏิบัติอยู่กำหนดให้ศึกษาชุดวิชาต่างๆ เช่นคอมพิวเตอร์เบื้องต้น,คอมพิวเตอร์กับงานธุรกิจด้านพาณิชยกรรม,คอมพิวเตอร์กับบัญชีบริหารเป็นต้น
  2. ความแตกต่างกันของลักษระงานหลังจากสำเร็จการศึกษาดังนี้
      2.1 ผู้ที่สำเร็จการศึกษาวิชาเอกเทคโนโลยีสารสนเทศธุรกิจ สามารถนำความรู้และทักษะไปประยุกต์ใช้ภาครัฐและเอกชน ทางด้านการพิมพ์ หรือทางด้านพาณิชยกรรม และยังสามารถไปประกอบอาชีพส่วนตัวได้อีก

ตอบ ผู้สำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) สามารถสมัครเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีได้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  1. กรณีท่านสำเร็จการศึกษา ม.3 ท่านสามารถสมัครเข้าศึกษาหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี ได้ หากมี คุณสมบัติตรงตามข้อใดข้อหนึ่งที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ดังนี้
      1.1 มีอายุ 25 ปี สามารถสมัครเรียนได้
      1.2 หากอายุไม่ถึง 25 ปีบริบูรณ์ ต้องจบ ม.3 มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
  2. ท่านสามารถสมัครเป็นนักศึกษาในหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งใน 9 สาขาวิชา ดังนี้
      2.1 สาขาวิชาศิลปศาสตร์
      2.2 สาขาวิชานิเทศศาสตร์
      2.3 สาขาวิชาวิทยาการจัดการ
      2.4 สาขาวิชานิติศาสตร์
      2.5 สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์
      2.6 สาขาวิชามนุษยนิเวศศาสตร์
      2.7 สาขาวิชารัฐศาสตร์
      2.8 สาขาวิชาเกษตรศาสตร์และสหกรณ์
      2.9 สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ตอบ มหาวิทยาลัยจัดโครงการจัดการศึกษาสำหรับคนไทยในต่างประเทศทั่วโลก โดยมีศูนย์บริการการศึกษาของ มสธ.ใน 7 ประเทศ ที่สมัครเรียนได้ที่

  1. สิงคโปร์
  2. มาเลเซีย
  3. ไต้หวัน
  4. ซาอุดิอาระเบีย
  5. บรูไนดารุสซาลาน
  6. เมืองฮ่องกง
  7. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ส่วนประเทศอื่นๆ ที่ไม่มีศูนย์บริการการศึกษา นักศึกษายังคงสามารถสมัครเข้ารับการศึกษาผ่านช่องทางระบบออนไลน์ และช่องทางอื่นๆ ที่มหาวิทยาลัยกำหนด

ตอบ พระภิกษุ สามเณรสมัครเข้าศึกษาสาขาวิชาศึกษาศาสตร์จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  1. เปรียญธรรมไม่ต่ำกว่า 5 ประโยค และนักธรรมชั้นเอก (ยกเว้น พระภิกษุ-สามเณรที่ได้วุฒิ พกศ. พป. พม. หรือ ม.ศ.5 จะต้องเป็นเปรียญธรรม 4 ประโยคและนักธรรมชั้นเอก)
  2. เป็นครูสอนปริยัติธรรมที่ได้รับแต่งตั้งจากเจ้าสำนักเรียน ซึ่งมีตราตั้งถูกต้องตามระเบียบ ของคณะสงฆ์ และสอนอยู่ในสำนักเรียนหรือสำนักศึกษาปริยัติธรรมที่มีชื่ออยู่ในบัญชีสำนักเรียน หรือของคณะสงฆ์ที่ กรมศาสนารับรอง
  3. ได้สอนนักธรรม และ/หรือ บาลีในสำนักเรียน หรือสำนักศึกษาปริยัติธรรมของคณะสงฆ์มาแล้วไม่น้อย กว่า 300 ชั่วโมง โดยให้กรมการศาสนาออกใบรับรองของเจ้าสำนักเรียนตามมติคณะกรรมการซึ่งมหาเถร สมาคมแต่งตั้ง
  4. ได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาส/เจ้าสังกัด ให้สมัครเข้าศึกษา ในการสมัครเข้าศึกษาจะต้องส่งหลักฐาน ดังนี้
      4.1 หนังสืออนุญาตจากเจ้าอาวาส/เจ้าสังกัด
      4.2 หนังสือรับรองว่าเป็นครูสอนปริยัติธรรมมาแล้วไม่น้อยกว่า 300 ชั่วโมง
      4.3 ตราตั้งครูสอนปริยัติธรรม
      4.4 ใบเปรียญธรรม
      4.5 ใบนักธรรมชั้นเอก
      4.6 สำเนาภาพถ่ายทะเบียนบ้าน
      4.7 หนังสือสุทธิ สำหรับพระภิกษุ
เมื่อมหาวิทยาลัยได้รับเอกสารการสมัครแล้ว จะต้องส่งให้กรมการศาสนาตรวจสอบ เพื่อให้มหาเถรสมาคมรับรอง ดังนั้น ผู้สมัครอาจได้รับการตอบขึ้นทะเบียนเป้นนักศึกษาล่าช้ากว่าผู้สมัครอื่นๆ ที่สมัครในช่วงเวลาเดียวกัน